xs
xsm
sm
md
lg

รับน้องใหม่ PPV คันไหนน่าโดน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ตลาดรถยนต์เอนกประสงค์ในประเทศไทย นับวันจะเติบโตขึ้นเป็นไปตามทิศทางเดียวกับการเติบโตของรถประเภทนี้ในตลาดโลก ซึ่งพิเศษเฉพาะประเทศไทย ที่มีรถที่ได้รับการส่งเสริมด้านภาษีเป็นกรณีพิเศษจากรัฐบาล เราเรียกกันติดปากว่า “พีพีวี” (PPV) หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า “รถยนต์กระบะดัดแปลง” นั่นเอง

ล่าสุด ตลาดพีพีวี ถึงคราวระอุอีกครั้งเมื่อมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ “นิสสัน เทอร์ร่า” น้องใหม่ล่าสุดที่เผยโฉมมาเป็น พีพีวี ลำดับที่ 6 ของไทย เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ทีมงานเอ็มจีอาร์ มอเตอริ่ง จึงได้นำสเปคของรถยนต์พีพีวี มาเปรียบเทียบกัน ดูว่าคันไหนมีจุดเด่น มีความแตกต่างอย่างไร แบบสรุปกระชับ เชิญติดตามกันได้


เริ่มกันที่ความสดใหม่ แน่นอนคงต้องยกให้กับ นิสสัน เทอร์ร่า ที่เพิ่งเปิดตัวเข้ามาอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนในเรื่องของความสวยงามนั้น เราไม่ขอแสดงความคิดเห็น เนื่องจากเป็นเรื่อง นานาจิตตัง แต่ละท่านมองความสวยงามแตกต่างกันออกไป ดังนั้น หัวข้อนี้จึงขอละไว้ ไม่นำเสนอ

อย่างไรก็ตามก่อนที่ นิสสัน เทอร์ร่า จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ผู้เล่นในตลาดต่างมีการขยับตัวไม่น้อยหน้ากัน เริ่มจาก ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ ไมเนอร์เชนจ์ ครั้งใหญ่ ทั้งปรับปรุงหน้าตาใหม่และเปลี่ยนหัวใจใหม่ พร้อมอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นอีกมาก (ดูตารางประกอบ)



โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์

ขณะเดียวกันทางเชฟโรเลต ได้อัดแคมเปญพิเศษให้กับ เทรลเบรเซอร์ ด้วยการเล่นราคาในรุ่นเริ่มต้นเพียง 999,000 บาท เท่านั้น หรือลดลง 245,000 บาทจากราคาปกติที่ 1,244,000 บาท นับเป็น พีพีวี รุ่นเดียวที่มีราคาต่ำกว่าหนึ่งล้านบาทในเวลานี้ โดยแคมเปญดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในช่วงสิ้นเดือนสิงหาคม

สำหรับ อีซูซุ ช่วงไตรมาสแรกมีการออกรุ่น พิเศษ “มิว-เอ็กซ์ ดิ ไอคอนนิค” กระตุ้นตลาด เช่นเดียวกับ มิตซูบิชิ คลอด ปาเจโร สปอร์ต โมเดลปี 2108 ออกมา เพิ่มเติมออพชันใหม่และขยับราคาเล็กน้อย ขณะที่เจ้าตลาด โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ มีการใส่ระบบ เทเลมาติกส์ เข้าไว้ในรุ่น V เรียกว่า ทุกค่ายมีการขยับผลิตภัณฑ์ของตัวเอง


ทั้งนี้สำหรับการเปรียบเทียบขอเริ่มที่ขนาด มิติตัวถัง ก่อนเป็นลำดับแรก ยาวที่สุดคือ ฟอร์ด เอเวอร์เรส แต่ก็มิใช่ว่าจะยาวกว่ากันมากมาย เพราะ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ที่สั้นที่สุดนั้น ห่างกันราว 10 ซม. เท่านั้น ขณะที่ เชฟโรเลต เทรลเบรเซอร์ กว้างที่สุด และ อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ สูงที่สุด



อีซูซุ มิว-เอ็กว์ ดิ ไอคอนนิค

อย่างไรก็ตามเมื่อมองภาพรวมแล้วทุกรุ่นทุกยี่ห้ออยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน ไม่ต่างกันมากจนถึงกับเป็นสาระสำคัญในการตัดสินใจ ส่วนหนึ่งมาจากการที่ทุกคันมีพื้นฐานจากปิกอัพ ซึ่งแชสซีส์ถูกกำหนดขนาดไว้ใกล้เคียงกัน

ส่วนจุดที่เป็นสาระสำคัญประการหนึ่งคือ น้ำหนักของตัวรถ ที่อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ เบาที่สุด ส่วน ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ หนักที่สุด และเมื่อนำตัวท้อปกับตัวท้อปมาเปรียบเทียบกัน จะเห็นความแตกต่างว่า เอเวอร์เรสต์ นั้นจะหนักกว่ามิว-เอ็กซ์ ถึง 300 กว่ากิโลกรัม ซึ่งสิ่งนี้ส่งผลทั้งด้านบวกและลบ


ผลดีของรถที่หนักกว่าคือ การทรงตัวจะนิ่งกว่าตามหลักทฤษฎี ส่วนผลลบคือ เมื่อหนักกว่า อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงจะต้องกินมากกว่านั่นเอง โดยผลลัพท์แสดงอยู่ในตลาดตามมาตรฐานการรายงานผลของอีโค สติกเกอร์ของภาครัฐ ที่ถือว่าจัดทำบนพื้นฐานเดียวกันทุกยี่ห้อ


ทั้งนี้ การที่ ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ หนักกว่าต้องยอมรับว่ามาจากการใส่ออพชันทั้งความสะดวกสบายและเสริมความปลอดภัยที่มากกว่า จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงหนักกว่าค่ายอื่นนั่นเอง




ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์

ในหัวข้อของเครื่องยนต์ โตโยต้า ถือว่าเด่นสุดเพราะ มากับ 3 ทางเลือก คือ ดีเซล 2.4 กับ 2.8ลิตรและเบนซิน 2.7 ลิตร โดยในตารางเรานำเสนอเพียงรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเท่านั้น เพื่อความกระชับของพื้นที่ อีซูซุ และฟอร์ดมากับ 2 ทางเลือก โดยเป็นดีเซลทั้งคู่

ซึ่ง อีซูซุ เลือกใช้เครื่องยนต์ ขนาด 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 177 แรงม้า แรงเท่ากับเครื่อง 2.8 ลิตรของโตโยต้า และ ขนาด 1.9 ลิตร กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงเท่ากับเครื่อง 2.4 ลิตรของโตโยต้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดและเกียร์ธรรมดา 6 สปีด เหมือนกัน โดยมีเพียง 2 ยี่ห้อนี้เท่านั้นที่มีเกียร์ธรรมดาให้เลือก


ขณะที่ ฟอร์ด เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร โดยมากับ 2 ทางเลือกคือ แบบเทอร์โบเดี่ยว พิกัดความแรง 180 แรงม้า และ เทอร์โบคู่ 213 แรงม้า ชนด้วยเกียร์อัตโนมัติลูกใหม่แบบ 10 สปิด ส่วนยี่ห้ออื่น ทำตลาดด้วยเครื่องยนต์พิกัดเดียว


คันไหนแรงสุด ตามตัวเลข ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ ยังคงมาเป็นอันดับ 1 ด้วยพิกัด 213 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลที่ 500 นิวตันเมตร เฉพาะรุ่นท้อปรุ่นเดียวเท่านั้น แต่หากมองในภาพรวม นิสสัน เทอร์ร่า มาเป็นอันดับ 1 ด้วย พิกัด 190 แรงม้า



นิสสัน เทอร์ร่า

อัตราการบริโภคน้ำมัน หัวข้อที่สำคัญที่มีส่วนในการตัดสินใจลำดับต้นๆ วัดค่าเฉลี่ยตามมาตรฐานของอีโค สติกเกอร์ของภาครัฐ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ทำผลงานได้ดีที่สุด ใกล้เคียงกับ อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ และตามมาด้วย ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ ซึ่งสอดคล้องกับอัตราการปล่อยไอเสีย ที่ฟอร์จูนเนอร์และมิว-เอ็กซ์ ทำได้ดีที่สุดเช่นเดียวกันตามลำดับ

ในส่วนของระบบช่วงล่างด้านหน้าทุกรุ่นใช้ระบบเดียวกันคือ ปีกนก 2 ชั้น หรือ ปีกนกคู่ (Double Wishbone) สำหรับช่วงล่างหลังทุกรุ่นใช้คอยล์สปริงเหมือนกันหมด แต่จะมีความแตกต่างอยู่ในแง่ของรูปแบบจุดยึดโดย วัตต์ลิงค์ของฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ ดูจะเด่นกว่าเพื่อนในกลุ่ม


สำหรับระบบเบรก ทุกรุ่นเป็นหน้าดิสก์-หลังดิสก์กันหมด ยกเว้น นิสสัน เทอร์ร่า ที่ยังเป็น หน้าดิสก์-หลังดรัม อยู่ ตรงจุดนี้ถ้าใครชอบหลังเป็นดรัมเบรก มีนิสสัน เทอร์ร่า มาเป็นทางเลือกใหม่ ให้จับจองได้



เชฟโรเลต เทรลเบรเซอร์

ระบบเสริมความปลอดภัย ไล่เรียงจากตาราง หากดูเฉพาะรุ่นท้อปเทียบกัน ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ จัดเต็มมาให้มากที่สุด ขณะที่รุ่นย่อยอื่นๆ ไม่สามารถนำเสนอได้ เพื่อความกระชับของเนื้อหา ขณะที่การพิจารณาในแง่ของความคุ้มค่าต่อราคา จำเป็นต้องไปเปรียบเทียบกันตามสเตปของราคาในแต่ละรุ่นย่อยกันอีกครั้ง

ทั้งนี้ เมื่อมองเฉพาะส่วนของกรอบราคา อีซูซุ ถือว่ามีรุ่นเริ่มต้นที่ย่อมเยาที่สุดด้วยราคา 1,099,000 บาท (ไม่นับรวมโปรโมชั่นหรือแคมเปญ) ขณะที่ ฟอร์ด ตัวท้อปสุดมีราคาสูงที่สุด 1,799,000 บาท ซึ่งหากมองเฉพาะตัวสินค้า ราคากับสิ่งที่ได้รับจากตัวรถ สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ใส่ออพชันมากราคาย่อมสูง ใส่ลูกเล่นน้อยราคาย่อมคบหาได้ง่ายกว่า
มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต

ถึงบรรทัดนี้ ยอมรับว่าหนักใจจริงๆ หากต้องเลือกพีพีวีไว้ใช้งานสักหนึ่งคัน เราขอให้ท่านเรียงลำดับความสำคัญในการเลือกเป็นหลักก่อน ว่าให้น้ำหนักกับเรื่องใดมากกว่ากัน เมื่อมองที่ตัวสินค้าเป็นหลักใช้ตารางช่วยได้ระดับหนึ่งส่วนที่เหลือหารีวิวประกอบ พร้อมกับตรวจเงินในกระเป๋าว่าเพียงพอกับพิกัดใด แต่หากคิดถึงบริการหลังการขายชื่อชั้นของเจ้าตลาด 2 ค่ายหลัก ยังคงการันตีมาตรฐานได้เป็นอย่างดี ท้ายนี้ขอให้เลือกรถได้ตรงใจใช้งานราบรื่น