xs
xsm
sm
md
lg

ครั้งแรกกับการทดสอบเครื่องยนต์ SKYACTIV-X

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

รถทดสอบ มาสด้า3 Prototypes ถูกพรางตัว ด้วยการครอบไว้ด้วยกระดองของมาสด้า3 โฉมปัจจุบัน และเป็นพวงมาลัยซ้ายทั้งหมด
เมื่อเราทราบถึงเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด SKYACTIV-X ของมาสด้ากันแล้วก็ถึงคิวที่ทางมาสด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น ให้สื่อไทยได้ทดลองสัมผัสกับเทคโนโลยีใหม่ โดยรถที่ให้ลองขับเป็นรถ Prototype ทั้งหมด 6 คัน ถูกพรางตัวด้วยการครอบไว้ด้วยกระดองของมาสด้า 3 และเป็นพวงมาลัยซ้ายทุกคัน

การทดสอบมาสด้า 3 Prototype แยกเป็นเกียร์ A/T 6 SPEED 3 คัน และเกียร์ M/T 6 SPEED อีก 3 คัน เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นกล่าวว่า รถที่พวกเราจะได้ลองขับเป็นการพัฒนาในช่วงแรกและทีมงานจะยังคงพัฒนาในขั้นตอนต่อไปอีก ฉะนั้นในการขับวันนี้ต้องการจะให้ทุกคนเข้าใจเทคโนโลยีของมาสด้าในอนาคตและปรัชญาในการพัฒนาของมาสด้า
ก่อนจะได้ลองขับ ต้องเข้าห้องเรียนหนังสือกันก่อน
ก่อนที่เราจะลองขับรถที่ใช้เครื่องยนต์ใหม่ SKYACTIV-X ทีมงานจากญี่ปุ่นให้ทุกคนลองขับมาสด้า 3 ตัวเก่ากันก่อนและถึงจะมาขับรถมาสด้า 3 Prototype ทั้งนี้เพื่อต้องการให้เห็นถึงความแตกต่างของเครื่องเก่าและเครื่องใหม่

ปกติเครื่องยนต์เบนซินโดยทั่วไปจุดที่เป็นข้อด้อยคือในช่วงรอบต่ำแรงบิดจะน้อย เพราะแรงบิดจะมาในช่วงรอบกลางถึงสูงเป็นส่วนใหญ่ พอรอบต่ำช่วงประมาณ 1,500-2,000 รอบซึ่งเป็นรอบที่เราใช้งานในเมืองเป็นส่วนใหญ่ การตอบสนองจะสู้ดีเซลไม่ได้ เพราะข้อดีของดีเซลคือเรื่องของแรงบิดในรอบต่ำ ดังนั้นมาสด้าจึงเอาข้อดีตรงนี้มาใส่ในเครื่อง SKYACTIV-X และพอลองขับตัว Prototype เทียบกับมาสด้า 3 ที่มากับเครื่องยนต์ SKYACTIV-G รู้สึกได้เลยว่าอัตราเร่งทั้งรอบต่ำ รอบกลาง รอบสูง สู้ SKYACTIV-X ไม่ได้ โดยเฉพาะในรอบต่ำถึงกลาง แรงบิดจะมาไว อัตราเร่งตอบสนองต่อคันเร่งจะดี แรง รวดเร็ว ตรงนี้เป็นจุดที่เห็นได้ชัดของเครื่องนี้
เส้นทางในสนาม Mine เซอร์กิต  ที่สื่อมวลชนจะใช้วิ่งทดสอบ
ส่วนในเรื่องช่วงรอบปลายความเร็วสูง ลองยาก เพราะเราขับระยะสั้นและในสนาม Mine เซอร์กิต ทางญี่ปุ่นไม่ได้ให้ขับเต็มสนาม จึงมีช่วงที่ใช้ความเร็วสูงเต็มที่ก็แค่ 100 เดียว มันเลยไม่ค่อยเห็นคุณสมบัติตรงนั้นสักเท่าไร ส่วนที่ไฮไลต์จริง ๆ คือเรื่องน้ำมัน เราก็ไม่สามารถรู้ได้ อย่างที่บอกเป็นการขับระยะสั้น แต่วิศวกรบอกว่าเครื่องใหม่นี้สามารถประหยัดน้ำมันถึง 20% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ SKYACTIV-G ซึ่งถ้าทำได้จริงถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ทำให้เครื่องยนต์เบนซินประหยัดใกล้เคียงกับดีเซลจากการผสมผสานการทำงานของ 2 ระบบคือดีเซลกับเบนซิน
รถ SKYACTIV X จอดโชว์
อีกประเด็นในการทดลองขับของสื่อมวลชนไทยที่มีความรู้สึกเหมือนกันคือ ช่วงล่างในรถ Prototype มีความนุ่มนวลลดลง ค่อนข้างแข็ง หากเทียบกับตัวเก่า แต่การขับเข้าโค้งทำได้ดีขึ้น แน่น หนึบ อาการโคลงตัวรถน้อยลงเวลาโยนเข้าโค้ง ซึ่งทางวิศวกรญี่ปุ่น บอกว่า ทุกอย่างยังไม่คอนเฟิร์ม 100 % เพราะนี่คือตัว Prototype มันจะมีการปรับจูนแต่งได้อีก
เปิดฝากระโปรงให้ชมเครื่องยนต์กัน
แต่อย่างไรช่วงล่างที่พวกเราแสดงความคิดเห็นไปนั้นว่าแข็งกว่าเดิม ทางวิศวกรบอกว่ามีการเปลี่ยนระบบช่วงล่างจาก มัลติลิงก์ เป็น ทอร์ชันบีม ซึ่งความเข้าใจของคนทั่วไปว่า เทคโนโลยี มัลติลิงก์ จะอยู่ในรถสปอร์ต การทำงานอิสระมันค่อนข้างทำงานได้ดีกว่าโดยเฉพาะในยานความเร็วสูง แต่การหันกลับมาใช้ ทอร์ชันบีม ที่ถูกวางในรถบ้านมาใช้แทน ซึ่งตรงนี้คำตอบของวิศวกรยังไม่ชัดเจน เขาแค่บอกว่า ทอร์ชันบีม ตัวนี้มีการพัฒนามาใหม่ มีความแข็งแรงมากขึ้น การคอนโทรลตัวรถจะดีขึ้น แต่ไม่ได้บอกว่าทำไมถึงเปลี่ยน แต่ถ้ามองในมุมของเราเอง มันมีทั้งข้อดี-ข้อเสีย ทั้งนี้ก็ต้องรอดูรถที่จะขายจริงว่าจะใช้ช่วงล่างแบบไหน เพราะนี่คือตัว Prototype
เครื่องยนต์ SKYACTIV X
อย่างไรก็ตามเทคโนโลยี SKYACTIV-X จะลงสู่ตลาดให้คนทั่วโลกได้สัมผัสน่าจะเป็นปีหน้าและเชื่อได้เลยว่าจะมาพร้อม มาสด้า 3 โมเดลใหม่ เพียงแต่ประเทศที่จะได้สัมผัสก่อนน่าจะเป็นอเมริกา ยุโรป เนื่องจากรถพัฒนาเป็นพวงมาลัยซ้าย ส่วนบ้านเราคงรอหลังจากนั้น แต่รับรองว่าไม่นาน เพราะมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ถือเป็นเสือปืนไวตอบสนองคนไทยอย่างรวดเร็วมาตลอด


รถที่เตรียมให้ทดลองขับ
อนึ่ง Skyactiv X เบนซินจุดระเบิดด้วยกำลังอัดเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่มาสด้าประกาศว่าเป็นเจ้าแรกในโลกที่สามารถคิดค้นเครื่องยนต์เบนซินที่สามารถจุดระเบิดได้ด้วยการใช้กำลังอัดแบบเดียวกับเครื่องยนต์ดีเซลนั่นคือการหยิบเอาข้อดีของเครื่องดีเซลมาใช้งานได้ในเครื่องเบนซินแต่ยังคงต้องมีหัวเทียนในการจุดระเบิดอยู่ด้วย โดยจะทำงานน้อยลง
รถที่เตรียมให้ทดลองขับ

หลักการทำงานของ Skyactiv X เหมือนเครื่องยนต์เบนซินทั่วไปใช้หัวเทียนในการจุดระเบิด สลับการใช้กำลังอัดในการจุดระเบิด (อัตราส่วนกำลังอัด15 ต่อ1) โดยเป็นลักษณะของการสุ่ม ตามการคำนวณของระบบอีซียู ภายใต้ชื่อ เทคโนโลยี SPCCI(Spark-Controlled Compression Ignition) หรือการจุดระเบิดการเผาไหม้ส่งผลดีต่อรถยนต์ในแง่ของอัตราความประหยัดน้ำมัน การเผาไหม้ที่สะอาดขึ้นและลดมลพิษลงได้


ด้านท้ายของมาสด้า  3 รุ่นใหม่ (คาดว่า)

เมื่อนำ Skyactiv X เปรียบเทียบเครื่องยนต์ Skyactiv G รุ่นปัจจุบัน Skyactiv X จะให้แรงบิดที่มากกว่าถึง10% และเพิ่มขึ้นได้อีกถึง 30% ที่ความเร็วรอบต่างๆโดยอยู่ระหว่างการพัฒนาที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ขณะที่ความประหยัดจะเพิ่มขึ้นได้ถึง30% เมื่อเทียบกับ Skyactiv G และดีกว่า Skyactiv D ในแง่ของประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง


ทั้งนี้ Skyactiv X ยังจะเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานในการพัฒนาเครื่องยนต์แบบไฮบริดในอนาคตของมาสด้าอีกด้วยซึ่งตามแผนงานของมาสด้าSkyactiv X จะพร้อมลงสู่รถยนต์มาสด้าได้ ในปีหน้าหรือ2019
ภายในรถที่ได้ทดลองขับ เป็นพวงมาลัยซ้าย ทั้งหมด
ตารางการทดสอบ
มีมาสด้า  3 รุ่นเก่า ให้ลองขับก่อนด้วย  เพื่อจะได้เปรียบเทียบระหว่างเครื่องยนต์เก่าและเครื่องยนต์ใหม่
ระหว่างการขับ ในสนาม





สื่อมวลชนไทยทั้งหมดที่เข้าร่วมทดสอบและผู้บริหารมาสด้า ประเทศญี่ปุ่น  ถ่ายภาพรวมกัน


กำลังโหลดความคิดเห็น...