เพียงหนึ่งวันหลังจากอีลอน มัสก์ สวนนักวิเคราะห์ว่า ตั้งคำถามน่าเบื่อไร้จินตนาการ โฟล์คสวาเกนตั้งโต๊ะแถลงข่าวการสั่งซื้อแบตเตอรี่ราคาเกือบพอๆ กับมูลค่าตลาดของเทสลา รวมทั้งแผนปั๊มยอดขายรถไฟฟ้าเต็มระบบปีละ 3 ล้านคันภายในปี 2025
ข้อตกลงสั่งซื้อแบตเตอรี่มูลค่า 48,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้โฟล์คสวาเกนใกล้บรรลุเป้าหมายในการจัดซื้ออุปกรณ์สำคัญนี้รวม 60,000 ล้านดอลลาร์
แม้มัสก์สวมบทบาทซีอีโออินดี้ที่คิดนอกกรอบอย่างไม่มีที่ติ แต่ตอนนี้เขากลับตกเป็นฝ่ายตั้งรับจากทั้งนักลงทุนที่ต้องการสำรวจสถานะการเงินของเทสลา และจากบริษัทรถยักษ์ใหญ่ไล่ตั้งแต่เดมเลอร์จนถึงโฟล์คสวาเกนที่กำลังรุกหนักในตลาดอีวีหรูซึ่งเป็นหมวดหมู่ที่เทสลาบุกเบิกและครอบครองมาก่อน
ลำพังเรื่องกำลังผลิตนั้นต้องบอกว่า กระดูกคนละเบอร์เพราะโฟล์คสวาเกนใช้เวลาแค่ 4 วันก็สามารถผลิตรถได้มากกว่าปริมาณการผลิตตลอดทั้งปีของเทสลาแล้ว แถมตอนนี้โฟล์คฯ กำลังทุ่มทุนและศักยภาพด้านวิศวกรรมเพื่อแก้ตัวและฟื้นผลงานที่ตกต่ำจากเรื่องอื้อฉาวโกงค่าไอเสียเมื่อหลายปีก่อน
การลงทุนด้านแบตเตอรี่ของโฟล์คสวาเกน บริษัทรถใหญ่ที่สุดของโลกสัญชาติเยอรมัน เจ้าของแบรนด์รถหรูมากมาย อาทิ ปอร์เช่, อาวดี้ และเบนท์ลีย์ ส่วนหนึ่งนั้นเกิดจากความผิดพลาดของตัวเอง เพราะกรณีดีเซลเกตทำให้ยอดขายรถเครื่องยนต์ดีเซลในยุโรปดิ่งฮวบนับตั้งแต่ที่โฟล์คสวาเกนยอมรับว่า โกงการทดสอบไอเสียในปี 2015 บีบให้บริษัทรถแห่งอื่นๆ ต้องเร่งพัฒนารถไฟฟ้าออกมาจำหน่ายเพื่อตอบสนองข้อจำกัดการปล่อยไอเสียที่เข้มงวดขึ้นของสหภาพยุโรป (อียู)
เฮอร์เบิร์ต ดิสส์ ซีอีโอโฟล์คสวาเกน กล่าวถึงกรณีฉาวดีเซลเกตว่า การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในจริยธรรมคือเป้าหมายหลักของโฟล์คสวาเกนเช่นเดียวกับการพัฒนาและการทำตลาดรถยนต์
นอกจากนี้แม้ต้องจ่ายค่าปรับมหาศาลจากกรณีดังกล่าว แต่ปีที่แล้ว โฟล์คสวาเกนยังมีเงินสดสุทธิถึง 29,000 ล้านดอลลาร์ และทำยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 10.74 ล้านคัน
ดิสส์ยังย้ำกับนักลงทุนระหว่างงานประชุมผู้ถือหุ้นในเบอร์ลินเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วว่า โฟล์คสวาเกนมีแผนสร้างยอดขายรถไฟฟ้าเต็มระบบปีละ 3 ล้านคันภายในปี 2025
การประชุมผู้ถือหุ้นของโฟล์คสวาเกนเกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากมัสก์ ซีอีโอเทสลา ทำให้เกิดความกังวลรอบใหม่ว่า บริษัทรถไฟฟ้าที่เป็นที่ชื่นชอบของมหาชนแห่งนี้จะสามารถผลิตได้ตามเป้าหมายที่ประกาศไว้หรือไม่และกำลังถังแตกหรือเปล่า มิหนำซ้ำมัสก์ยังวิจารณ์นักวิเคราะห์ระหว่างการประชุมทางโทรศัพท์ว่า ตั้งคำถามน่าเบื่อไร้จินตนาการ ทั้งไม่ยอมตอบคำถามว่า เทสลาต้องเพิ่มทุนหรือไม่
สถานการณ์ของโฟล์คสวาเกนดูเหมือนตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะดิสส์ประกาศชัดถ้อยชัดคำว่า ภายในปี 2020 บริษัทจะเปิดตัวรถไฟฟ้าใหม่มากกว่า 25 รุ่น และปลั๊ก-อิน ไฮบริดอีกกว่า 20 รุ่นภายใต้แบรนด์ต่างๆ และในภูมิภาคต่างๆ เพื่อส่งฟลีตอีวีใหญ่ที่สุดในโลกลงสู่ท้องถนน
อาวดี้ที่ทำรายได้ให้โฟล์คสวาเกน กรุ๊ปมากที่สุด จะเริ่มผลิตเอสยูวีไฟฟ้าเต็มระบบรุ่นแรกปลายเดือนสิงหาคมนี้ ตามด้วยคูเป้ 4 ประตู “มิชชั่น อี” จากปอร์เช่ในปีหน้า ส่วนแบรนด์โฟล์คสวาเกนเองนั้นจะเริ่มทำตลาดรถไฟฟ้าตระกูลไอ.ดี. ตั้งแต่ปี 2020 และตั้งราคาขายพอๆ กับรถขนาดเดียวกันที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป
เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้บริหารโฟล์คสวาเกนยังเปิดเผยว่า บริษัทกำลังริเริ่มแผนการเชิงยุทธศาสตร์ในจีนที่มุ่งเน้นรถครอสโอเวอร์และเอสยูวี รวมถึงการเชื่อมต่อออนไลน์สมบูรณ์แบบ เพื่อปกป้องตำแหน่งผู้นำในตลาดแดนมังกร ซึ่งโฟล์คฯ ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ทั้งสิ้น 13.2% ผ่านโครงการร่วมทุนสองแห่ง
แผนการที่ว่าประกอบด้วยการเปิดตัวครอสโอเวอร์และเอสยูวี 3 รุ่นปลายปีนี้ จากที่ขายอยู่แล้ว 3 รุ่น และจะเพิ่มเป็น 12 รุ่นใน 2 ปี ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้น 1 ใน 3 ของรถทั้งหมดของโฟล์คสวาเกนที่ขายในจีนจะเป็นครอสโอเวอร์และเอสยูวี
นอกจากนี้โฟล์คสวาเกนยังมีแผนปล่อยรถปลั๊ก-อิน ไฮบริดและรถไฟฟ้าใหม่ 10 รุ่นลงตลาดจีนในปี 2020 และติดตั้งระบบออนไลน์ในรถทุกรุ่นภายในสิ้นปีนี้


