xs
xsm
sm
md
lg

ตลาดรถยนต์มือสองคึก ปรับกลยุทธ์ เพิ่มรับประกัน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

นายสมชาย ตระกูลภิรมย์ ผู้จัดการทั่วไป มาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสคาร์ ในเครือบริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด

ตลาดรถยนต์ของไทยนอกจากรถยนต์ใหม่แล้ว รถยนต์ใช้แล้วหรือรถมือสองถือว่าได้รับความนิยมไม่แพ้รถใหม่เช่นเดียวกัน เรียกว่า มีรถใหม่ขายก็ย่อมต้องมีรถเก่าขายด้วย โดยหลายปีที่ผ่านมาลักษณะของตลาดรถมือสองจะเป็นไปตามตลาดรถใหม่คือ หากรถใหม่ขายดีรถมือสองจะขายดีด้วย


นายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ ผู้บริหาร บริษัท ทีเอ็นพี กรุ๊ป

สำหรับในปี พ.ศ.2660 ที่ผ่านมา ทางทีมงานเอ็มจีอาร์ มอเตอริ่งได้สำรวจตลาดและสอบถามความเห็นจากผู้ประกอบการค้าขายรถมือสอง รวมถึงการหาข้อมูลรอบด้าน เพื่อประเมินสภาวะของตลาด พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

หลังจากเกิดโครงการรถยนต์คันแรกของรัฐบาลในปี 2555 ทำให้ผู้ประกอบการรถมือสองประสบภาวะวิกฤตและขาดทุนอย่างหนัก ส่งผลให้มีการเลิกกิจการเป็นจำนวนมาก เรียกว่าใครที่อยู่รอดถึงปัจจุบันได้นับว่าเป็นผู้ประกอบการที่มีคุณภาพ สามารถรักษาตัวรอดได้



ทั้งนี้ เนื่องจาก การขายรถยนต์ใหม่ กับรถยนต์มือสอง นั้นมีความเกี่ยวเนื่องกันอย่างชัดเจน ด้วยราคาขายเป็นหัวใจสำคัญ หากรถยนต์ใหม่ มีการปรับราคาลง หรือมีการทำแคมเปญด้านราคา จะส่งผลทันทีต่อราคารถมือสองในตลาด รวมถึง การลดอัตราดอกเบี้ย หรือเงื่อนไขทางการเงิน ก็มีผลต่อการเลือกซื้อด้วย เพราะผู้บริโภคจะดูเงื่อนไขความยากง่ายในการออกรถเป็นอย่างแรก

“ยิ่งเงินดาวน์ต่ำหรือ ไม่มีดาวน์ คนซื้อก็จะตัดสินใจออกรถได้ง่ายขึ้น ข้อดีนี้คือข้อได้เปรียบของรถมือสอง แต่หากรถใหม่ออกแคมเปญดาวน์ต่ำหรือไม่ต้องดาวน์ จะกระทบต่อรถมือสองทันที รวมถึงการลดราคา เช่น โครงการรถคันแรก ส่งผลให้ลูกค้าหนีจากการซื้อรถมือสองไปออกรถใหม่แทน” นายสมชาย ตระกูลภิรมย์ ผู้จัดการทั่วไป มาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสคาร์ ในเครือบริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด หรือ เอ็มจีซี กล่าว



โดยในปีที่ผ่านมา ถือว่า สงครามราคารุนแรงในตลาดรถมือสอง เพราะรถใหม่ขายดี ทำให้รถมือสองขายดีตามไปด้วย สินค้าหายากขึ้น ทำให้ต้องสู้ราคาในการซื้อรถเข้ามาขาย มิฉะนั้นจะไม่ได้รถ โดยภาพรวมถือว่า ราคารถยนต์มือสองต่อรุ่นเมื่อเทียบแบบปีต่อปีแล้ว ลดลงราว 10% ถือว่าเป็นอัตราปกติ

“ภาพรวมตลาดรถมือสอง ปีนี้มีผู้ประกอบการหน้าใหม่เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้นราว 200 ราย ส่วนคนที่อยู่ก็ประคองตัวกันไป กำไรแต่ละคันอาจจะน้อยลงไปบ้าง เนื่องจากการหาสินค้าเข้ามาขายต้องแย่งกันซื้อระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน รถบางคันที่คาดว่าจะกำไร 1 แสน จะเหลือเพียง 5 หมื่น และเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว อาจจะเหลือกำไรจริงๆ ไม่ถึง 2 หมื่นด้วยซ้ำ หรือการซื้อพลาดก็คือขาดทุน บางคันขาดทุนถึง 3 แสนก็ต้องยอมขายทิ้ง ไม่ขายให้ลูกค้า เพื่อรักษาชื่อเสียงของเราเอาไว้” นายสมชาย กล่าวเสริม



ซึ่งการแข่งขันของตลาดรถมือสองในปีนี้ คาดว่านอกจากเรื่องของราคาแล้ว ผู้ประกอบการทุกรายจะต้องปรับตัว เพิ่มกลยุทธ์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การรับประกันคุณภาพของรถ โดยมีการตรวจพร้อมออกใบยืนยันว่า ไม่เคยชนหนักหรือดัดแปลงตัวถังมาก่อน โดยต้องลงทุนใช้เครื่องมือในการตรวจสภาพรถ รวมถึงการรับประกันการซ่อมฟรีหลังการขายด้วย โดยผู้ประกอบการหลายรายต้องทำในส่วนนี้ มิฉะนั้นจะขายยาก เมื่อเทียบกับรายที่มีการรับประกัน




นอกจากการปรับตัวด้านการรับประกันแล้ว ยังมีในส่วนของการเก็บฐานข้อมูลเพื่อติดตามดูแลลูกค้า หลังการขาย เช่นเดียวกับกลยุทธ์ของรถยนต์ใหม่ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นในการดูแล ขณะเดียวกัน ช่องทางการจำหน่ายก็เปลี่ยนไป โดยจากการลงโฆษณาผ่านหนังสือ กลายมาเป็นการใช้ช่องทางดิจิตอลแทน






ผู้ประกอบการเต้นท์รถยนต์มือสอง ปัจจุบันจะใช้สื่อออนไลน์ ไม่ว่าเป็น เวปไซต์ขายรถของตัวเอง,เวบไซต์ขายรถมือสอง, เฟซบุ๊ค, เพจ, ไลฟ์โชว์ และยูทูป แทบทุกเต้นท์จะต้องทำสื่อผ่านช่องทางต่างๆ เหล่านี้ รวมถึงการพัฒนาทีมงานขายให้มีความเข้าใจลูกค้ามากขึ้น” นายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ ผู้บริหาร บริษัท ทีเอ็นพี กรุ๊ป หนึ่งในผู้ประกอบการรถมือสองที่ผ่านพ้นวิกฤตดังกล่าวมาได้ ให้ความเห็นไว้








สำหรับภาพรวมตลาดรถมือสองในปี 2560 คาดว่ามียอดขายเปลี่ยนมือประมาณ 400,000 -500,000 คัน ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการเต้นท์รถมือสองมีราว 20,000 แห่งทั่วประเทศ ขณะที่เต้นท์รถมือสองซึ่งลงทะเบียนกับเวปไซต์ขายรถมือสอง one2car มีจำนวนราว 4,000 ราย และเต้นท์ที่อยู่ในสมาคมผู้ประกอบการรถมือสองมีจำนวน 500 ราย












ถึงบรรทัดนี้ ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่มือหนึ่ง หรือรถมือสอง ต่างก็แข่งขันกันอย่างดุเดือด ทั้งราคาและการบริการหลังการขาย รวมถึงการเพิ่มการรับประกัน ทั้งหมดที่ทำไปก็เพื่อแย่งชิงที่นั่งในหัวใจลูกค้านั่นเอง สุดท้ายเราในฐานะลูกค้าย่อมได้ประโยชน์



กำลังโหลดความคิดเห็น