สแกนเนีย เผยผลสำเร็จธุรกิจปี 2017 ยอดขายรถบรรทุกและแชลซีส์รถบัสโดยสารเพิ่มสูงกว่า 30% ด้วยยอดขาย 591 คัน ทิศทางปี 2018 เน้นสร้างความประทับใจพร้อมจัดกิจกรรม Top Team Thailand 2018 เพิ่มพูนทักษะบุคลากรและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน

นายสเตฟาน ดอร์สกี กรรมการผู้จัดการ บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด เผยว่า ตลาดรถบรรทุกและรถบัสโดยสารปี 2017 ภาพรวมตลาดมียอดการจดทะเบียนลดลง ในทางกลับกันสแกนเนียในประเทศไทยมีการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 30% รถบรรทุกเพิ่ม 24% รถโดยสารสแกนเนียยอดเพิ่มขึ้นสูงถึง 27% โดยยอดขายรถบรรทุกอยู่ที่ 472 คัน และรถบัส 119 คัน รวม 591 คัน นอกจากนี้ระบบบริการหลังการขายก็มียอดเพิ่มขึ้นเป็น 25%

ปัจจัยที่ทำให้สแกนเนียเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด คือ 1. ทีมงาน ทีทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับการทำงานอย่างสม่ำเสมอ ล้วนมุ่งไปที่การบริการลูกค้าเสริมสร้างองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการซ่อมบำรุง ดูแลรักษา ลดการ beck down รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้แก่ลูกค้า 2. คุณภาพของสินค้า มีจุดเด่นคือเรื่องของการประหยัดน้ำมัน ทนทาน ง่ายต่อการใช้งานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 3. Repair Maintenance ที่ตอบโจทย์ให้แก่ลูกค้าได้เป็นอย่างดี ปลายปีนี้ เตรียมพร้อมเปิดโรงงานประกอบรถบรรทุกและรถบัสโดยสารอย่างเป็นทางการในประเทศไทย รอรับจำนวนการสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง

ปีนี้เตรียมเปิดโรงงานประกอบรถบรรทุกและแชลซีส์รถโดยสารอย่างเป็นทางการในประเทศไทยและขยายสาขารองรับจำนวนรถสแกนเนียในตลาดที่เพิ่มขึ้นในจังหวัดสมุทรสาคร คาดว่า ปี 2018 จะเพิ่มยอดขายสำหรับรถบรรทุกได้ 650 คัน รถบัสโดยสาร 140 คัน ยังคงเน้นเรื่องการให้บริการหลังการขายเป็นสำคัญเพราะทุกอย่างเริ่มต้นมาจากลูกค้า จึงพยายามทำให้รถที่ลูกค้าซื้อนั้นตรงตามวัตถุประสงค์ของการใช้งานได้มากที่สุด รวมถึงการพัฒนาความรู้ให้แก่ทีมงานให้สามารถดูแลลูกค้าหลังการขายได้เป็นอย่างดี รวดเร็วและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งในปีนี้ได้จัดกิจกรรม Scania Top Team Thailand เป็นการพัฒนาทักษะบุคลากรฝ่ายบริการให้มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม ผนวกเข้ากับเทคโนโลยีอัจฉริยะการบริการระบบบริหารจัดการฟลีตรถ การวางแผนบริหารจัดการฟลีตรถเป็นไปได้อย่างมีคุณภาพและแผนการบำรุงรักษาเพื่อการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

นายภูริวัทน์ รักอินทร์ ผู้อำนวนการฝ่ายปฏิบัติการภูมิภาค บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด กล่าวว่า “การแข่งขัน Scania Top Team เป็นกิจกรรมแข่งขันวัดประสิทธิภาพทีมบริการหลังการขาย ในการตรวจวิเคราะห์และแก้ปัญหาเกี่ยวกับรถสแกนเนีย ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 10 ในระดับนานาชาติ โดยจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นการพัฒนาทักษะของบุคลากรฝ่ายบริการของสแกนเนียและเพิ่มความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และการใช้เครื่องมือที่ถูกต้องในการทำงานและวัดประสิทธิภาพของทีมช่าง รวมถึงฝึกทักษะความรู้และเทคโนโลยี ความเป็นมืออาชีพ ตลอดจนส่งเสริมการทำงานร่วมกันเป็นทีมที่เป็นองค์ประกอบที่จำเป็น มุ่งเน้นไปที่การดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นนโยบายเป้าหมายสูงสุดในการฝึกอบรมของสแกนเนียทั่วโลกโดยเป้าหมายสูงสุดสำหรับการฝึกอบรมทีมงานสแกนเนียทั่วโลก คือ การให้บริการที่ดีมีคุณภาพ รวดเร็วที่จะช่วยให้ยานพาหนะของลูกค้ามีความพร้อมในการวิ่งงานสูงสุด ในเวลาเดียวกัน Scania Top Team ยังเป็นเวทีกิจกรรมที่สำคัญในการส่งเสริมด้านทักษะความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงลดปัญหาสิ่งแวดล้อม”

“กิจกรรมการแข่งขัน Scania Top Team มีผู้เข้าร่วมแข่งขันกว่า 8,000 คนจากกว่า 70 ประเทศ โดยแต่ละประเทศที่จัดการแข่งขันจะมีการทดสอบในเชิงทฤษฎีและการปฏิบัติที่เกี่ยวกับงานด้านบริการ สำหรับประเทศไทยเรามีทีมสมัครเข้าร่วมแข่งขันจากทุกสาขาทั่วประเทศถึง 14 ทีม ซึ่งมี 5 ทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ โดยจะแข่งขันในวันที่ 20 มกราคม 2561 นี้ เพื่อค้นหาสุดยอดทีม ที่จะเป็นตัวแทนไปแข่งระดับประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในเดือนกันยายน 2561 และแข่งรอบชิงชนะเลิศรอบสุดท้ายในเดือนธันวาคม ที่ประเทศสวีเดนต่อไป โดยคาดหวังว่าตัวแทน Scania Top Team จากประเทศไทย จะสามารถนำทีมไปคว้ารางวัลใหญ่ที่ประเทศสวีเดนกลับมาได้ เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนางานขององค์กรต่อไป”

นายสถิตย์ ริยะตานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด ให้ข้อมูลว่า ปีนี้ สแกนเนีย พร้อมให้บริการลูกค้าด้วย ระบบบริหารจัดการฟลีตรถ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการฟลีตรถลูกค้า ลูกค้าสามารถทราบได้ว่ารถแต่คันในขณะนั้นวิ่งอยู่ที่ไหน อัตราการใช้เชื้อเพลิง พฤติกรรมการขับขี่เป็นอย่างไร สามารถนำผลมาวิเคราะห์และปรับปรุงเพื่อพัฒนาในการขับขี่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กรณีที่ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินสามารถใช้เทคโนโลยีระบบนี้เข้าไปดูแลแก้ไข เพื่อเตรียมเครื่องมือและอะไหล่ไปแก้ไขอย่างเร็วที่สุด ทั้งนี้ยังมีการวางแผนซ่อมบำรุงรักษาเพื่อการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพหรือ Scania Maintenance with Flexible Plans (Flex) ช่วยให้รถมีอายุการใช้งานนานขึ้น ออกแบบเฉพาะรถของแต่ละคันด้วยการนำเอาข้อมูลจากรถบรรทุกและการรับบริการที่แม่นยำตลอดจนเก้บข้อมูลตัวแปรต่างๆ
“สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาซ่อมและบำรุงรักษา หรือ Repair and Maintenance Contract (R&M) กับสแกนเนีย สามารถรับบริการแผนการบำรุงรักษา เพื่อการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ (Flex) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเอาเวลาที่จะต้องดูแลรถ ไปบริหารธุรกิจได้อย่างเต็มที่ และปล่อยหน้าที่ดูแลรถให้กับเราทำหน้าที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจและผลกำไรของลูกค้าให้อย่างยั่งยืนต่อไป” นายสถิตย์ ริยะตานนท์ กล่าวตบท้าย
นายสเตฟาน ดอร์สกี กรรมการผู้จัดการ บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด เผยว่า ตลาดรถบรรทุกและรถบัสโดยสารปี 2017 ภาพรวมตลาดมียอดการจดทะเบียนลดลง ในทางกลับกันสแกนเนียในประเทศไทยมีการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 30% รถบรรทุกเพิ่ม 24% รถโดยสารสแกนเนียยอดเพิ่มขึ้นสูงถึง 27% โดยยอดขายรถบรรทุกอยู่ที่ 472 คัน และรถบัส 119 คัน รวม 591 คัน นอกจากนี้ระบบบริการหลังการขายก็มียอดเพิ่มขึ้นเป็น 25%
ปัจจัยที่ทำให้สแกนเนียเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด คือ 1. ทีมงาน ทีทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับการทำงานอย่างสม่ำเสมอ ล้วนมุ่งไปที่การบริการลูกค้าเสริมสร้างองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการซ่อมบำรุง ดูแลรักษา ลดการ beck down รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้แก่ลูกค้า 2. คุณภาพของสินค้า มีจุดเด่นคือเรื่องของการประหยัดน้ำมัน ทนทาน ง่ายต่อการใช้งานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 3. Repair Maintenance ที่ตอบโจทย์ให้แก่ลูกค้าได้เป็นอย่างดี ปลายปีนี้ เตรียมพร้อมเปิดโรงงานประกอบรถบรรทุกและรถบัสโดยสารอย่างเป็นทางการในประเทศไทย รอรับจำนวนการสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง
ปีนี้เตรียมเปิดโรงงานประกอบรถบรรทุกและแชลซีส์รถโดยสารอย่างเป็นทางการในประเทศไทยและขยายสาขารองรับจำนวนรถสแกนเนียในตลาดที่เพิ่มขึ้นในจังหวัดสมุทรสาคร คาดว่า ปี 2018 จะเพิ่มยอดขายสำหรับรถบรรทุกได้ 650 คัน รถบัสโดยสาร 140 คัน ยังคงเน้นเรื่องการให้บริการหลังการขายเป็นสำคัญเพราะทุกอย่างเริ่มต้นมาจากลูกค้า จึงพยายามทำให้รถที่ลูกค้าซื้อนั้นตรงตามวัตถุประสงค์ของการใช้งานได้มากที่สุด รวมถึงการพัฒนาความรู้ให้แก่ทีมงานให้สามารถดูแลลูกค้าหลังการขายได้เป็นอย่างดี รวดเร็วและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งในปีนี้ได้จัดกิจกรรม Scania Top Team Thailand เป็นการพัฒนาทักษะบุคลากรฝ่ายบริการให้มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม ผนวกเข้ากับเทคโนโลยีอัจฉริยะการบริการระบบบริหารจัดการฟลีตรถ การวางแผนบริหารจัดการฟลีตรถเป็นไปได้อย่างมีคุณภาพและแผนการบำรุงรักษาเพื่อการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ
นายภูริวัทน์ รักอินทร์ ผู้อำนวนการฝ่ายปฏิบัติการภูมิภาค บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด กล่าวว่า “การแข่งขัน Scania Top Team เป็นกิจกรรมแข่งขันวัดประสิทธิภาพทีมบริการหลังการขาย ในการตรวจวิเคราะห์และแก้ปัญหาเกี่ยวกับรถสแกนเนีย ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 10 ในระดับนานาชาติ โดยจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นการพัฒนาทักษะของบุคลากรฝ่ายบริการของสแกนเนียและเพิ่มความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และการใช้เครื่องมือที่ถูกต้องในการทำงานและวัดประสิทธิภาพของทีมช่าง รวมถึงฝึกทักษะความรู้และเทคโนโลยี ความเป็นมืออาชีพ ตลอดจนส่งเสริมการทำงานร่วมกันเป็นทีมที่เป็นองค์ประกอบที่จำเป็น มุ่งเน้นไปที่การดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นนโยบายเป้าหมายสูงสุดในการฝึกอบรมของสแกนเนียทั่วโลกโดยเป้าหมายสูงสุดสำหรับการฝึกอบรมทีมงานสแกนเนียทั่วโลก คือ การให้บริการที่ดีมีคุณภาพ รวดเร็วที่จะช่วยให้ยานพาหนะของลูกค้ามีความพร้อมในการวิ่งงานสูงสุด ในเวลาเดียวกัน Scania Top Team ยังเป็นเวทีกิจกรรมที่สำคัญในการส่งเสริมด้านทักษะความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงลดปัญหาสิ่งแวดล้อม”
“กิจกรรมการแข่งขัน Scania Top Team มีผู้เข้าร่วมแข่งขันกว่า 8,000 คนจากกว่า 70 ประเทศ โดยแต่ละประเทศที่จัดการแข่งขันจะมีการทดสอบในเชิงทฤษฎีและการปฏิบัติที่เกี่ยวกับงานด้านบริการ สำหรับประเทศไทยเรามีทีมสมัครเข้าร่วมแข่งขันจากทุกสาขาทั่วประเทศถึง 14 ทีม ซึ่งมี 5 ทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ โดยจะแข่งขันในวันที่ 20 มกราคม 2561 นี้ เพื่อค้นหาสุดยอดทีม ที่จะเป็นตัวแทนไปแข่งระดับประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในเดือนกันยายน 2561 และแข่งรอบชิงชนะเลิศรอบสุดท้ายในเดือนธันวาคม ที่ประเทศสวีเดนต่อไป โดยคาดหวังว่าตัวแทน Scania Top Team จากประเทศไทย จะสามารถนำทีมไปคว้ารางวัลใหญ่ที่ประเทศสวีเดนกลับมาได้ เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนางานขององค์กรต่อไป”
นายสถิตย์ ริยะตานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด ให้ข้อมูลว่า ปีนี้ สแกนเนีย พร้อมให้บริการลูกค้าด้วย ระบบบริหารจัดการฟลีตรถ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการฟลีตรถลูกค้า ลูกค้าสามารถทราบได้ว่ารถแต่คันในขณะนั้นวิ่งอยู่ที่ไหน อัตราการใช้เชื้อเพลิง พฤติกรรมการขับขี่เป็นอย่างไร สามารถนำผลมาวิเคราะห์และปรับปรุงเพื่อพัฒนาในการขับขี่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กรณีที่ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินสามารถใช้เทคโนโลยีระบบนี้เข้าไปดูแลแก้ไข เพื่อเตรียมเครื่องมือและอะไหล่ไปแก้ไขอย่างเร็วที่สุด ทั้งนี้ยังมีการวางแผนซ่อมบำรุงรักษาเพื่อการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพหรือ Scania Maintenance with Flexible Plans (Flex) ช่วยให้รถมีอายุการใช้งานนานขึ้น ออกแบบเฉพาะรถของแต่ละคันด้วยการนำเอาข้อมูลจากรถบรรทุกและการรับบริการที่แม่นยำตลอดจนเก้บข้อมูลตัวแปรต่างๆ
“สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาซ่อมและบำรุงรักษา หรือ Repair and Maintenance Contract (R&M) กับสแกนเนีย สามารถรับบริการแผนการบำรุงรักษา เพื่อการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ (Flex) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเอาเวลาที่จะต้องดูแลรถ ไปบริหารธุรกิจได้อย่างเต็มที่ และปล่อยหน้าที่ดูแลรถให้กับเราทำหน้าที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจและผลกำไรของลูกค้าให้อย่างยั่งยืนต่อไป” นายสถิตย์ ริยะตานนท์ กล่าวตบท้าย


