xs
xsm
sm
md
lg

ตลาดรถยนต์ปีนี้สดใส ลุ้น9แสนคัน รถเล็ก-SUVฉลุย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

จากรายงานสรุปยอดขายรถยนต์ประจำปี 2560 ที่ระบุตัวเลขระดับ 870,000 กว่าคัน เติบโต 13% นับเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่ตลาดเติบโตขึ้นได้ หลังจากหดตัวอย่างต่อเนื่องอันเป็นผลจากโครงการรถยนต์คันแรก ที่บรรดาค่ายรถยนต์ในช่วงเวลานั้นต่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว จนกระทั่งในปีที่แล้วทุกอย่างเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ทีมงาน MGR มอเตอริ่ง รวบรวมความเห็นจากผู้บริหารค่ายรถยนต์ชั้นนำในเมืองไทย ว่ามีความเห็นเป็นอย่างไรบ้างกับตลาดรถยนต์ในปีนี้
ยุคนธร วิเศษโกสิน
ฟอร์ด
“ตลาดรถยนต์ของประเทศไทยในปี 2561 ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากปี 2560 ด้วยปัจจัยหนุนต่างๆ เช่น เศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัวตามลำดับ การลงทุนของภาครัฐและมาตรการส่งเสริมการลงทุน รวมถึงรถที่ทยอยพ้นโครงการรถคันแรก ส่งผลให้เกิดความต้องการซื้อรถคันใหม่ อีกทั้งฟอร์ดเชื่อมั่นว่าผู้ผลิตรถยนต์ค่ายต่างๆ จะยังคงทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยกระตุ้นตลาดรถยนต์ในประเทศให้เติบโตมากขึ้น แต่จะมากหรือน้อยเพียงใด ต้องรอประเมินสถานการณ์ในช่วงไตรมาสหนึ่งและสอง แต่คาดว่าตลาดจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 5%” ยุคนธร วิเศษโกสิน ประธานฟอร์ด อาเซียน และกรรมการผู้จัดการฟอร์ด ประเทศไทย
นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร
ฮอนด้า

“จากแนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2560 ทำให้คาดว่ายอดขายตลาดรวมรถยนต์ในปี 2561 จะเติบโตขึ้นในระดับใกล้เคียงกับ GDP (3-4%) โดยเพิ่มขึ้นจาก 870,000 คัน เป็นประมาณ 900,000 คัน ทั้งนี้มาจากปัจจัยหลายอย่าง อาทิ การส่งออกที่ขยายตัวขึ้น การลงทุนภาครัฐในโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ ตลาดเงินตลาดทุนขยายตัว การเมืองที่ค่อนข้างนิ่ง และที่สำคัญผู้ซื้อรถยนต์ในโครงการรถคันแรกซึ่งจะกลับเข้ามาซื้อรถใหม่ หลังจากที่พ้นเงื่อนไขห้ามขายภายใน 5 ปี ไปแล้ว

ในปี 2561 ฮอนด้าเองจะยังคงเดินหน้านำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีการขับขี่ที่ทันสมัยออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการใช้ชีวิตและตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมยกระดับการบริการเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า โดยคาดการณ์ยอดจำหน่ายในปี 2561 ในระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา” พิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม
ซูซูกิ

“ปี 2560 ตลาดน่าจะปิดที่ 860,000 คัน ส่วนปี 2561 เชื่อว่าตลาดรวมจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 5% จะปิดที่ 900,000 คัน โดยรถเล็กและ SUV มีการขายเพิ่มขึ้น สำหรับรถเล็กสืบเนื่องมาจากโครงการรถคันแรก เริ่มหมดลง ลูกค้าเริ่มทยอยเปลี่ยนรถกันมากขึ้น เศรษฐกิจเริ่มมีทิศทางที่ส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ่น” วัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
นายไมเคิล เกรเว่
เมอร์เซเดส-เบนซ์

“เฉพาะส่วนของเมอร์เซเดส-เบนซ์ปี2560 มียอดขาย 14,484 คัน เติบโตขึ้น23% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในแง่ภาพรวมของตลาดรถยนต์นั่งปีที่แล้วอยู่ราว 390,000 คัน ส่วนปีนี้คาดว่าจะเติบโตขึ้นราว 3-5% มาอยู่ที่ระดับ 410,000 คัน มั่นใจว่าตลาดน่าจะโตด้วยปัจจัยจากการลงทุนของภาครัฐ ประกอบกับ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายรถยนต์ดีขึ้นตามไปด้วย” ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด
นายสเตฟาน ทอยเชอร์ต
บีเอ็มดับเบิลยู

“ผมเชื่อว่าตลาดรถยนต์ในประเทศไทย จะยังคงมีแนวโน้มในด้านบวกต่อไป ทั้งในส่วนของยอดขายและในส่วนของการผลิตในภาพรวม โดยเฉพาะในส่วนของเทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อลดมลภาวะและลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอิน-ไฮบริด (PHEV) และยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ที่ดูจากมาตรการในการสนับสนุนผู้ผลิตจากทางภาครัฐที่ประกาศมาแล้วนั้น ผมยังเชื่อมั่นว่า การสนับสนุนผู้ใช้ยานยนต์ทั้ง 2 แบบ น่าจะมีมาตรการสนับสนุนเพื่อกระตุ้นให้เกิดความสนใจและรับรู้ในหมู่ผู้บริโภคมากขึ้น อันจะช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างยุคของระบบการใช้เครื่องยนต์แบบสันดาปภายในไปสู่ยุคของการใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อลดมลภาวะได้ในเวลาอันใกล้นี้ อย่างเป็นรูปธรรมมากชึ้น” กฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
นายโทชิอากิ มาเอคาวะ
อีซูซู

“ตลาดรถยนต์เมืองไทยในปี 2560 คาดว่าจะมียอดจำหน่ายรวม 855,000 คัน ซึ่งสูงกว่าการประมาณการตอนต้นปีที่ระดับ 810,000 คัน สำหรับการคาดการณ์ในปี 2561 นั้น ตลาดรถยนต์โดยรวมของไทยจะมียอดจำหน่ายในระดับ 890,000 คัน เพิ่มจากปี 2560 ประมาณ 4.1% โดยมีปัจจัยบวกคือ การส่งออกที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น และผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในภาคส่วนต่างๆ สำหรับปัจจัยลบนั้นคือราคาพืชผลการเกษตรที่ยังไม่ฟื้นตัว เช่น ยางพารา ปาล์ม เป็นต้น และความไม่แน่นอนทางด้านการเมืองในประเทศต่างๆ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก อีกทั้งมาตรการสนับสนุนด้านภาษี 1.5 เท่าของรัฐบาลก็สิ้นสุดลงในปี 2560 ด้วย” ปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
นายมิจิโนบุ ซึงาตะ
โตโยต้า

“ตลาดรถยนต์ไทยในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 900,000 คัน เติบโตประมาณ 3-4% จากปีก่อนหน้าที่มียอดขายประมาณ 870,000 คัน โดยมีปัจจัยสำคัญคือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ผลักดันให้ GDP ของประเทศไทยเติบโต รวมถึงความมั่นใจของผู้บริโภคที่ฟื้นตัวดีขึ้นและเงื่อนไขทางการเงินที่เอื้ออำนวยเช่น ดอกเบี้ยต่ำ ทำให้ผู้บริโภคซื้อรถยนต์ได้ง่ายขึ้น ส่วนปัจจัยเรื่องการสิ้นระยะเวลาถือครองรถของโครงการรถคันแรกนั้น ไม่ส่งผลต่อยอดขายโดยรวมแต่อย่างใด
นายชาญชัย ตระการอุดมสุข
มาสด้า

“ภาพรวมตลาดปี 2560 คาดว่าตลาดจะปิดที่ระดับ 870,000 คัน ส่วนในปี 2561 คาดว่าจะเติบโตขึ้นได้ราว 5% มาอยู่ที่ระดับ 920,000 คัน เนื่องจากตลาดมีความคึกคักมากขึ้น แนวโน้มจากปลายปีที่แล้ว ที่ยอดจองสูงเกินคาด พร้อมกับปัจจัยบวกทางด้านเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับมา ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของภาครัฐและการหมดโครงการรถคันแรกทำให้ผู้บริโภคเริ่มทะยอยเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่ รวมถึงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ของค่ายต่างๆ ทำให้ภาพรวมตลาดรถยนต์เติบโตขึ้นได้” ชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
นายโมะริคาซุ ชกกิ
มิตซูบิชิ

“คาดการณ์ว่าตลาดจะไปอยู่ที่ระดับ 900,000 คัน หรือ เพิ่มขึ้นยจากปีก่อนราว 3% เนื่องจากปัจจัยบวก การลงทุนของภาครัฐที่จะช่วยทำให้ GDP เติบโตต่อเนื่อง ราคาพืชผลทางการเกษตรโดยเฉพาะข้าวดีขึ้น การท่องเที่ยวยังคงดีและบูมได้ดังนั้นจึงคาดว่าตลาดน่าจะอยู่ในทิศทางบวกต่อไป”
ส่วนปัจจัยลบที่อาจส่งผลกระทบก็มีบ้างเช่น ค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากขึ้นเกิน ปัจจุบันยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่พอรับมือได้แต่หากไม่ดุแลและปล่อยให้แข็งไปมากกว่านี้จะส่งผลกระทบกับการส่งออกได้ สำหรับมิตซูบิชิเองให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถเพื่อส่งออกไปทั่วภูมิภาคอาเซียน โดยเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดนอกจากประเทศญี่ปุ่น

สำหรับยอดขายในปี 2017 มิตซูบิชิ จำหน่ายได้ทั้งสิ้น 69,737 คัน เติบโตขึ้น 26% ครองส่วนแบ่งการตลาด 8% และปีนี้จะมีการเปิดตัวรถใหม่ 2 รุ่น ปรับปรุงโฉมใหม่ 3 รุ่น และรุ่นพิเศษ
นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์
เอ็มจี

ปีนี้น่าจะเป็นปีที่ตลาดรถยนต์มีอัตราการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นเป็นปีที่สอง ทั้งนี้คาดว่าตลาดรถยนต์โดยรวมน่าจะเติบโตขึ้นราว 10% หรือประมาณ 950,000 คัน ทั้งนี้เป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกที่ยังเติบโตส่งผลต่อการส่งออกของไทยดีไปด้วย การลงทุนภาคเอกชนก็จะเติบโตจากการส่งออกโดยเฉพาะการอุตสาหกรรมการผลิต นอกจากนี้ ปริมาณนักท่องเที่ยวยังคงเพิ่มสูงขึ้น การบริโภคเอกชนจะดีขึ้นโดยเฉพาะผู้มีรายได้สูงและปานกลาง รวมถึงมาตรการภาครัฐในการขจัดความยากจนจะช่วยการบริโภคของผู้มีรายได้รน้อยให้สูงขึ้น

หากพิจารณาอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ เทียบอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ จะดีกว่าเศรษฐกิจประมาณเท่าตัว ดังนั้น เศรษฐกิจปีนี้คาดว่าจะเติบโตขึ้นประมาณ 4% สำหรับเอ็มจีปีที่แล้วมียอดจำหน่ายถึง 12,000 คัน และปีนี้ตั้งเป้าไว้ 30,000 คัน มากกว่าเท่าตัวของปีที่ผ่านมา และทิศทางรถอินเทอร์เน็ต คาร์ ยังอยู่ในกระแส บวกกับผู้ผลิตรายอื่นจะมีการแนะนำรูปแบบอินเตอร์เน็ตมากขึ้น

ถึงบรรทัดนี้ ทุกค่ายต่างมีมุมมองที่เป็นบวกต่อการตลาดรถยนต์ของปีนี้ และทุกค่ายคาดว่าจะเติบโตกว่าปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน ที่สำคัญทุกยี่ห้อมองตัวเลขยอดขายทั้งปีไปในทางเดียวกัน คือ ประมาณ 900,000 คัน อัตราเติบโตอยุ่ระหว่าง 3-5% โดยไม่มีใครมองลดลงหรือทรงตัว ทั้งนี้ปัจจัยรอบด้านที่เอื้อยประโยชน์ให้กับผู้บริโภคในการเป็นเจ้าของรถยนต์สักคัน ส่วนจะเป็นไปตามเป้าที่คาดไว้ได้หรือไม่ ปลายปีนี้คงทราบกัน


กำลังโหลดความคิดเห็น...