xs
xsm
sm
md
lg

ตรวจสเปก เชคจุดเด่นB SUVเซกเมนต์นี้ใครปัง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

“B SUV” ตลาดเกิดใหม่ที่กำลังหอมหวลอย่างไม่ต้องสงสัย เนื่องจากมีรถรุ่นใหม่เปิดตัวทำตลาดอย่างต่อเนื่องชื่ออาจจะไม่เป็นที่คุ้นเคย เนื่องจากยังไม่ชัดเจนว่าจะเรียกกันอย่างไรให้เหมือนกันเพราะแต่ละค่ายรถต่างใช้คำเรียกตามใจตัวเอง อย่างไรก็ตาม B SUV น่าจะเป็นคำเรียกขานที่ตรงกับลักษณะของตัวรถที่เข้าใจได้ถูกต้องและง่ายดายที่สุด ด้วยคุณสมบัติคือ รถอเนกประสงค์แบบตรวจการณ์ขนาดเล็ก หรือเอสยูวีขนาดเล็ก
เอ็มจี แซดเอส
ล่าสุด มีผู้เล่นหน้าใหม่เปิดตัวเข้ามาสู้ศึกใหญ่ในตลาดนี้ “เอ็มจี แซดเอส” น้องใหม่แบรนด์เก่าสัญชาติยุโรปที่พี่จีนกุมบังเหียนอยู่ และอีกแบรนด์ที่กำลังจะเปิดตัวในฐานะพี่ใหญ่ของวงการ “โตโยต้า ซี-เอชอาร์” เรียกว่างานนี้ตลาด เอสยูวีขนาดเล็กคึกคักอย่างที่สุดแน่นอน ดังนั้น เอ็มจีอาร์ มอเตอริ่ง สำรวจตลาดปัจจุบันว่ามีแบรนด์ใดมีรถจำหน่ายอยู่บ้างพร้อมเปรียบเทียบให้ท่านผู้อ่านเข้าใจง่ายๆ ว่ารถแต่ละรุ่นมีอะไรน่าสนใจบ้าง (ดูตารางประกอบ)

ก่อนอื่นขอเริ่มด้วยลำดับการเปิดตัวเข้าทำตลาดของรถแต่ละแบรนด์ใน เอสยูวี ขนาดเล็กนี้ก่อน ซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญอย่างน่าสนใจ “ฟอร์ด อีโคสปอร์ต” และ “นิสสัน จู๊ค” คือ สองแบรนด์แรกที่แจ้งเกิดตลาดนี้เป็นเจ้าแรกในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2013 หรือเมื่อราว 4 ปีก่อน ถัดจากนั้น พฤศจิกายน ปี 2014 “ฮอนด้า เอชอาร์-วี” ถูกแนะนำตัวเข้าสู่ตลาด ต่อเนื่องกันไปในปี 2015 เดือนพฤศจิกายน “มาสด้า ซีเอ็กซ์-3” ได้ฤกษ์ลุยทำตลาดเป็นรุ่นที่ 4 ในเซ็กเมนต์นี้ ทุกแบรนด์ที่กล่าวมาต่างเปิดตัวเดือน พฤศจิกายน เหมือนกันอย่างน่าประหลาด และหลังเปิดตัวทุกรุ่นต่างล้วนประสบความสำเร็จตามเป้าหมายการขาย
สเปกรุ่นท็อปของทุกแบรนด์
ทั้งสี่รุ่นดังกล่าว เราจัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกันนี้เนื่องจาก ขนาดของตัวถังและลักษณะการใช้งานของรถเป็นหลักสำคัญ แม้ว่าในส่วนของเครื่องยนต์จะแตกต่างกัน(ดังจะกล่าวต่อไปในการเปรียบเทียบ) อันเนื่องมาจากการสร้างจุดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์ กอปรกับเงื่อนไขอื่นๆ ตามขีดความสามารถและการวางกลยุทธ์การขายของแต่ละแบรนด์

ในการเปรียบเทียบเราจะไม่บอกว่าใครดีกว่าหรือสวยกว่า แต่จะเป็นการเปรียบเทียบจากตัวเลขที่แสดงอยู่บนโบรชัวร์และอีโคสติกเกอร์ ที่เป็นข้อมูลจากผู้ผลิตเอง ซึ่งเมื่อมองถึงขนาดตัวถัง เส้นสายรูปทรงหากเปรียบเทียบด้วยสายตาคงไม่มีทางจบได้ แต่ถ้าวัดด้วยตัวเลข ทั้ง 5 รุ่นที่เปิดตัวแล้วนั้น ขนาดที่ใกล้เคียงกันมาก เอ็มจี แซดเอสยาวที่สุด และนิสสัน จู๊คสั้นที่สุด แต่ก็ห่างกันเพียง 179 มิลลิเมตรหรือ เกืบ18 ซม. เท่านั้น
ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต
ส่วนความกว้างของตัวถัง เอ็มจี แซดเอส ยังกว้างที่สุด ขณะที่ฟอร์ด เอคโคสปอร์ต สูงที่สุด ทั้งหลังคาและความสูงใต้ท้องรถ แน่นอนความสูงส่งผลโดยตรงต่อการขับขี่อย่างไม่ต้องสงสัย มีทั้งแง่ดีคือ ผ่านอุปสรรคยากได้มากกว่า และวิ่งลุยน้ำได้ลึกกว่า ส่วนแง่ลบคือ การทรงตัวเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูงย่อมเป็นรองรถที่เตี้ยกว่า

มาดูในหัวข้อเครื่องยนต์ ทุกรุ่นทำตลาดด้วยเครื่องยนต์เบนซิน รองรับน้ำมันชนิด อี85 มีเพียง นิสสัน จู๊คที่เป็นรถนำเข้าจากอินโดนีเซียเท่านั้นที่รองรับแค่ อี20 ส่วนมาสด้า ซีเอ็กซ์-3 มีทางเลือก ดีเซลอีกหนึ่งรุ่นย่อย

ด้านขนาดความจุของเครื่องยนต์ มาสด้า ทำตลาดด้วยขนาด 2.0 ลิตร (ดีเซล 1.5ลิตร) กำลังสูงสุด 156 แรงม้า มีพละกำลังสูงที่สุดในกลุ่มนี้ รองลงมาเป็น ฮอนด้า เอชอาร์-วี ที่ใช้เครื่อง 1.8 ลิตร 141 แรงม้า นิสสันจู๊ค มากับขนาด 1.6 ลิตร 116แรงม้า ส่วนเอ็มจี แซดเอส น้องใหม่และฟอร์ดเอคโคสปอร์ต ใช้เครื่อง 1.5 ลิตร โดยมีกำลังที่ 114 แรงม้าและ 110 แรงม้า ตามลำดับ ส่วนระบบส่งกำลัง เอ็มจี แซดเอส เลือกใช้เกียร์ อัตโนมัติ 4 สปีด ขณะที่คนอื่นใช้เกียร์อัตโนมัติ 6สปีดหรือซีวีที
มาสด้า ซีเอ็กซ์ 3
สำหรับระบบพวงมาลัยเป็นแบบไฟฟ้าและระบบช่วงล่างหน้าและหลังมีใช้แบบเดียวกันทุกรุ่น ระบบเบรกมีเพียง 2 รุ่นคือ ฟอร์ด เอคโคสปอร์ต และนิสสัน จู๊ค ที่เบรกหลังยังคงเป็นดรัมเบรก นอกนั้นเป็นดิสก์เบรกแล้ว ด้านระบบเสริมความปลอดภัย มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ชนะเลิศมีประจำการเยอะที่สุด รองลงมาเป็น เอ็มจี แซดเอส

อัตราการบริโภคน้ำมัน มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ชนะเลิศอีกครั้งด้วยค่าเฉลี่ย 16.4 กม./ลิตร ตามประกาศอย่างเป็นทางการของอีโคสติกเกอร์ รองลงมาเป็น เอ็มจี แซดเอส ที่ 16.1 กม./ลิตร ทั้งที่ซีเอ็กซ์-3 มีขนาดล้อใหญ่สุด 18 นิ้วด้วย ส่วนอัตราการปล่อยไอเสีย เอ็มจีแซดเอสต่ำที่สุดด้วย 144 กรัม/กม. เฉือนชนะ มาสด้า ซีเอ็กซ์-3ไปเพียง 1 กรัมเท่านั้น (ทำได้ 145 กรัม/กม.)
นิสสัน จู๊ค
ขณะที่ฟังก์ชันเด่น เอ็มจี แซดเอส ดูจะมีความโดดเด่นที่สุดด้วย ระบบสั่งการด้วยเสียงเป็นภาษาไทย รายแรกในประเทศไทย พร้อมกับซันรูฟแบบพาโนรามิคขนาดใหญ่ และระบบi-smart ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตพร้อมสั่งงานผ่านหน้าจอขนาด 8 นิ้วได้ทันที เรียกว่ารวมจุดเด่นของทั้ง 4 รุ่นเอาไว้ครบในคันเดียว ขาดเพียงเบาะนั่งปรับไฟฟ้าเท่านั้น

ในด้านของราคา ฮอนด้า เอชอาร์-วี มีราคาเริ่มต้น สูงที่สุดตั้งแต่ 933,000 บาท และรุ่นท็อปมีราคา 1,099,000 บาท ส่วนเอ็มจี แซดเอส มากับราคาย่อมเยาที่สุด เริ่มต้น 679,000 บาท ส่วนรุ่นท็อปออปชันเต็มราคา 789,000 บาท เหนืออื่นใดยังมีการรับประกันนานที่สุดด้วยระยะเวลา 4 ปีหรือ 120,000 กม.
ฮอนด้า เอชอาร์-วี
แน่นอนว่าข้อมูลทั้งหมดไม่มีเรื่องของภาพลักษณ์ การบริการหลังการขาย รวมถึงความรู้สึกในการขับขี่ ซึ่งเป็นอีกสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญในการตัดสินใจซื้อรถด้วย ดังนั้นสิ่งที่เรานำเสนอเพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจในการเลือกคบหารถยนต์ให้ถูกใจสักคัน

ถึงบรรทัดนี้หากมองเฉพาะข้อมูลบนโบรชัวร์ เอ็มจี แซดเอส น้องใหม่ล่าสุด เปิดมาด้วยราคาและออพชันครบครันชนิดที่คู่แข่งเดิมในตลาดต้องกลับไปทำการบ้านของตัวเองใหม่ อย่างไรก็ตาม ปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ “โตโยต้า ซี-เอชอาร์” จะได้ฤกษ์เปิดตัวเข้ามาเป็นตัวเลือกที่ 6 ของตลาดเอสยูวีเล็ก B SUV นี้ด้วย ต้องจับตาให้ดีกับทีเด็ดของผู้มาทีหลัง...
โตโยต้า ซีเอช-อาร์ เวอร์ชั่น Jap ก่อนมาไทย
กำลังโหลดความคิดเห็น...