xs
xsm
sm
md
lg

“ตามรอยต้นน้ำของพ่อ” กิจกรรมทำความดีตามร.๙

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

“ตามรอยต้นน้ำของพ่อ” อีกหนึ่งกิจกรรมของบริษัทรถยนต์ต่างชาติอย่าง ฟอร์ด ประเทศไทย ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่สอง หลังครั้งแรก “ตามรอยเท้าพ่อ” จัดไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อ“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชการที่ ๙ และร่วมเผยแพร่พระราชกรณียกิจผ่านการเยี่ยมชมโครงการในพระราชดำริ และถือเป็นการสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์ท่านที่ทำมาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา
ตามรอยต้นน้ำของพ่อ
สำหรับครั้งนี้ “ตามรอยต้นน้ำของพ่อ” ฟอร์ด พาสื่อมวลชนมุ่งหน้าเพื่อเยี่ยมชมโครงการหลวงอันเนื่องมาจากพระราชดำริอีกหนึ่งโครงการ แต่หันมาเน้นในเรื่องการจัดทรัพยากรน้ำและพัฒนาแหล่งน้ำ ซึ่งสำคัญต่อการดำรงชีวิตทั้งการเพราะปลูกและอุปโภคของประชาชน โครงการที่ว่านั้นคือ “โครงการห้วยองคต อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี

คาราวาน ฟอร์ด เรนเจอร์ เดินทาง
เช้าวันแรกผู้บริหารฟอร์ดและคณะสื่อมวลชนออกเดินทางไปกับรถกระบะสายพันธุ์แกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ สู่ “โครงการห้วยองคต อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ซึ่งสื่อมวลชนได้มีโอกาสรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับจุดประสงค์และความเป็นมาของโครงการฯ จากเจ้าหน้าที่ว่า
สองมือ ของนักข่าว และเจ้าหน้าที่ฟอร์ด
“พระองค์ทรงเน้นเรื่องการบริหารและจัดการทรัพยากรทางธรรมชาติให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ รวมทั้งให้ราษฎรได้อยู่อาศัยและทำมาหากินร่วมกับธรรมชาติอย่างเกื้อหนุนกัน : พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสว่า น้ำคือชีวิต และทรงเล็งเห็นว่า แม้ประเทศไทยจะตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น มีฝนตกชุก ทำให้มีปริมาณน้ำมาจากทั้งผิวดินและใต้ดิน แต่หากขาดหลักการบริหารจัดการแหล่งน้ำที่ดีแล้ว อาจะส่งผลให้ภัยน้ำท่วมหรือน้ำแล้งจากการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ได้”


ดังนั้นกิจกรรมที่สื่อมวลชนร่วมกันทำคือการสร้างฝายชะลอน้ำ ทั้งนี้เพื่อเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำอันเป็นตัวแปรสำคัญของการอยู่รอดของผืนป่าและช่วยรักความชุ่มชื่นให้กับระบบนิเวศน์อย่างยั่งยืน ฝายที่พวกเราช่วยกันทำนั้นเป็นฝายชั่วคราว เรียกว่า “ฝายแม้ว” มีระยะการใช้งานประมาณ 2 ปี และใช้วัตถุดิบตามธรรมชาติ เช่นกิ่งไม้ ท่อนไม้ ก้อนหินขนาดต่าง ๆ ในลำห้วย โดยขุดดินแถวนั้นใส่ถุงปุ๋ยและหมัดปากถุงให้แน่นและนำมาใส่ไว้ในคอกที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ และหาก้อนหินมาทับอีกที ทั้งนี้เพื่อช่วยพยุงไม่ให้ถุงปุ๋ยหลุดออกไปได้ง่าย สลับกับวางถุงปุ๋ยเป็นชั้น ๆ ไป จนสูงในระดับเหนือน้ำ ก็เป็นอันเสร็จ
ช่วยกัน
คนละไม้ คนละมือ

ประโยชน์ของฝายแบบนี้ มันจะช่วยกักเก็บน้ำตอนไม่มีฝน นั้นหมายความว่า พอฝนตกน้ำมันก็จะไหลไปตามท้องร่อง อย่างรวดเร็ว พอหมดฝนน้ำในท้องร่องก็จะแห้ง แต่พอมีฝายตัวนี้กั้นขึ้นมา มันจะกักเก็บน้ำไว้ เป็นช่วง ๆ เพราะฝายชะลอน้ำจะมีระยะห่างของฝายอยู่ที่ไม่เกิน 20 เมตร และยังสามารถดักตะกอน-ชะลอการไหลของน้ำและเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่บริเวณพื้นที่รอบ ๆ ฝายได้ แม้ไม่มีฝนแต่น้ำยังคงมีอยู่ สัตว์ป่าก็ได้กินน้ำ ทำให้ป่าชุ่มชื้น และฝนตกตามฤดูกาล
ฝายชะลอน้ำ หลังร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ  ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย


ช่วงเช้าของวัดถัดมา สื่อมวลชนได้ลงแพขนานยนต์เพื่อข้ามฝั่งไปยังอำเภอทองผาภูมิ มุ่งหน้าอุโมงค์เหมืองแร่และเอเวอเรสต์แห่งทองผาภูมิ เหมืองแร่เก่าสุดมีความยาวถึง 2 กิโลเมตร


อุโมงค์เหมืองแร่ ที่พวกเราได้เข้าไปชมนั้นถูกครอบครองโดยตระกูลกลีบบัว เริ่มจากบริษัท พริ้ง แอนด์ บราเดอร์ จำกัด และต่อมาเปลี่ยนเป็นบริษัทผล แอนด์ ซัน มีการสำรวจหาแหล่งแร่ใหม่ ๆ จนพบแหล่งแร่สองท่อ บ่องาม บ่อน้อย และหนานยะ และหลังจากนั้นในปี 2521 ก็ได้ร่วมทุนกับบริษัทเยอรมันจัดตั้งบริษัท กาญจนบุรี เอ็กซ์โพลเรชั่น แอนด์ ไมนิ่ง จำกัด (KEMCO)ขึ้น เพื่อผลิตแร่ที่แหล่งแร่สองท่อ บ่อใหญ่และบ่อน้อย โดยใช้เทคโนโลยีการทำเหมืองแร่และแต่งแร่ที่ทันสมัย มีการทำเหมืองอุโมงค์ใต้ดินขนาดใหญ่ที่ลึกถึง 180 เมตร จากผิวดิน รวมความยาวของอุโมงค์ใต้ดินทั้งหมดยาวกว่า 50 กิโลเมตร





ต่อมาเมื่อสิปกว่าปีก่อนหลังจากหมดสัมปทาน เหมืองสองท่อถูกทิ้งร้าง อุโมงค์เหมืองหลงเหลือแต่ความมืดมิดและว่างเปล่า และภายหลังเหมืองบางส่วนได้อยู่ในความดูแลของเทศบาลสหกรณ์นิคม ซึ่งต่อมาได้มีความพยายามที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และวันนี้พวกเราจึงได้มาเยือนอุโมงค์เหมืองสองท่อ หรือที่เขาให้ฉายาว่า “อุโมงค์สามมิติ”
“ตามรอยต้นน้ำของพ่อ” กิจกรรมทำความดีตามร.๙
ภายในอุโมงค์ รถสามารถวิ่งผ่านเข้าไปได้แม้จะมีน้ำไหลเหมือนลำธารตลอดทาง ขับไประยะหนึ่งมีน้ำตกไหลในถ้ำอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ มีหินงอกหินย้อยงดงาม ตลอดทางซ้ายและขวามีอุโมงค์แยกไปเป็นระยะ เป็นทางแยกที่ขุดไปตามสายแร่ และขับไปเรื่อย ๆ จะเห็นท่อลมขนาดใหญ่ ซึ่งท่อนี้จะคอยเป่าลมให้อุโมงค์มีอากาศเพียงพอ แม้วันนี้จะไม่ได้ใช้งานแล้ว แต่ภายในอุโมงค์เรายังคงเห็นร่องรอยของความเป็นเหมืองแร่ไว้ รวมไปถึงแร่ตะกั่วที่ยังคงหลงเหลืออยู่อีกในปริมาณมากที่ยังไม่ได้ขุดขึ้นมา



หลังจากนั้นเรายังได้ขับเข้าสู่อุโมงค์สั้น ๆ ซึ่งเป็นอุโมงค์ที่ค่อนข้างแคบ เล็ก ๆ พอดีกับตัวรถ แต่ด้วยฝีมือการขับบวกกับสมรรถนะการขับขี่ที่ควบคุมง่าย ทำให้รถใหญ่อย่างเรนเจอร์ ผ่านมาได้อย่างสบาย โดยอุโมงค์นี้จะมาทะลุยอดเอเวอเรสต์ ที่บริษัท ฟอร์ด ประเทศไทยใช้ถ่ายทำหนังโฆษณารถกระบะ เรนเจอร์ ที่นี้เป็นเขาที่มีสินแร่มากที่สุดในบรรดาภูเขาในเขตสัมปทานเหมืองแร่บ่อใหญ่จึงมีการขุดเจาะเป็นอุโมงค์มากมาย เมื่อไปถึงทุกคนดูตื่นเต้นกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แถมได้ขับฟอร์ด เรนเจอร์ รถคู่กาย 2-3 วันนี้ขึ้นมาด้วย จึงทำให้ทริปนี้ทุกคนประทับใจกับประสบการณ์ใหม่ ดังกล่าวข้างต้น








สำหรับกิจกรรมในวันสุดท้าย คณะสื่อมวลชนและผู้บริหารฟอร์ด ได้ไปเยี่ยมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนแฮงเค็ลไทย ซึ่งเป็นโรงเรียนในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีที่มีพระราชประสงค์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร โดยสื่อมวลชนได้ร่วมกิจกรรมปลูกหญ้าแฝกเพื่อช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ แถมยังลดโอกาสการชะล้างและพังทลายของหน้าดิน อีกทั้งร่วมกับเด็ก ๆ ที่โรงเรียนช่วยกันปลูกต้นไม้ผลเพื่อใช้เป็นอาหารกลางวัน แก่เด็กในโรงเรียนด้วย






2 คืน 3 วัน “ตามรอยต้นน้ำของพ่อ” พร้อมกับการได้ลองขับ ฟอร์ด เรนเจอร์ ที่เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะ ขับง่าย มั่นใจ ที่มาจากเครื่องยนต์ดูราทอร์ค ทีดีซีไอ วีจี เทอร์โบ ขนาด 3.2 ลิตร ที่ให้พละกำลังสูงถึง 200 แรงม้า แรงบิดสูงสุดถึง 470 นิวตันเมตร บนเส้นทางที่คดเคี้ยวและสภาพพื้นถนนที่ยากลำบาก และเม็ดฝนที่โปรยปรายตลอดทริป ผนวกกับเทคโนโลยีอันชาญฉลาดที่ตอบสนองต่อการขับขี่แบบออฟโรดอย่างครบครัน จึงเป็นทริปที่ทุกคนมีความสุข สนุกสนาน ตื่นเต้น กับสถานที่ได้พบเห็น กิจกรรมที่ทำตามพ่อ และขับรถดีดี ก็จบลงอย่างบริบูรณ์

ตามรอยต้นน้ำของพ่อ แม้จะเป็นกิจกรรมเล็ก ๆ ที่ค่ายรถฟอร์ดจัดขึ้นเพื่อสานต่อพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่9 ด้านอนุรักษ์แหล่งทรัพยากรน้ำและป่าไม้ แต่ทีมงานและสื่อมวลชนที่ร่วมกิจกรรมครั้งนี้รู้สึกเป็นสุข กับกิจกรรมตามรอยเท้าพ่อและขอน้อมนำพระราชจริยวัตร พระราชดำรัส และพระราชดำริอันงดงามมาประยุกต์ใช้เป็นหลักการในการดำเนินธุรกิจสืบต่อไป
กำลังโหลดความคิดเห็น...