xs
xsm
sm
md
lg

Honda CR-V ใหม่ กระชากใจด้วยพลังเทอร์โบ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

มาตามนัดสำหรับการเปลี่ยนโฉมของ CR-V รถยนต์อเนกประสงค์ทรง SUV ของค่าย Honda ที่มีคการเผยโฉมเวอร์ชันอเมริกันออกมาแล้ว พร้อมกับหน้าตาที่เน้นความสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวมากขึ้น พร้อมกับความเปลี่ยนแปลงของเครื่องยนต์ที่หันมาคบกับขุมพลังเทอร์โบของ Civic รุ่นปัจจุบัน



CR-V เป็น SUV ที่ถูกเปิดตัวออกสู่ตลาดมาตั้งแต่ปี 1995 และเมื่อนับถึงรุ่นที่เห็นอยู่นี้ถือเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 5 แล้ว โดยเป็น SUV ที่อ้างอิงพื้นฐานในเชิงวิศวกรรมจาก Civic แต่อัพเกรดเครื่องยนต์ด้วยการใช้ขุมพลังเดียวกับ Accord เพื่อแทรกกลุ่มตลาดระหว่างกลาง

แม้ว่า Honda จะเปิดตัว CR-V ใหม่ในตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นตลาดหลักของรถยนต์รุ่นนี้ และมียอดขายสะสมนับจากการเปิดตัวเมื่อ 20 ปีที่แล้วมากถึง 4 ล้านคัน แต่ CR-V ก็ทำตลาดทั่วโลกในแบบเวอร์ชันเดียวมาตลอด จะต่างกันก็แค่รายละเอียดเล็กๆ น้อย และเครื่องยนต์เท่านั้น ซึ่งตรงนี้จะต่างกับ Civic และ Accord

ในรุ่นใหม่ยังมากับตัวถังแบบ 5 ประตูแต่มีตัวถังระดับ 4,587 มิลลิเมตร กว้าง 1,854 มิลลิเมตร และสูง 1,679 มิลลิเมตรสำหรับรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า และ 1,689 มิลลิเมตรสำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ ส่วนที่น่าสนใจคือ ระยะฐานล้อเพิ่มขึ้น 41 มิลลิเมตร เป็น 2,660 มิลลิเมตร ซึ่งตรงนี้ทำให้พื้นที่ช่วงขา หรือ Legroom ของเบาะนั่งหลังเพิ่มขึ้นอีก 53 มิลลิเมตร และมีพื้นที่เก็บสัมภาระเพิ่มขึ้นอีกในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

เครื่องยนต์ที่เป็นสเป็กอเมริกันและจะวางขายในเดือนธันวาคมนี้ มี 2 รุ่น เริ่มกับเครื่องยนต์บล็อกใหม่ 4 สูบ i-VTEC เทอร์โบแบบ 1,500 ซีซี ซึ่งวางอยู่ใน Civic รุ่นปัจจุบัน แต่มีกำลังขับเคลื่อน 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 23.5 กก.-ม. ส่วนอีกทางเลือกเป็นแบบ NA กับขุมพลัง 4 สูบ 2,400 ซีซีที่เราคุ้นเคยกันดี มีกำลัง 184 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 24.8 กก.-ม. โดยที่มีเกียร์ CVT พร้อมโหมด G-Shift

ในแง่ของระบบความปลอดภัยจัดมากันเต็มที่ นอกจากโครงสร้างตัวถังแบบ ACE แล้ว ก็มีทั้งระบบต่างๆ ที่อยู่ภายใต้แนวคิด Honda Sensing เช่น ระบบหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความเสียหาย CMBS ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถยนต์แล่นออกนอกช่องทาง-RDM หรือออกนอกถนน-LDW ระบบครูสคอนโทรลอัตโนมัติ และระบบะช่วยรักษาการเคลื่อนที่ของตัวรถให้อยู่ในช่องทางของตัวเอง-LKAS

ในสหรัฐอเมริกาจะเริ่มวางขายในปลายปีนี้ ก่อนทยอยออกสู่ตลาดอื่นๆ ทั่วโลก ซึ่งบ้านเราต้องดูว่าจะมาโชว์ตัวทันงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ปลายปีนี้หรือไม่







กำลังโหลดความคิดเห็น...