50 ปีแห่งความเชื่อมั่นที่ทำให้ “รถบรรทุกต้อง อีซูซุ"

ธุรกิจขนส่งเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจ และรถบรรทุกคือปัจจัยสำคัญที่นำความเจริญไปทุกหนแห่งของประเทศ อีซูซุได้นำรถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่เข้ามาในประเทศไทย ซึ่งในเวลาต่อมาได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะอีซูซุเป็นรถที่มีความแข็งแกร่ง ทนทานสูง จนเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า “รถบรรทุกต้อง อีซูซุ”
พ.ศ. 2500 นำรถบรรทุกอีซูซุเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเป็นครั้งแรก
พ.ศ. 2526 นำเครื่องยนต์ดีเซลระบบโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ มาใช้กับรถบรรทุกขนาดใหญ่เป็นรายแรก
พ.ศ. 2542 ผลิตรถบรรทุกขนาดใหญ่เพื่อสิ่งแวดล้อม ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยด้านมลพิษหรือ EURO I เป็นรายแรก
พ.ศ. 2548 นำเครื่องยนต์ดีเซลระบบคอมมอนเรลมาใช้กับรถบรรทุกขนาดกลาง “อีซูซุเอลฟ์” เป็นรายแรก

“50 ปีของอีซูซุ...ผู้นำตลาดรถปิกอัพเมืองไทย”
ตลาดรถยนต์เมืองไทยมีลักษณะเอกลักษณ์ไม่เหมือนประเทศใดในโลก นั่นคือ รถปิกอัพได้รับความนิยมสูงสุดมาโดยตลอด โดยครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 60 % ของตลาดรวม ทั้งนี้เพราะคุณสมบัติพิเศษในด้านความอเนกประสงค์ สามารถใช้ได้ทั้งในเชิงพาณิชย์ และชีวิตส่วนตัวจึงเหมาะสมอย่างยิ่งกับลักษณะภูมิประเทศและวิถีชีวิตของคนไทย อีซูซุภูมิใจที่เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมรถปิกอัพของไทยมาตลอด จนเป็นที่กล่าวกันว่า “รถปิกอัพต้องอีซูซุ”
พ.ศ. 2516 อีซูซุเป็นผู้นำเครื่องยนต์ดีเซลมาใช้ในรถปิกอัพเป็นรายแรกในประเทศไทย
พ.ศ. 2528 อีซูซุเป็นผู้นำในการพัฒนารถปิกอัพห้องโดยสารกว้าง “สเปซแค็บ” รายแรก
พ.ศ. 2529 อีซูซุเป็นผู้นำเครื่องยนต์ดีเซล ระบบไดเร็คอินเจคชั่น เทคโนโลยีระดับทองมาใช้กับรถปิกอัพเป็นรายแรก
พ.ศ. 2535 อีซูซุเป็นผู้นำในการผลิตรถปิกอัพขับเคลื่อน 4 ล้อ เป็นรายแรกของเมืองไทย ในชื่อ “อีซูซุ โรดีโอ โฟร์วีลไดร์ฟ”
พ.ศ. 2538 อีซูซุเป็นผู้นำเกียร์อัตโนมัติมาใช้กับรถปิกอัพเป็นรายแรก
พ.ศ. 2540 อีซูซุเป็นผู้นำเครื่องยนต์ไดเร็คอินเจคชั่น เทอร์โบ มาใช้กับรถปิกอัพ เป็นรายแรก
พ.ศ. 2542 อีซูซุเป็นผู้นำไฟหน้าแบบซีนอน มาใช้กับรถปิกอัพเป็นครั้งแรก
พ.ศ. 2544 อีซูซุเป็นผู้แนะนำเครื่องยนต์ดีเซลระบบคอมมอนเรลกับรถยนต์นั่งอเนกประสงค์เป็นรายแรกใน “อีซูซุทรูปเปอร์”

“50 ปีทองอีซูซุ...สืบสานความเชื่อมั่นชาวไทย สู่ความมั่นใจชาวโลก”
อีซูซุประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทย และได้รับความเชื่อมั่นเป็นอันดับ 1 ในการเป็นรถที่คุ้มค่าเงินสูงสุด ทั้งในด้านคุณภาพ ความแข็งแกร่งทนทาน ขายต่อได้ราคาดีสุด และมีเครือข่ายการจำหน่ายอะไหล่และบริการที่ครอบคลุมมากกว่า 250 แห่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความประหยัดน้ำมันนั้น ถือเป็นจุดเด่นสำคัญของผลิตภัณฑ์อีซูซุที่ลูกค้าเชื่อมั่น และทำให้อีซูซุสามารถครองใจผู้ใช้รถชาวไทยในฐานะรถปิกอัพยอดประหยัดไว้ได้อย่างเหนียวแน่น รวมทั้งยังครองอันดับ 1 ในตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ไว้ได้ต่อเนื่องยาวนานถึงกว่า 20 ปี
จากความสำเร็จอย่างท่วมท้นของกลุ่มอีซูซุในประเทศไทย บวกกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดรถยนต์ในเมืองไทยทำให้ไทยเป็นตลาดสำคัญเทียบเท่ากับตลาดในประเทศญี่ปุ่นของกลุ่มอีซูซุ และนี่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศญี่ปุ่น) ตัดสินใจย้ายฐานการผลิตรถปิกอัพจากประเทศญี่ปุ่นมาสู่ประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2545 พร้อมทำการเปิดตัว “อีซูซุดีแมคซ์” ครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย ซึ่งได้สร้างปรากฏการณ์ “อีซูซุดีแมคซ์ฟีเวอร์” ให้เกิดขึ้น นับเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการรถยนต์เมืองไทย จนถึงวันนี้ “อีซูซุดีแมคซ์” ยังมียอดจำหน่ายมากกว่า 600,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 4 ปี

“อีซูซุดีแมคซ์” รถปิกอัพสัญชาติไทย จากฐานการผลิตในประเทศไทย ได้ก้าวสู่วงการรถยนต์ระดับโลก ด้วยการส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ มากกว่า 100 ประเทศในทวีปต่างๆ ทั่วโลก ด้วยเอกลักษณ์การส่งออกที่ไม่เหมือนใคร นั่นคือเป็นการส่งออกตัวรถพร้อมกลยุทธ์การตลาดที่พัฒนาขึ้นในประเทศไทยไปพร้อมกัน หรืออีกนัยหนึ่งคือ ประเทศไทยเป็น “แม่แบบ” ด้านกลยุทธ์การตลาดของอีซูซุทั่วโลก ขณะนี้ “อีซูซุดีแมคซ์” กำลังสร้างชื่อเสียงในตลาดโลกเพื่อประกาศศักดิ์ศรีของแผ่นดินแม่คือเมืองไทยอย่างเต็มภาคภูมิ
ยิ่งไปกว่านั้น “อีซูซุดีแมคซ์” ที่ผลิตในเมืองไทยยังยืนยันถึงมาตรฐานการผลิตระดับโลก ด้วยการเข้าร่วมการแข่งขันแรลลี่หฤโหดนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นบาเซโลน่า- ดักการ์, ฟาโรห์ แรลลี่ ล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา อีซูซุดีแมคซ์ได้เข้าร่วมการแข่งขันแรลลี่ลิสบอน-ดักการ์ 2007 ระยะทาง 7,915 กม. ในระยะเวลา 16 วัน นับเป็นบทพิสูจน์คุณภาพให้ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก
พร้อมส่งท้ายปีหนู ฉลอง 50 ปีทองด้วย "อีซูซุ ดีแม็กซ์ โกลด์ ซีรี่ส์"
ธุรกิจขนส่งเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจ และรถบรรทุกคือปัจจัยสำคัญที่นำความเจริญไปทุกหนแห่งของประเทศ อีซูซุได้นำรถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่เข้ามาในประเทศไทย ซึ่งในเวลาต่อมาได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะอีซูซุเป็นรถที่มีความแข็งแกร่ง ทนทานสูง จนเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า “รถบรรทุกต้อง อีซูซุ”
พ.ศ. 2500 นำรถบรรทุกอีซูซุเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเป็นครั้งแรก
พ.ศ. 2526 นำเครื่องยนต์ดีเซลระบบโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ มาใช้กับรถบรรทุกขนาดใหญ่เป็นรายแรก
พ.ศ. 2542 ผลิตรถบรรทุกขนาดใหญ่เพื่อสิ่งแวดล้อม ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยด้านมลพิษหรือ EURO I เป็นรายแรก
พ.ศ. 2548 นำเครื่องยนต์ดีเซลระบบคอมมอนเรลมาใช้กับรถบรรทุกขนาดกลาง “อีซูซุเอลฟ์” เป็นรายแรก
“50 ปีของอีซูซุ...ผู้นำตลาดรถปิกอัพเมืองไทย”
ตลาดรถยนต์เมืองไทยมีลักษณะเอกลักษณ์ไม่เหมือนประเทศใดในโลก นั่นคือ รถปิกอัพได้รับความนิยมสูงสุดมาโดยตลอด โดยครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 60 % ของตลาดรวม ทั้งนี้เพราะคุณสมบัติพิเศษในด้านความอเนกประสงค์ สามารถใช้ได้ทั้งในเชิงพาณิชย์ และชีวิตส่วนตัวจึงเหมาะสมอย่างยิ่งกับลักษณะภูมิประเทศและวิถีชีวิตของคนไทย อีซูซุภูมิใจที่เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมรถปิกอัพของไทยมาตลอด จนเป็นที่กล่าวกันว่า “รถปิกอัพต้องอีซูซุ”
พ.ศ. 2516 อีซูซุเป็นผู้นำเครื่องยนต์ดีเซลมาใช้ในรถปิกอัพเป็นรายแรกในประเทศไทย
พ.ศ. 2528 อีซูซุเป็นผู้นำในการพัฒนารถปิกอัพห้องโดยสารกว้าง “สเปซแค็บ” รายแรก
พ.ศ. 2529 อีซูซุเป็นผู้นำเครื่องยนต์ดีเซล ระบบไดเร็คอินเจคชั่น เทคโนโลยีระดับทองมาใช้กับรถปิกอัพเป็นรายแรก
พ.ศ. 2535 อีซูซุเป็นผู้นำในการผลิตรถปิกอัพขับเคลื่อน 4 ล้อ เป็นรายแรกของเมืองไทย ในชื่อ “อีซูซุ โรดีโอ โฟร์วีลไดร์ฟ”
พ.ศ. 2538 อีซูซุเป็นผู้นำเกียร์อัตโนมัติมาใช้กับรถปิกอัพเป็นรายแรก
พ.ศ. 2540 อีซูซุเป็นผู้นำเครื่องยนต์ไดเร็คอินเจคชั่น เทอร์โบ มาใช้กับรถปิกอัพ เป็นรายแรก
พ.ศ. 2542 อีซูซุเป็นผู้นำไฟหน้าแบบซีนอน มาใช้กับรถปิกอัพเป็นครั้งแรก
พ.ศ. 2544 อีซูซุเป็นผู้แนะนำเครื่องยนต์ดีเซลระบบคอมมอนเรลกับรถยนต์นั่งอเนกประสงค์เป็นรายแรกใน “อีซูซุทรูปเปอร์”
“50 ปีทองอีซูซุ...สืบสานความเชื่อมั่นชาวไทย สู่ความมั่นใจชาวโลก”
อีซูซุประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทย และได้รับความเชื่อมั่นเป็นอันดับ 1 ในการเป็นรถที่คุ้มค่าเงินสูงสุด ทั้งในด้านคุณภาพ ความแข็งแกร่งทนทาน ขายต่อได้ราคาดีสุด และมีเครือข่ายการจำหน่ายอะไหล่และบริการที่ครอบคลุมมากกว่า 250 แห่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความประหยัดน้ำมันนั้น ถือเป็นจุดเด่นสำคัญของผลิตภัณฑ์อีซูซุที่ลูกค้าเชื่อมั่น และทำให้อีซูซุสามารถครองใจผู้ใช้รถชาวไทยในฐานะรถปิกอัพยอดประหยัดไว้ได้อย่างเหนียวแน่น รวมทั้งยังครองอันดับ 1 ในตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ไว้ได้ต่อเนื่องยาวนานถึงกว่า 20 ปี
จากความสำเร็จอย่างท่วมท้นของกลุ่มอีซูซุในประเทศไทย บวกกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดรถยนต์ในเมืองไทยทำให้ไทยเป็นตลาดสำคัญเทียบเท่ากับตลาดในประเทศญี่ปุ่นของกลุ่มอีซูซุ และนี่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศญี่ปุ่น) ตัดสินใจย้ายฐานการผลิตรถปิกอัพจากประเทศญี่ปุ่นมาสู่ประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2545 พร้อมทำการเปิดตัว “อีซูซุดีแมคซ์” ครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย ซึ่งได้สร้างปรากฏการณ์ “อีซูซุดีแมคซ์ฟีเวอร์” ให้เกิดขึ้น นับเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการรถยนต์เมืองไทย จนถึงวันนี้ “อีซูซุดีแมคซ์” ยังมียอดจำหน่ายมากกว่า 600,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 4 ปี
“อีซูซุดีแมคซ์” รถปิกอัพสัญชาติไทย จากฐานการผลิตในประเทศไทย ได้ก้าวสู่วงการรถยนต์ระดับโลก ด้วยการส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ มากกว่า 100 ประเทศในทวีปต่างๆ ทั่วโลก ด้วยเอกลักษณ์การส่งออกที่ไม่เหมือนใคร นั่นคือเป็นการส่งออกตัวรถพร้อมกลยุทธ์การตลาดที่พัฒนาขึ้นในประเทศไทยไปพร้อมกัน หรืออีกนัยหนึ่งคือ ประเทศไทยเป็น “แม่แบบ” ด้านกลยุทธ์การตลาดของอีซูซุทั่วโลก ขณะนี้ “อีซูซุดีแมคซ์” กำลังสร้างชื่อเสียงในตลาดโลกเพื่อประกาศศักดิ์ศรีของแผ่นดินแม่คือเมืองไทยอย่างเต็มภาคภูมิ
ยิ่งไปกว่านั้น “อีซูซุดีแมคซ์” ที่ผลิตในเมืองไทยยังยืนยันถึงมาตรฐานการผลิตระดับโลก ด้วยการเข้าร่วมการแข่งขันแรลลี่หฤโหดนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นบาเซโลน่า- ดักการ์, ฟาโรห์ แรลลี่ ล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา อีซูซุดีแมคซ์ได้เข้าร่วมการแข่งขันแรลลี่ลิสบอน-ดักการ์ 2007 ระยะทาง 7,915 กม. ในระยะเวลา 16 วัน นับเป็นบทพิสูจน์คุณภาพให้ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก
พร้อมส่งท้ายปีหนู ฉลอง 50 ปีทองด้วย "อีซูซุ ดีแม็กซ์ โกลด์ ซีรี่ส์"


