ถ้าพูดถึงชื่อของนางเอกแถวหน้าของวงการก็ต้องมีชื่อของสาวตาคม "จุ๋ย วรัทยา นิลคูหา" อยู่ด้วย จากหลากหลายบทบาทการแสดงของเธอที่ผ่านตาผู้ชมมาล้วนบ่งบอกถึงความสามารถในด้านการแสดงของเธอ แต่ในวันนี้จุ๋ยจะพลิกบทบาทของเธออีกครั้งกับการทำหน้าที่รองผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสาร (Associate Director of Communications)ของบริษัท ทีเอสแอล ออโต้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ตัวแทนนำเข้าและจำหน่ายรถยนต์จากต่างประเทศโดยเฉพาะรถไฮบริด ในโอกาสนี้ "ผู้จัดการ มอเตอริ่ง"จะพาไปพูดคุยกับเธอในการทำงานที่ไม่คุ้นเคยมาก่อนว่าเธอมีวิธีเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ก่อนอื่นเรามาดูประวัติของเธอกันก่อน จุ๋ยสำเร็จการศึกษาขั้นปริญญาตรี สาขาบริหารรัฐกิจ จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยในระหว่างศึกษาในมหาวิทยาลัยนั้น จุ๋ยถือได้ว่าเป็นนักกิจกรรมตัวยง และยังเคยได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งในเชียร์ลีดเดอร์ในงานฟุตบอลประเพณี จุฬา – ธรรมศาสตร์ ปีที่ 59 หลังจากนั้นก็เข้าวงการด้วยการถ่ายแบบจนมาเป็นนักแสดงสังกัดช่อง 7
"การทำหน้าที่ตรงนี้ก็เพื่อทำการประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ และภาพลักษณ์ของทางบริษัทให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ถ้าเป็นคนอื่นมองก็อาจจะดูลำบาก แต่เราก็เตรียมตัวมาเต็มที่ คือเรามาเริ่มที่สายงานประชาสัมพันธ์ก่อน อย่างตอนนี้จุ๋ยก็มีโปรเจ็คต์ สมาร์ทการ์ด สมาร์ทเซอร์วิส คือมีคอนเซ็ปท์ให้เราเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าและลูกค้าเข้ามาอยู่ในใจเรา บริการด้วยใจจริงๆ เพราะทีเอสแอลเน้นที่บริการมาเป็นอันดับแรก นอกจากเรื่องของราคาและรถยนต์ที่เรานำเข้ามาค่ะ"
ในฐานะที่เป็นนักแสดงนั้น จุ๋ยบอกว่าการมาทำงานในสายงานบริการ อาจจะได้เปรียบตรงที่รู้จักคนเยอะแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากเพราะงานการนี้ต้องอาศัยความพยายามและทักษะในการบริหารด้วย รวมถึงการเป็นผู้หญิงก็ไม่ได้เป็นปัญหาให้กับเธอ แต่กลับสร้างแรงบันดาลใจและความพยายามในการทำงานแข่งกับผู้ชายด้วย
"การเป็นผู้หญิงนั้นไม่ได้เป็นอุปสรรคในการทำงานที่เกี่ยวกับรถยนต์เลย จุ๋ยว่ามันดีด้วยซ้ำเพราะมันจะเป็นจุดเด่นที่เราสามารถเข้าหาคนได้หลากหลาย การทำธุรกิจนั้นไม่เกี่ยวกับเพศเลย เพราะเราแข่งขันกันที่สมองมากกว่า แล้วอีกอย่างงานแสดงมันไม่แน่นอนค่ะ ดาราส่วนมากก็ต้องมีอาชีพเสริมเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับจุ๋ยแล้วงานที่นี่ไม่ถือว่าเป็นงานเสริมแต่เป็นงานที่จุ๋ยอยากทำตั้งแต่สมัยเรียน แล้วจุ๋ยก็เป็นเพื่อนกับคุณเจ สุรีย์ภรณ์ อุดมผลวณิช ประธานกรรมการมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้วจึงมีความเชื่อใจและอยากร่วมงานด้วยกันค่ะ"

เวลา 6 เดือนที่จุ๋ยเข้ามาทำงานตรงนี้ เธอบอกว่าสิ่งที่ได้ก็คือ "ประสบการณ์" ทั้งผิดและถูกที่ได้ลองทำมาเพื่อวิเคราะห์จุดเด่นและจุดด้อยขององค์กรเอามาพัฒนาให้เป็นจุดแข็งแข่งกับเกรย์ มาร์เก็ต รายอื่นๆ
"ตอนนี้ก็คืออยากทำหน้าที่ในสายของการประชาสัมพันธ์ให้ดีที่สุดก่อนค่ะ รู้สึกดีใจและตื่นเต้นกับงานชิ้นนี้มาก ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ ทีเอสแอล และมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ นับได้ว่าเป็นงานที่ท้าทายมาก จุ๋ยเห็นว่าทิศทางการดำเนินงานของ ทีเอสแอล เป็นสิ่งที่น่าสนใจและท้าทาย องค์กรมีศักยภาพและมีความพร้อมทุกด้าน"
มาทำงานเกี่ยวกับรถยนต์แล้ว "ผู้จัดการ มอเตอริ่ง" ก็ไม่พลาดที่จะถามเรื่องรถยนต์ของผู้บริหารสาวสวยคนนี้ว่าเธอมีทัศนะคติอย่างไรบ้าง จุ๋ยบอกว่าตอนนี้เธอใช้รถ โตโยต้า วิช สีดำเป็นพาหนะคู่กายมาได้หลายปีแล้ว ด้วยความที่ชอบรถคันใหญ่ๆเก็บของได้เยอะตามแบบผู้หญิง จึงมาลงตัวที่คันนี้
"การเลือกรถของจุ๋ยก็คือมองที่ประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก คันนี้สามารถไปงานได้ เก็บของได้เยอะ ไปต่างจังหวัดไกลๆเครื่องยนต์ก็ไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้ก็อยากจะมีรถเพิ่มอีก 1 คันเพราะเราก็มีงานเยอะขึ้นบางทีก็ต้องไปหาลูกค้า จึงมองไว้ที่โตโยต้า เอสติมา เพราะชอบที่ดีไซน์ที่สำคัญก็คือยังเป็นรถไซส์ใหญ่เหมือนเดิม"

ออกตัวว่าเป็นคนที่ขับรถไม่เร็ว แต่เวลารีบๆก็อาจจะขับเร็วไปบ้าง สาวจุ๋ยจึงอยากบอกผู้ใช้รถทุกคนว่าถึงจะรีบแค่ไหนก็อย่าลืมนึกถึงความปลอดภัย เพราะถึงรีบก็ไปถึงเร็วกว่าไม่กี่นาที แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุอาจจะต้องเสียเวลาไปนอนโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตไปเลย ที่สำคัญอยากให้คนไทยคำนึงถึงความสำคัญของการรักษากฎจราจรและมีน้ำใจให้กันมากๆแล้วจะทำให้ถนนมีระเบียบมากยิ่งขึ้น
"บางคนอาจจะคิดว่าผู้หญิงขับรถได้ไม่ดีเท่าผู้ชาย จุ๋ยว่ามันไม่เกี่ยวกันเลยค่ะก็เหมือนกับที่ว่าเรามาทำงานสายรถยนต์คนมักจะคิดว่าผู้หญิงจะทำเรื่องพวกนี้ได้ไม่ดีเท่าผู้ชาย มันก็อาจจะมีส่วนจริงที่ว่าเราอาจจะไม่ชำนาญเท่าแต่ความละเอียดรอบคอบและความระมัดระวังเรามีมากกว่าแน่นอน อยากให้มองกันที่ความสามารถมากกว่าที่เพศค่ะเพราะผู้หญิงทุกวันนี้มีศักยภาพในการทำงานเท่าๆกับผู้ชายเลย"
จุ๋ยบอกว่าถึงแม้จะมาทำงานตรงนี้แต่อย่างไรก็ยังไม่ทิ้งงานบันเทิงที่ทำให้คนรู้จักเธอแน่นอน เพียงแต่ว่าต้องแบ่งเวลาและทำงานทั้งสองอย่างให้ควบคู่กันไปอย่างลงตัว นอกจากนี้จุ๋ยยังมีแผนการที่จะศึกษาต่อระดับปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจ ในอนาคตเพื่อมาบริหารงานกับทีเอสแอลอย่างเต็มตัว.....นี่ล่ะผู้หญิงยุคใหม่.....ทั้งสวยทั้งมีสมอง
ก่อนอื่นเรามาดูประวัติของเธอกันก่อน จุ๋ยสำเร็จการศึกษาขั้นปริญญาตรี สาขาบริหารรัฐกิจ จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยในระหว่างศึกษาในมหาวิทยาลัยนั้น จุ๋ยถือได้ว่าเป็นนักกิจกรรมตัวยง และยังเคยได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งในเชียร์ลีดเดอร์ในงานฟุตบอลประเพณี จุฬา – ธรรมศาสตร์ ปีที่ 59 หลังจากนั้นก็เข้าวงการด้วยการถ่ายแบบจนมาเป็นนักแสดงสังกัดช่อง 7
"การทำหน้าที่ตรงนี้ก็เพื่อทำการประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ และภาพลักษณ์ของทางบริษัทให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ถ้าเป็นคนอื่นมองก็อาจจะดูลำบาก แต่เราก็เตรียมตัวมาเต็มที่ คือเรามาเริ่มที่สายงานประชาสัมพันธ์ก่อน อย่างตอนนี้จุ๋ยก็มีโปรเจ็คต์ สมาร์ทการ์ด สมาร์ทเซอร์วิส คือมีคอนเซ็ปท์ให้เราเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าและลูกค้าเข้ามาอยู่ในใจเรา บริการด้วยใจจริงๆ เพราะทีเอสแอลเน้นที่บริการมาเป็นอันดับแรก นอกจากเรื่องของราคาและรถยนต์ที่เรานำเข้ามาค่ะ"
ในฐานะที่เป็นนักแสดงนั้น จุ๋ยบอกว่าการมาทำงานในสายงานบริการ อาจจะได้เปรียบตรงที่รู้จักคนเยอะแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากเพราะงานการนี้ต้องอาศัยความพยายามและทักษะในการบริหารด้วย รวมถึงการเป็นผู้หญิงก็ไม่ได้เป็นปัญหาให้กับเธอ แต่กลับสร้างแรงบันดาลใจและความพยายามในการทำงานแข่งกับผู้ชายด้วย
"การเป็นผู้หญิงนั้นไม่ได้เป็นอุปสรรคในการทำงานที่เกี่ยวกับรถยนต์เลย จุ๋ยว่ามันดีด้วยซ้ำเพราะมันจะเป็นจุดเด่นที่เราสามารถเข้าหาคนได้หลากหลาย การทำธุรกิจนั้นไม่เกี่ยวกับเพศเลย เพราะเราแข่งขันกันที่สมองมากกว่า แล้วอีกอย่างงานแสดงมันไม่แน่นอนค่ะ ดาราส่วนมากก็ต้องมีอาชีพเสริมเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับจุ๋ยแล้วงานที่นี่ไม่ถือว่าเป็นงานเสริมแต่เป็นงานที่จุ๋ยอยากทำตั้งแต่สมัยเรียน แล้วจุ๋ยก็เป็นเพื่อนกับคุณเจ สุรีย์ภรณ์ อุดมผลวณิช ประธานกรรมการมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้วจึงมีความเชื่อใจและอยากร่วมงานด้วยกันค่ะ"
เวลา 6 เดือนที่จุ๋ยเข้ามาทำงานตรงนี้ เธอบอกว่าสิ่งที่ได้ก็คือ "ประสบการณ์" ทั้งผิดและถูกที่ได้ลองทำมาเพื่อวิเคราะห์จุดเด่นและจุดด้อยขององค์กรเอามาพัฒนาให้เป็นจุดแข็งแข่งกับเกรย์ มาร์เก็ต รายอื่นๆ
"ตอนนี้ก็คืออยากทำหน้าที่ในสายของการประชาสัมพันธ์ให้ดีที่สุดก่อนค่ะ รู้สึกดีใจและตื่นเต้นกับงานชิ้นนี้มาก ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ ทีเอสแอล และมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ นับได้ว่าเป็นงานที่ท้าทายมาก จุ๋ยเห็นว่าทิศทางการดำเนินงานของ ทีเอสแอล เป็นสิ่งที่น่าสนใจและท้าทาย องค์กรมีศักยภาพและมีความพร้อมทุกด้าน"
มาทำงานเกี่ยวกับรถยนต์แล้ว "ผู้จัดการ มอเตอริ่ง" ก็ไม่พลาดที่จะถามเรื่องรถยนต์ของผู้บริหารสาวสวยคนนี้ว่าเธอมีทัศนะคติอย่างไรบ้าง จุ๋ยบอกว่าตอนนี้เธอใช้รถ โตโยต้า วิช สีดำเป็นพาหนะคู่กายมาได้หลายปีแล้ว ด้วยความที่ชอบรถคันใหญ่ๆเก็บของได้เยอะตามแบบผู้หญิง จึงมาลงตัวที่คันนี้
"การเลือกรถของจุ๋ยก็คือมองที่ประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก คันนี้สามารถไปงานได้ เก็บของได้เยอะ ไปต่างจังหวัดไกลๆเครื่องยนต์ก็ไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้ก็อยากจะมีรถเพิ่มอีก 1 คันเพราะเราก็มีงานเยอะขึ้นบางทีก็ต้องไปหาลูกค้า จึงมองไว้ที่โตโยต้า เอสติมา เพราะชอบที่ดีไซน์ที่สำคัญก็คือยังเป็นรถไซส์ใหญ่เหมือนเดิม"
ออกตัวว่าเป็นคนที่ขับรถไม่เร็ว แต่เวลารีบๆก็อาจจะขับเร็วไปบ้าง สาวจุ๋ยจึงอยากบอกผู้ใช้รถทุกคนว่าถึงจะรีบแค่ไหนก็อย่าลืมนึกถึงความปลอดภัย เพราะถึงรีบก็ไปถึงเร็วกว่าไม่กี่นาที แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุอาจจะต้องเสียเวลาไปนอนโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตไปเลย ที่สำคัญอยากให้คนไทยคำนึงถึงความสำคัญของการรักษากฎจราจรและมีน้ำใจให้กันมากๆแล้วจะทำให้ถนนมีระเบียบมากยิ่งขึ้น
"บางคนอาจจะคิดว่าผู้หญิงขับรถได้ไม่ดีเท่าผู้ชาย จุ๋ยว่ามันไม่เกี่ยวกันเลยค่ะก็เหมือนกับที่ว่าเรามาทำงานสายรถยนต์คนมักจะคิดว่าผู้หญิงจะทำเรื่องพวกนี้ได้ไม่ดีเท่าผู้ชาย มันก็อาจจะมีส่วนจริงที่ว่าเราอาจจะไม่ชำนาญเท่าแต่ความละเอียดรอบคอบและความระมัดระวังเรามีมากกว่าแน่นอน อยากให้มองกันที่ความสามารถมากกว่าที่เพศค่ะเพราะผู้หญิงทุกวันนี้มีศักยภาพในการทำงานเท่าๆกับผู้ชายเลย"
จุ๋ยบอกว่าถึงแม้จะมาทำงานตรงนี้แต่อย่างไรก็ยังไม่ทิ้งงานบันเทิงที่ทำให้คนรู้จักเธอแน่นอน เพียงแต่ว่าต้องแบ่งเวลาและทำงานทั้งสองอย่างให้ควบคู่กันไปอย่างลงตัว นอกจากนี้จุ๋ยยังมีแผนการที่จะศึกษาต่อระดับปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจ ในอนาคตเพื่อมาบริหารงานกับทีเอสแอลอย่างเต็มตัว.....นี่ล่ะผู้หญิงยุคใหม่.....ทั้งสวยทั้งมีสมอง


