ตามธรรมเนียมปฏิบัติของสายพันธุ์ 911 เทอร์โบที่นอกจากจะมีรุ่นคูเป้แล้ว จะต้องมีเวอร์ชันท้าสายลมของตัวถังเปิดประทุนตามออกมาขายด้วย แต่ในรุ่นใหม่ของ 911 เทอร์โบที่มีรหัสตัวถัง 997 เกือบทำเอาแฟนๆ ต้องรอเก้อ เพราะรุ่นคูเป้เปิดตัวทำตลาดมาร่วมปี แต่ยังไม่มีวี่แววของรุ่นเปิดประทุนตามออกมาเลย...จนกระทั่งเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทุกข้อสงสัยก็ได้คำตอบ
พอร์ชนำภาพและรายละเอียดของข้อมูลรุ่นเปิดประทุนออกมาเปิดเผยแล้ว พร้อมกับยืนยันว่าใครที่สนใจเตรียมเงินรอเอาไว้ได้เลย เพราะมีขายแน่ โดยรุ่นเปิดประทุนของ 911 เทอร์โบได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานเดียวกับคูเป้ มากับตัวถังแบบ 2+2 ที่นั่งพร้อมกับหลังคาอ่อนแบบพับเก็บได้ด้วยระบบไฟฟ้าโดยใช้เวลาเพียง 20 วินาทีเท่านั้น
นอกจากนี้ พอร์ชยังระบุอีกว่า 911 เทอร์โบ เปิดประทุนมาพร้อมกับบนแนวคิดของการลดน้ำหนักเพื่อผลต่อเนื่องในด้านความประหยัดน้ำมัน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นคูเป้แล้ว ในรุ่นนี้จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเพียง 70 กิโลกรัมเท่านั้น ทั้งที่ตัวถังจะต้องได้รับการเสริมความแข็งแกร่งรอบคัน และจะต้องติดตั้งคานเหล็กนิรภัยที่ด้านหลังของเบาะหลังเพื่อป้องกันการกระแทกของศีรษะเวลารถพลิกคว่ำ
ตัวรถมีความเพรียวลมด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน หรือ Cd เพียง 0.31 และสปอยเลอร์ด้านหลังจะเริ่มมีการยกตัวขึ้นอัตโนมัติเมื่อความเร็วอยู่ในระดับ 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยระดับการยกของสปอยเลอร์หลังในรุ่นเปิดประทุนจะสูงกว่าคูเป้ประมาณ 30 มิลลิเมตร
เครื่องยนต์ยังวางอยู่ด้านท้ายของตัวรถตามเอกลักษณ์ของรุ่น 911 และเป็นบล็อก 6 สูบนอน หรือบ็อกเซอร์ 3,600 ซีซี เทอร์โบคู่เป็นแบบมีครีบแปรผัน หรือ VGT ให้กำลังสูงสุด 480 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 63.1 กก.-ม. ที่รอบต่ำเพียง 1,950 รอบ/นาที พร้อมกับมีแพ็คเกจแบบสปอร์ตที่ชื่อว่า Sport Chrono Turbo Package ให้กับลูกค้าเท้าหนัก ซึ่งเครื่องยนต์จะสามารถผลิตแรงบิดเพิ่มขึ้นแบบ ‘ชั่วคราว’ จากระดับปกติในช่วงที่มีการรีดอัตราเร่ง โดยขยับขึ้นมาเป็น 69.3 กก.-ม.
ระบบขับเคลื่อนเป็นแบบ 4 ล้อตลอดเวลาและมีเกียร์ให้เลือกทั้งแบบธรรมดา และอัตโนมัติ 6 จังหวะ สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงใน 3.8 วินาที และความเร็วสูงสุด 310 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนอัตราความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 7.75 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน
นอกจากนั้นในส่วนของระบบช่วงล่างก็ยังยกชุดมาจากรุ่นคูเป้ ทั้งการติดตั้งระบบ Porsche Active Suspension Management (PASM) หรือระบบปรับความแข็งอ่อนของโช้กอัพมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน พร้อมกับระบบควบคุมการทรงตัว หรือ Porsche Stability Management (PSM) และแทร็กชันคอนโทรล Porsche Traction Management (PTM)
ส่วนชุดดิสก์เบรกแบบเซรามิก Porsche Ceramic Composite Brake (PCCB) ที่มีน้ำหนักเบาแต่ประสิทธิภาพในการเบรกยอดเยี่ยมจะเป็นออพชั่นสำหรับรุ่นเทอร์โบไม่ว่าจะคูเป้ หรือเปิดประทุน
ใครที่สนใจเตรียมเงินเอาไว้ได้เลย เพราะจะเริ่มมีการส่งมอบรุ่นพวงมาลัยซ้ายและขวาในยุโรปช่วงเดือนกันยายนนี้ โดยราคาขายในอังกฤษอยู่ที่ 106,180 ปอนด์ หรือ 7.4 ล้านบาท แต่ถ้าเข้าบ้านเราราคาน่าจะแพงกว่านี้อีกสัก 3 เท่าตัว


