xs
xsm
sm
md
lg

ประสบการณ์สั้นๆกับ"ดีแมคซ์ วีจีเอส เทอร์โบ"

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


แวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยปีนี้ดูจะไม่คึกคัก และร้อนแรงเท่าที่ควร เมื่อโดนปัจจัยลบกระหน่ำรอบด้าน ทั้งจากการผันผวนของราคาน้ำมัน อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม ขณะที่การเมืองไม่นิ่ง รวมถึงการเกิดอุทกภัยในหลายๆภาคของประเทศ ก็ส่งผลให้ยอดขายไม่สวยงามนัก

ตลาดปิกอัพที่ครองสัดส่วนมากกว่า 60% ในบ้านเรา ดูจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งดูจากยอดขาย 9 เดือนที่ผ่านมา ตลาดปิกอัพตกประมาณ 3% เมื่อเทียบกับปี 2548 อย่างไรก็ตามหลายๆค่ายยังมองในแง่ดีว่า โค้งสุดท้ายของปีซึ่งถือเป็นฤดูการขาย ตลาดน่าจะกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง เรียกว่าใครมี ทีเด็ดอะไรต้องรีบงัดออกมาโชว์ให้หมด

ด้าน “เจ้าพ่อรถปิกอัพ” อีซูซุ ที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำตลาดโดนๆ และ มีโปรดักส์ยิบย่อยหลากหลายอยู่แล้วก็ไม่ยอมหยุดนิ่ง เพราะปัจจุบันคู่แข่งสำคัญอย่างโตโยต้าขยับยอดขายเข้ามาเทียบเคียงได้แล้ว และเพื่อรักษาแชมป์สมัยที่ 24 ติดต่อกัน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา อีซูซุจึงเปิดตัว ดีแมคซ์ โฉมใหม่ โดยหวังให้เป็นโมเดลที่จะมากระตุ้นยอดขายปลายปีนี้ และต่อไปในอนาคต

ดีแมคซ์ โฉมใหม่ ถือเป็น “บิ๊ก ไมเนอร์เชนจ์”ครั้งสำคัญหลังจากการเปิดตัวเมื่อปี 2545 ทั้งยังมาพร้อมวลีเด็ด “ดีแมคซ์ ซูเปอร์คอมมอนเรล รุ่นใหม่ของโลก” ในการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ และสดใหม่มากสุด

เพื่อเป็นการสื่อสารกับผู้บริโภคอีกทางหนึ่ง ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ นำโดย ปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการ บริษัทฯ ได้จัดทริปพิเศษเชิญผู้สื่อข่าวไปสัมผัสยนตรกรรมรุ่นใหม่ก่อนใครในโลก เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งคราวนี้ “ผู้จัดการมอเตอร์ริ่ง” ต้องผลัดบ้านไปถึงแดนจิงโจ้ประเทศออสเตรเลีย

รุ่นใหม่ของโลก...อะไรใหม่?

ดีแมคซ์ โฉมใหม่ ถูกปรับหน้าตาให้ดูทันสมัยและดุดันมากขึ้น ทั้งจากกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ชุดโคมไฟหน้าแบบโปรเจ็คเตอร์ ไฟตัดหมอกทรงกลม พร้อมล้ออะลูมิเนียมอัลลอยด์ลายใหม่ทั้งขนาด 15 นิ้ว และ 16 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารดูดีมีสกุลไม่ต่างจากรถเก๋ง โดยเน้นไปที่โทนสีเข้ม ตัดกับเมทเทลิก ไม่ว่าจะเป็นจากแผงแดชบอร์ดหน้า ช่องแอร์ทรงกลม ทั้งยังเพิ่มความหรูหราด้วยมาตรวัดเรืองแสงแบบ ซูเปอร์ วิส์ชัน ปรับความสว่างได้ 6 ระดับ

เครื่องยนต์ 4JJ1-TCX 3000 Ddi VGS Turbo ในช่วงแรกจะเสริมเข้ามาเฉพาะ ดีแมคซ์ รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ แค็บโฟร์ เท่านั้น และนอกจากจะเปลี่ยนมาใช้เทอร์โบแปรผันแล้ว ยังปรับชุดอินเตอร์คูลเลอร์ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น

ส่งผลให้ขุมพลังขนาด 3000 ซีซี กำลังสูงสุดเพิ่มเป็น 163 แรงม้า (เดิม 146 แรงม้า) ที่ 3600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 360 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,800 รอบต่อนาที ในรุ่นเกียร์ธรรมดา และ 333 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-3,200 รอบต่อนาที ในรุ่นเกียร์ออโต้

นอกจากนี้ยังได้รับการปรับปรุงในส่วนอื่นๆเช่นเดียวกับรุ่นที่วางเครื่องยนต์เดิม 4JK1-TC 2500 Ddi และ 4JJ1-TC 3000 Ddi ทั้งโปรแกรมควบคุมการฉีดน้ำมันใหม่ และระบบประมวลผล(Hi-speed IC) ให้มีความเร็วมากยิ่งขึ้น

ขณะที่ระบบส่งกำลังถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเกียร์ธรรมดารุ่น MUX ถูกออกแบบโครงสร้างเกียร์ใหม่หมด ด้วยแนวคิด Load Reduction เพื่อลดภาระการทำงานของเฟืองเกียร์ พร้อมร่องน้ำมันแบบพิเศษ, ครีบระบายความร้อนด้วยอากาศ และแผ่นคลัตช์ขนาดใหญ่ 275 มม. (เฉพาะรุ่น 3000 Ddi VGS Turbo) ส่วนเกียร์ธรรมดารุ่น MUA-5H ที่ใช้ในรุ่นที่วางเครื่องยนต์ 3000 Ddi จะมีการปรับอัตราทดใหม่

ขณะเดียวกันเกียร์ออโต้ ที่ใช้กับเครื่องยนต์ 3000 Ddi VGS Turbo ได้พัฒนาไปอีกขั้นเป็นรุ่น Maxmatic III 4 สปีด พร้อมโอเวอร์ไดรฟ์ ซึ่งจะควบคุมด้วยกล่องสมองกลรุ่นล่าสุด ทั้งยังเสริมระบบ 3rd Start Mode ป้องกันการลื่นไถล เมื่อออกตัวบนทางลื่นอีกด้วย

พิสูจน์สมรรถนะครบรส

การขับ ดีแมคซ์ โฉมใหม่ เริ่มขึ้นในวันที่สองหลังจากการเดินทางถึงนครซิดนีย์ โดยจัดในสนาม อีสเทิร์น ครีก อินเตอร์เนชันเนล เรซเวย์ (Eastern Creek International Raceway) ซึ่งทริปนี้ผู้จัดได้แบ่งการทดสอบออกเป็น 3 สนามคือ ทดสอบความเร็ว (High Speed Circuit) ทดสอบการเกาะถนน (Skid Pan) และทดสอบการลุยแบบออฟโรด(Off Road Track)

ขณะเดียวกันยังเตรียมรถไว้หลายรุ่น อาทิ ดีแมคซ์ แค็บโฟร์ 4x4 เครื่องยนต์ใหม่ วีจีเอสเทอร์โบ ทั้งเกียร์ออโต้ และเกียร์ธรรมดา หรือ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ ที่วางเครื่องยนต์ 2500 ดีดีไอ รวมถึง ดีแมคซ์ โรดีโอ 2500 ดีดีไอ อย่างไรก็ตามครั้งนี้เราจะกล่าวถึงการขับในรุ่น แค็บโฟร์ 4x4 วีจีเอสเทอร์โบ เป็นหลัก

หลังฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับตัวรถเรียบร้อยแล้ว นักข่าวจะถูกแบ่งเป็นสองกลุ่ม เอ และ บี โดย “ผู้จัดการมอเตอร์ริ่ง” ถูกจัดให้อยู่กลุ่มหลัง ซึ่งต้องไปเริ่มขับในสนามออฟโรดก่อน

สนามออฟโรดของ อีสเทิร์น ครีกฯ เส้นทางส่วนใหญ่เป็นหญ้า สลับกับหินก้อนเล็กๆ และเนินสูงชัน เมื่อดูรวมๆแล้วเส้นทางถือว่าไม่โหดมากนัก ทำให้การขับ ดีแมคซ์ ขับเคลื่อน 4 ล้อ วีจีเอสเทอร์โบ เกียร์อัตโนมัติ เป็นไปด้วยความราบรื่น ขณะที่การขึ้นทางชัน(มากกว่า 45 องศา) เครื่องยนต์ยังให้กำลังเหลือเฟือ โดยไม่ต้องเปลี่ยนไป เป็น 4Low หรือ 4High ก็ปีนป่ายผ่านไปได้สบาย

หรือการลงเนินชันมากๆ เราเลือกปรับเป็นโหมด 4Low แล้วเลื่อนเกียร์ไปที่ตำแหน่งแอล(L) โดยหวังใช้เอนจินเบรกช่วย ซึ่งรถก็ค่อยๆคลานลงมาอย่างนุ่มนวลโดยไม่ต้องแตะเบรก

จากนั้นช่วงบ่ายเรามีโอกาสได้ลองขับในสนามทดสอบความเร็ว และถึงแม้ว่าสนามอีสเทิร์น ครีกฯ มีความยาวสำหรับการแข่งรถทางเรียบถึง 3.93 กิโลเมตร แต่วันนั้นผู้จัดตัดสนามให้เหลือประมาณ 2 กิโลเมตรเท่านั้น ทั้งยังไม่ให้ใช้ความเร็วเกิน 110 กม./ชม. นอกจากนี้แต่ละโค้งยังมีการจำกัดความเร็วเอาไว้ ที่ 40 กม./ชม. หรือ 60 กม./ชม. โดยจะมีผู้ฝีกสอนชาวออสซี่นั่งกำกับมาด้วย

อย่างไรก็ตามแม้การขับจะมีข้อจำกัดอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ทำให้อรรถรสการขับเสียไป เพราะการใช้ปิกอัพในชีวิตจริงไม่ควรใช้ความเร็วสูงๆอยู่แล้ว...ส่วนการขับดีแมคซ์ เครื่องยนต์วีจีเอสเทอร์โบ ในวันนั้น ภาพรวมๆถือว่าทำได้ดี ทั้งการออกตัว หรือต้องการอัตราเร่งในความเร็วต่ำ ก็ตอบสนองแรงกดของฝ่าเท้าได้ดี

โดยอัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งไปถึงระดับ 100 กม./ชม. ทำได้ดีขึ้นด้วยเวลา 10.4 วินาที (เดิม 12.5 วินาที) พร้อมประสานกับระบบส่งกำลังอัตโนมัติปรับปรุงใหม่ ที่รู้สึกว่าจังหวะเปลี่ยนเกียร์จะนุ่มนวลกว่าเก่า ด้านพวงมาลัยพาวเวอร์ แบบแร็กแอนพิเนียน ให้น้ำหนักกำลังดี แต่ยังมีช่วงฟรีอยู่นิดหนึ่งเหมือนเดิม

สุดท้ายเรามาจบที่สนาม Skid Pan ที่รอต้อนรับเราอยู่แล้วด้วยน้ำที่นองเต็มพื้น โดยสนามนี้เราได้ทดสอบการทรงตัว ซึ่งรถที่ใช้มีคันเดียวคือ ดีแมคซ์ แค็บโฟร์ ขับเคลื่อน 2 ล้อ เครื่องยนต์เดิม 3000 ดีดีไอ เกียร์ออโต้ และดูจากสเปครถแล้ว ไม่น่าจะเอามาทำอะไรแบบนี้ แต่อย่างไรก็ตามผู้จัดเขาเชื่อมั่นในสมรรถนะของรถมากจึงกล้ามาให้ลอง

การขับเรามีผู้ฝึกสอนนั่งไปด้วยตลอดเวลา ซึ่งจะเป็นคนบอกว่าให้หลบกรวยไปทางซ้ายหรือขวา หรือสั่งว่าหยุดตรงไหน แต่ปิกอัพก็ยังเป็นปิกอัพและไม่ได้เกิดมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทั้งยังเป็นรถขับเคลื่อนสองล้อเท่านั้น ถ้าจะให้บอกว่าการทรงตัวเป็นอย่างไรก็ต้องเรียนว่า “เหวอ” อย่างไรก็แล้วแต่ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่สนุกใช้ได้ทีเดียว

สู่อีกขั้นของการพัฒนา

การลองขับครั้งนี้อาจบอกถึงสมรรถนะของ ดีแมคซ์ ใหม่ ได้ไม่ครบถ้วนเสียทีเดียว โดยเฉพาะตัวที่วางเครื่องยนต์ใหม่ เนื่องจากข้อจำกัดของเวลา และกฎของสนาม แต่หลังจากการได้สัมผัสยนตรกรรมรุ่นใหม่ของโลกเกือบหนึ่งวันเต็ม น่าจะกล่าวได้ว่าอีซูซุได้พัฒนาดีแมคซ์ ขึ้นไปอีกระดับทั้งรูปร่างหน้าตา พละกำลังที่ตอบสนองดีขึ้น รวมถึงระบบส่งกำลังที่ไหลลื่นนุ่มนวล ดังนั้น “เจ้าพ่อรถปิกอัพ” จึงพร้อมรับมือกับคู่แข่งจากทุกค่าย

ดีแมคซ์ แค็บโฟร์ 4x4 วีจีเอส เทอร์โบ เพิ่งเริ่มขายจริงเมื่อ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา สนนราคาในรุ่นเกียร์ออโต้ 854,000 บาท รุ่นเกียร์ธรรมดา 814,000 บาท และย้ำว่าราคานี้รวมเครื่องปรับอากาศแล้ว!