โฟล์ค คาราเวล รถตู้อเนกประสงค์ ที่สร้างชื่อเสียงและยอดขายให้กับแบรนด์โฟล์คสวาเกนในไทยได้มากพอสมควร คาราเวล เพรสทีจ โฉมใหม่ที่ทำตลาดอยู่ในขณะนี้ใช้รหัสรุ่นว่า T5 หรือเจอเนอเรชั่นที่5 มีจุดเด่นในเรื่องของกำลังเครื่องยนต์และแรงบิดที่ดีกว่ารุ่นเดิม และตัวถังนิรภัยที่ให้ความแข็งแกร่งของห้องโดยสาร พร้อมกับช่วงล่างที่ปรับปรุงมาใหม่ โดยช่วงล่างนั้นในด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท ส่วนด้านหลังเป็นแบบอิสระ ทรานเวอร์ชัลวิชโบน พร้อมคอล์ยสริงแบบก้นหอย เบรกเป็นดิสก์ 4 ล้อพร้อมABS หรือระบบป้องกันการลื่นไถล มาพร้อมกับระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติหรือ ASR
รณชัย จินวัฒนาภรณ์ กรรมการบริหาร บริษัท ไทยยานยนต์ จำกัด กล่าวว่า"คาราเวลจะเป็นรถที่สามารถทำให้โฟล์คอยู่ได้แน่นอน เพราะกลุ่มลูกค้าที่เราเน้นก็คือลูกค้าระดับบนที่ชอบความสะดวกสบายและโดยสารแบบครอบครัวรวมถึงนักการเมืองและนักธุรกิจที่อยากได้ทั้งความหรูหราและการใช้สอยที่คุ้มราคา"
Caravelle Prestige โฉมใหม่นั้น มีความแตกต่างจากโฟล์คที่นำเข้าโดยผู้นำเข้าอิสระใน 2 ประเด็นหลัก คือระบบปรับอากาศ และรางเลื่อนนิรภัยสำหรับที่นั่งผู้โดยสารทั้ง 2 แถว ในเรื่องระบบปรับอากาศนั้น ทางยนตรกิจได้พัฒนาร่วมกับทีม R&D จากโรงงานโฟล์คสวาเกน Hannover มีการจดลิขสิทธิ์เฉพาะในระบบปรับอากาศที่เหมาะสมกับประเทศร้อนอย่างประเทศไทย จะไม่ทำให้มีผลกระทบต่อระบบการทำงานของรถภายหลัง โดยรักษามาตรฐานยุโรปไว้อย่างเข้มงวด ซึ่งจะหลีกเลี่ยงไม่ให้ลมจากช่องแอร์เป่าปะทะโดยตรง แต่จะปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เย็นอย่างทั่วถึง ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยเพื่อควบคุมอุณหภูมิ นอกจากนี้ภายในยังยังครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก อาทิ เครื่องเล่น ดีวีดี ระบบเสียงสเตอริโอรอบทิศทาง จอแอลซีดี แบบใหม่ 4 เหลื่ยมผืนผ้า กระจกกั้นเสียงระหว่างห้องโดยสารและห้องคนขับ
ขณะเดียวกันเรื่องความปลอดภัยโฟล์คยังคงเน้นไปที่รางเลื่อนนิรภัยที่เป็นรางยาวตลอดห้องโดยสาร และทำหน้าที่ยึดเบาะนั่งนิรภัยในตอนหลังทั้ง 2 แถว ซึ่งเป็นห้องโดยสารแบบ 11 ที่นั่ง ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของการจัดเบาะนั่งให้เหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างได้ สามารถปรับเลื่อนเบาะนั่งได้ตลอดห้องโดยสาร เพื่อเพิ่มที่เก็บสัมภาระหรือเพิ่มความสบายให้แก่ผู้โดยสาร ในแต่ละแถว และยังสามารถถอดสลักนิรภัยเพื่อทำการถอดเบาะออกได้ ซึ่งรางเลื่อนนิรภัยตัวนี้จะทำหน้าที่ยึดเบาะนั่ง พร้อมผู้โดยสารไว้ได้อย่างปลอดภัย และมั่นคงเมื่อต้องมีการเบรกอย่างกะทันหัน หรือเมื่อต้องเจอกับอุบัติเหตุ
สำหรับนิว คาราเวล เพรสทีจ มีเครื่องยนต์ด้วยกัน 2 แบบ แบบแรกคือ เครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล 2.5TDI ไดเรกอินเจคชั่น แบบ 5 สูบ ขนาด 2460 ซีซี. ให้แรงม้าสูงสุด 174 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดทริปทรอนิกส์ และรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 3.2 V6 ขนาด 3189 ซีซี. ให้แรงม้าสูงสุด 235 แรงม้าที่ 6,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 315 นิวตันเมตรที่ 2,950 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 6 สปิดทริปทรอนิกส์เช่นกัน
นิว คาราเวล มีด้วยกัน 3 รุ่น แต่ละรุ่นมีให้เลือกได้ทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ได้แก่รุ่น Super Touring เครื่องยนต์เบนซินราคาอยู่ที่ 3.19 ล้านบาทและ 2.99 ล้าบาทสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล ขณะที่ในรุ่น Executive ทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลราคาเดียวกับรุ่น Super Touring และในรุ่น Prestige โฉมใหม่ซึ่งมีราคาในรุ่นเบนซิน 3.28 ล้านบาท และดีเซลราคา 3.08 ล้านบาทนั้น จะเน้นความสะดวกสบายของผู้โดยสารมากกว่า โดยจะติดตั้งเครื่องเสียงและจอ LCD ขนาด 15 นิ้ว ไว้บริเวณให้โดยสารเพื่อความสะดวกในการปรับเปลี่ยนของผู้โดยสารเป็นหลัก
ทั้งนี้ ไทยยานยนต์ตั้งเป้ายอดขายโดยรวมของรถตู้โฟล์คสวาเกน คาราแวลไว้ที่ 500 คันในปีนี้ และหลังจากผ่านไปแล้ว 8 เดือนนับจากต้นปีสามารถทำยอดขายไปได้ 300 คัน คาดว่าถึงสิ้นปีจะทำยอดขายได้ตามเป้า


