“ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์” หนึ่งเดียวของค่ายรถในปัจจุบันที่มีเจ้าของเป็นคนไทย 100% แม้จะไม่โดดเด่นด้านยอดขาย แต่ยังคงเอกลักษณ์ในด้านการดัดแปลงรถที่ไม่เหมือนใคร การออกรถรุ่นใหม่แต่ละครั้งของค่ายนี้สามารถสร้างกระแสการใช้รถแนวใหม่ในสังคมได้ เมื่อมาถึงเจเนอเรชั่นที่สองภายใต้การบริหาร “สมพงษ์ เผอิญโชค” ที่ครั้งนี้เตรียมเปิดตัว “ลีมูซีน”รถรุ่นใหม่ ลองมาดูกันว่าเป็นอย่างไร

ไทยรุ่งฯ มีประวัติความเป็นมาอย่างไร?
เริ่มต้นตั้งแต่สมัยคุณพ่อ วิเชียร เผอิญโชค ซึ่งก่อตั้งบริษัทร่วมกับคุณแม่ ปราณี เผอิญโชค เมื่อประมาณ 40 ปีก่อน ในสมัยนั้นประกอบรถบัสขนาดใหญ่ และทำกระบะท้ายสำหรับบรรทุก ให้กับบริษัท อีซูซุ มาตลอด จากนั้นพัฒนาเรื่อยมา เริ่มมีแม่พิมพ์เอง มีเครื่องจักรขนาดใหญ่ จนกระทั่งตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนและประกอบรถยนต์เองดังเช่นทุกวันนี้
ปัจจุบันไทยรุ่งฯ ทำอะไรบ้าง?
ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนรายใหญ่จำพวกตัวถังให้กับ อีซูซุ และพัฒนารถกระบะให้เป็นรถอเนกประสงค์ โดยใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตเองบางส่วนร่วมกับชิ้นส่วนจากผู้ประกอบการรายอื่นๆ กลายมาเป็นรถแบบ สเตชั่นแวกอนหรือ ทีอาร์แอดเวนเจอร์ ที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งชิ้นส่วนกว่า 90% เป็นชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นภายในประเทศ และขณะนี้ไทยรุ่งฯ มีโครงการประกอบรถยนต์รุ่นใหม่ ชื่อ “ลีมูซีน”

“ลีมูซีน” มีความเป็นมาอย่างไร?
เริ่มจากที่เมื่อก่อนผู้บริโภคสนใจรถขนาด 10-11 ที่นั่ง ซึ่งปัจจุบันมีคู่แข่งในตลาดค่อนข้างมาก ดังนั้นเราจึงเริ่มมองหาตลาดใหม่ ซึ่งเมื่อศึกษาดูพบว่ามีกระแสความสนใจในรถขนาด 6-7 ที่นั่ง เน้นความสะดวกสบายเป็นปัจจัยหลัก เราจึงเจาะตลาดเกิดใหม่นี้ด้วยการผลิต ไทยรุ่ง ลีมูซีน ซึ่งเป็นรถขนาด 6-7 ที่นั่งเน้นการตกแต่งภายในที่หรูหรา อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ในราคาประมาณ 1.0-1.2 ล้านบาท โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือ กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมที่ใช้รถวิ่งรับส่งแขกที่มาพัก และลูกค้าระดับผู้ใหญ่ที่ต้องการความสบายในการเดินทาง
จุดเด่นของลีมูซีนอยู่ที่ไหน?
เราตั้งเป้าให้ ลีมูซีน เป็นรถระดับแฟลกชิพหรือรุ่นธงของเรา ซึ่งมีความหรูหรา อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบถ้วนอาทิ ทีวีพร้อมเครื่องเสียง คาราโอเกะ เบาะนั่งหนังแท้ระดับเฟริสคลาส รูปโฉมภายนอกที่เปลี่ยนไปจากทีอาร์รุ่นก่อนๆ แม้ใช้พื้นฐานจากรุ่นทีอาร์ แอดเวนเจอร์ แต่ลีมูซีนจะได้รับการบุวัสดุเก็บเสียงใหม่ ปรับช่วงล่างใหม่ให้มีความนุ่มนวลมากขึ้น และใช้เครื่องยนต์ของอีซูซุที่ขึ้นชื่อด้านความประหยัดน้ำมัน

คู่แข่งโดยตรงของลีมูซีน
เราวางตำแหน่งของลีมูซีน คันนี้โดยดูจากราคาเป็นหลัก ที่ประมาณ 1.2 ล้านบาท ก็จะมี โตโยต้า คัมรี่, นิสสัน เทียน่า และ ฮอนด้า แอคคอร์ด เป็นคู่แข่งสำคัญ ซึ่งลีมูซีนของเรามีความได้เปรียบตรงที่ ความสบายที่มากกว่า สามารถเยียดขา ปรับเบาะนอนยาว หรือร้องเพลงในรถได้ แม้ระดับอาจจะไม่เท่า อัลพาร์ด แต่ความสบายถือว่าใกล้เคียง
สำหรับด้านยอดจำหน่ายช่วงแรกคงไม่หวังมากนัก ประมาณเดือนละ 50-60 คัน โดยคาดว่าจะเปิดตัวได้ช่วงปลายปีนี้ แต่ถ้ามีกระแสตอบรับที่ดี อาจจะผลิตเป็นรุ่นหลักแทนทีอาร์แอดเวนเจอร์ก็เป็นได้
มั่นใจในมาตรฐานการผลิตของไทยรุ่งฯ ได้อย่างไร?
มาตรฐานการผลิตของเราเป็นระดับเดียวกับบริษัทผลิตรถของญี่ปุ่น และบริษัทที่ส่งชิ้นส่วนให้เราเป็นบริษัทเดียวกับที่ส่งให้บริษัทผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่น แต่จะต่างกันที่ปริมาณ และความหลากหลายที่ไทยรุ่งฯ เปิดโอกาสให้กับผู้ผลิตได้คิดได้ออกแบบร่วมกับเรา ฉะนั้นจึงมั่นใจได้ว่าคุณภาพของรถที่ประกอบโดยไทยรุ่งฯไม่ด้อยกว่าอย่างแน่นอน
“ลีมูซีน” ความหวังครั้งสำคัญของไทยรุ่งฯ ภายใต้การกุมบังเหียนอย่างเต็มตัวของ “สมพงษ์ เผอิญโชค” หลังสิ้นนักออกแบบและดัดแปลงรถมือหนึ่ง คุณพ่อ “วิเชียร เผอิญโชค” คงต้องลุ้นกันว่าเมื่อเปิดตัวออกมาจะโดนใจผู้บริโภคเหมือนอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ได้หรือไม่
ไทยรุ่งฯ มีประวัติความเป็นมาอย่างไร?
เริ่มต้นตั้งแต่สมัยคุณพ่อ วิเชียร เผอิญโชค ซึ่งก่อตั้งบริษัทร่วมกับคุณแม่ ปราณี เผอิญโชค เมื่อประมาณ 40 ปีก่อน ในสมัยนั้นประกอบรถบัสขนาดใหญ่ และทำกระบะท้ายสำหรับบรรทุก ให้กับบริษัท อีซูซุ มาตลอด จากนั้นพัฒนาเรื่อยมา เริ่มมีแม่พิมพ์เอง มีเครื่องจักรขนาดใหญ่ จนกระทั่งตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนและประกอบรถยนต์เองดังเช่นทุกวันนี้
ปัจจุบันไทยรุ่งฯ ทำอะไรบ้าง?
ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนรายใหญ่จำพวกตัวถังให้กับ อีซูซุ และพัฒนารถกระบะให้เป็นรถอเนกประสงค์ โดยใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตเองบางส่วนร่วมกับชิ้นส่วนจากผู้ประกอบการรายอื่นๆ กลายมาเป็นรถแบบ สเตชั่นแวกอนหรือ ทีอาร์แอดเวนเจอร์ ที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งชิ้นส่วนกว่า 90% เป็นชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นภายในประเทศ และขณะนี้ไทยรุ่งฯ มีโครงการประกอบรถยนต์รุ่นใหม่ ชื่อ “ลีมูซีน”
“ลีมูซีน” มีความเป็นมาอย่างไร?
เริ่มจากที่เมื่อก่อนผู้บริโภคสนใจรถขนาด 10-11 ที่นั่ง ซึ่งปัจจุบันมีคู่แข่งในตลาดค่อนข้างมาก ดังนั้นเราจึงเริ่มมองหาตลาดใหม่ ซึ่งเมื่อศึกษาดูพบว่ามีกระแสความสนใจในรถขนาด 6-7 ที่นั่ง เน้นความสะดวกสบายเป็นปัจจัยหลัก เราจึงเจาะตลาดเกิดใหม่นี้ด้วยการผลิต ไทยรุ่ง ลีมูซีน ซึ่งเป็นรถขนาด 6-7 ที่นั่งเน้นการตกแต่งภายในที่หรูหรา อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ในราคาประมาณ 1.0-1.2 ล้านบาท โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือ กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมที่ใช้รถวิ่งรับส่งแขกที่มาพัก และลูกค้าระดับผู้ใหญ่ที่ต้องการความสบายในการเดินทาง
จุดเด่นของลีมูซีนอยู่ที่ไหน?
เราตั้งเป้าให้ ลีมูซีน เป็นรถระดับแฟลกชิพหรือรุ่นธงของเรา ซึ่งมีความหรูหรา อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบถ้วนอาทิ ทีวีพร้อมเครื่องเสียง คาราโอเกะ เบาะนั่งหนังแท้ระดับเฟริสคลาส รูปโฉมภายนอกที่เปลี่ยนไปจากทีอาร์รุ่นก่อนๆ แม้ใช้พื้นฐานจากรุ่นทีอาร์ แอดเวนเจอร์ แต่ลีมูซีนจะได้รับการบุวัสดุเก็บเสียงใหม่ ปรับช่วงล่างใหม่ให้มีความนุ่มนวลมากขึ้น และใช้เครื่องยนต์ของอีซูซุที่ขึ้นชื่อด้านความประหยัดน้ำมัน
คู่แข่งโดยตรงของลีมูซีน
เราวางตำแหน่งของลีมูซีน คันนี้โดยดูจากราคาเป็นหลัก ที่ประมาณ 1.2 ล้านบาท ก็จะมี โตโยต้า คัมรี่, นิสสัน เทียน่า และ ฮอนด้า แอคคอร์ด เป็นคู่แข่งสำคัญ ซึ่งลีมูซีนของเรามีความได้เปรียบตรงที่ ความสบายที่มากกว่า สามารถเยียดขา ปรับเบาะนอนยาว หรือร้องเพลงในรถได้ แม้ระดับอาจจะไม่เท่า อัลพาร์ด แต่ความสบายถือว่าใกล้เคียง
สำหรับด้านยอดจำหน่ายช่วงแรกคงไม่หวังมากนัก ประมาณเดือนละ 50-60 คัน โดยคาดว่าจะเปิดตัวได้ช่วงปลายปีนี้ แต่ถ้ามีกระแสตอบรับที่ดี อาจจะผลิตเป็นรุ่นหลักแทนทีอาร์แอดเวนเจอร์ก็เป็นได้
มั่นใจในมาตรฐานการผลิตของไทยรุ่งฯ ได้อย่างไร?
มาตรฐานการผลิตของเราเป็นระดับเดียวกับบริษัทผลิตรถของญี่ปุ่น และบริษัทที่ส่งชิ้นส่วนให้เราเป็นบริษัทเดียวกับที่ส่งให้บริษัทผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่น แต่จะต่างกันที่ปริมาณ และความหลากหลายที่ไทยรุ่งฯ เปิดโอกาสให้กับผู้ผลิตได้คิดได้ออกแบบร่วมกับเรา ฉะนั้นจึงมั่นใจได้ว่าคุณภาพของรถที่ประกอบโดยไทยรุ่งฯไม่ด้อยกว่าอย่างแน่นอน
“ลีมูซีน” ความหวังครั้งสำคัญของไทยรุ่งฯ ภายใต้การกุมบังเหียนอย่างเต็มตัวของ “สมพงษ์ เผอิญโชค” หลังสิ้นนักออกแบบและดัดแปลงรถมือหนึ่ง คุณพ่อ “วิเชียร เผอิญโชค” คงต้องลุ้นกันว่าเมื่อเปิดตัวออกมาจะโดนใจผู้บริโภคเหมือนอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ได้หรือไม่


