xs
xsm
sm
md
lg

Lexus LS600h L ซีดานหรูรุ่นใหญ่...ขอ(แค่)จิบน้ำมัน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


รถยนต์หรูเครื่องยนต์ใหญ่มักถูกมองว่าเป็นตัวการในการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างฟุ่มเฟือย ซึ่งเล็กซัสในฐานะที่เป็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับหรูก็ตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้และถือเป็นเรื่องสำคัญ ก็เลยเป็นที่มาในการเสริมไลน์รถยนต์ของตัวเองด้วยการส่งเวอร์ชันไฮบริดที่เน้นความประหยัดน้ำมันและลดมลพิษออกมาทำตลาดควบคู่กันด้วย

เล็กซัส แอลเอส600เอช แอล แม้วันนี้ยังเป็นโปรเจ็กต์ต้นแบบ แต่ในปี 2007 จะมีการผลิตขายจริงอย่างแน่นอน โดยในคันที่เปิดตัวนี้ถูกพัฒนาบนพื้นฐานของรุ่นแอลเอส460 แอล หรือรุ่นฐานล้อยาว ซึ่งมาพร้อมกับตัวถังที่มีความยาว 5,151 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 3,091 มิลลิเมตร และจะเป็นเวอร์ชันที่ขายในสหรัฐอเมริกา

ส่วนเวอร์ชันยุโรปจะใช้ฐานล้อปกติ อีกทั้งยังมีการปรับแต่งรายละเอียดรูปลักษณ์รอบคันให้ดูสวยหรูขึ้น โดยเฉพาะการใช้ไฟหน้าซึ่งผลิตมาจากหลอดแอลอีดี ซึ่งมีความทนทานและให้แสงสว่างมากกว่าหลอดไฟแบบฮาโลเจนที่ใช้อยู่ในรถยนต์ทั่วไป

นอกจากนั้นยังมีการติดตั้งระบบที่ทันสมัยอย่าง วีจีอาร์เอส หรือ Variable Gear Ratio Steering โดยระบบนี้ทำงานร่วมกับระบบกันสะเทือนแบบอากาศ เพื่อสั่งปรับอัตราทดของพวงมาลัยให้มีการแปรผันสัมพันธ์กับสภาพการขับช่วยเพิ่มการตอบสนองการขับขี่และความแม่นยำในการบังคับเลี้ยวได้ดีขึ้น

ส่วนระบบความปลอดภัยถือเป็นครั้งแรกทีมีการติดตั้งระบบเอพีซีเอส หรือ Advanced Pre-Collision System ที่มีการปรับปรุงให้ทันสมัยขึ้น โดยมีกล้องตรวจจับด้วยคลื่นความถี่สูง 2 ตัวติดตั้งอยู่ด้านหน้ารถ เพื่อตรวจสอบสิ่งกีดขวางที่อยู่บนถนนได้ละเอียดขึ้น โดยนอกจากวัตถุและรถยนต์แล้ว ยังสามารถตรวจจับคนที่อาจเดินอยู่ในช่องทางเดินรถ

ขณะที่กล้องตัวที่ 3 จะติดตั้งอยู่บนคอพวงมาลัยและหันหน้าเข้าหาคนขับ และถ้าเกิดตรวจจับได้ว่าคนขับละสายตาจากการมองเส้นทางข้างหน้า มากว่า 2-3 วินาที และมีสิ่งกีดขวางอยู่ด้านหน้า ก็จะมีการใช้แสงสว่างเตือนเป็นอันดับแรก แต่เมื่อรถเข้าใกล้สิ่งกีดขวางโดยที่ผู้ขับยังไม่ทำอะไร ระบบก็จะสั่งเบรกเพื่อไม่ให้เกิดการชนอย่างรุนแรง หรือเพื่อถ่วงเวลา ให้ผู้ขับกลับมามีสติอีกครั้งในการดึงรถให้พ้นจากการชน

สำหรับระบบไฮบริดซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากสำหรับแอลเอส600เอช แอล โดยเป็นการผสมผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซินวี8 5,000 ซีซี และทางเล็กซัสยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสเปกออกมา นอกจากบอกแค่ว่า เมื่อทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบแม่เหล็กถาวรแล้วจะมีกำลังสูงสุดอยู่ที่ 430 แรงม้า หรือมากกว่ารุ่นแอลเอส460 อยู่ 50 แรงม้า

อีกทั้งยังถือเป็นครั้งแรกสำหรับรถยนต์ระดับหรูรุ่นใหญ่ที่มีการติดตั้งขุมพลังไฮบริดแบบ Fully Hybrid หรือตัวระบบสามารถขับเคลื่อนโดยอาศัยกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวในบางช่วงจังหวะของการขับเคลื่อน

และมีการเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนจากแบบล้อหลังในรุ่นปกติมาเป็น 4 ล้อตลอดเวลา เปลี่ยนระบบส่งกำลังจากอัตโนมัติ 8 จังหวะมาเป็นเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องควบคุมการทำงานด้วยอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีซีวีทีแบบทำงานได้2 จังหวะ

เปิดตัวขายจริงแน่ในปี 2007 ส่วนราคายังไม่มีการเปิดเผยออกมาในตอนนี้