xs
xsm
sm
md
lg

‘วรจักร’ เส้นทางค้าอะไหล่ที่ไม่มีวันตาย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

อาคารพาณิชย์เก่าใหม่รายเรียงเป็นแนวยาว ผู้คนที่เดินกันขวักไขว่ดูสับสน อะไหล่เก่าใหม่วางเกะกะบนฟุตบาทตลอดแนว 2 ข้างถนนหลวง เป็นภาพที่ชินตามาหลายสิบปี เพราะตลอดแนวถนนทั้ง 2 สายที่ตัดกันเป็นแหล่งรวมร้านค้าอะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รวมถึงรถจักรยาน โดยชาวบ้านรู้จักกันดีและเรียกย่านนี้ว่า “วรจักร”


“ผู้จัดการมอเตอร์ริ่ง” ได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสกับตลาดอะไหล่ที่ใหญ่ที่สุดอย่างใกล้ชิด แม้ว่าก่อนหน้านี้จะรู้จักวรจักรมานานแล้วผ่านไปผ่านมานับไม่ถ้วน แต่ยังไม่เคยที่จะเข้าไปเจาะหรือพูดคุยกับผู้ค้าอะไหล่ย่านนี้สักครั้งเดียว ซึ่งครั้งนี้นับเป็นโอกาสดีที่จะได้เข้าไปรับรู้ถึงการดำเนินกิจการธุรกิจการค้าอะไหล่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่มีประวัติยาวนานไม่น้อยกว่า 50 ปี

โดยมี สมโภชน์ ชินะกานนท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สหะสินไทยยนต์ จำกัด หนึ่งในผู้ค้าอะไหล่ในย่านวรจักร แม้ว่าเขาจะเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ แต่ก็มีความรู้เรื่องราวในวรจักรดี และสามารถให้ความรู้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยสำหรับผู้ที่สนใจเดินช็อปอะไหล่ย่านวรจักรได้พอสมควร

วรจักรแหล่งช็อปอะไหล่รถนี้เกิดขึ้นมานานแค่ไหนแล้ว ?

ไม่ทราบตัวเลขที่ชัดเจนว่าดำเนินการกันมากี่ปี แต่เท่าที่รู้ดำเนินธุรกิจกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อ ซึ่งแน่นอนว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 40 ปี และที่มาของชื่อ “วรจักร” ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามาจากไหน แต่ถ้าให้คิดเล่นๆว่าบริเวณนี้สมัยก่อนมีร้านจำหน่ายรถจักรยานอยู่จำนวนมาก เรียกได้ว่าเป็นแหล่งขายรถจักรยานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้ คำว่าวรจักรอาจจะมาจากจักรยานก็เป็นได้

จุดเด่นของวรจักรนั้นคืออะไร?

จุดเด่นของวรจักรแน่นอนอยู่แล้วว่าต้องเป็นเรื่องของศูนย์รวมอะไหล่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งอะไหล่บางตัวนั้นหาซื้อที่อื่นไม่ได้ แม้แต่ศูนย์บริการของรถยี่ห้อนั้นๆเองก็ไม่มีสต็อกไว้แต่ที่วรจักรนั้นหาได้ ในบางครั้งช่างตามศูนย์บริการรถยนต์แบรนด์ต่างๆยังต้องมาหาซื้ออะไหล่จากที่นี่ไปให้ลูกค้าที่นำรถเข้าศูนย์

หากคุณมาเดินซื้ออะไหล่ที่นี่ที่เดียว คุณก็แถบไม่ต้องไปหาซื้อที่อื่นๆเพราะมีแทบครบทุกชิ้นส่วนของรถที่จำหน่ายอยู่ และสำคัญที่สุดซึ่งเป็นจุดขายของที่นี่ก็คือเรื่องของราคาที่ต่ำกว่าศูนย์บริการต่างๆถึง 100-300 % ตรงจุดนี้เองทำให้วรจักรเป็นแหล่งที่คนต้องการอะไหล่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ต่างเดินทางมาอย่างไม่ขาดสาย

รู้กันอยู่แล้วว่าที่วรจักรนี้ขายอะไหล่รถ แต่มีการแบ่งเป็นโซนการขายอะไหล่ใหม่เก่าอย่างไร?

ที่วรจักรนี้ไม่ค่อยมีอะไหล่เก่าหรืออะไหล่มือสองขาย แต่จะเน้นขายอะไหล่ใหม่ ซึ่งมีขายกันทุกยี่ห้อ ทุกแบรนด์ ที่มีรถจำหน่ายอยู่ในประเทศไทย ส่วนอะไหล่ของรถรุ่นเก่านั้นก็มีขายแต่จะเป็นอะไหล่ใหม่ หรือของเทียมที่สามารถใช้ทดแทนได้ หากจะให้แบ่งเป็นโซนขายแล้วนั้น คงจะแบ่งเป็นโซนที่ชัดเจนไม่ได้ว่าว่าตรงจุดไหนขายอะไหล่ประเภทใด แค่ให้ดูแบบคราวๆ แบ่งกันเป็นกลุ่มๆแล้ว ในส่วนของประดับยนต์จะอยู่ทางฝั่ง ถนนหลวง ตั้งแต่ โรงพยาบาลกลางขึ้นไปถึง แยกวรจักร ซึ่งจะมีร้านขายอะไหล่ประดับยนต์อยู่เป็นจำนวนมาก

โดยหลักจะเป็นในส่วนของประดับยนต์ประเภทเครื่องเสียง ฟิลม์กรองแสง ที่ติดตั้งกันหน้าร้านเหมือนที่เราเห็นกันทั่วไปมีพื้นที่บนบาทวิถีหรือฟุตบาทเป็นจุดรับรถและปฏิบัติงานกัน หากคนทั่วไปมองดูการทำงานแล้วคงคิดว่าประสิทธิภาพหรือคุณภาพของงานที่ออกมาคงจะไม่ดีเท่ากับร้านค้าที่ใหญ่โต หรือศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน แต่ไม่ใช่อย่างที่คิดแน่เพราะหากดูรถที่เข้ามาติดตั้งเครื่องเสียงนั้น รถระดับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ก็ยังมีมาใช้บริการ

ซึ่งก็อย่างที่บอกว่าจุดเด่นของที่นี่สำคัญในเรื่องของราคาที่ต่ำกว่าแต่เนื้องานออกมาเหมือนกัน นอกจากนั้นก็จะมีพวกสปอยเลอร์ ต่างๆวางจำหน่ายกันเต็ม 2 ฝั่ง รวมถึงอะไหล่ในส่วนอื่นๆคละกันไปจนถึงแยกวรจักร

ส่วนอีกฝั่งหนึ่งเมื่อเดินข้ามแยกวรจักรไป จะมีร้านขายอะไหล่อีกหลายสิบร้าน โดยจะมีป้ายบอกหน้าร้านว่าร้านนี้ขายอะไหล่ของรถยนต์ยี่ห้อใดบ้าง ซึ่งบางร้านก็จะขายสินค้าเฉพาะแบรนด์ยุโรป บางร้านก็ขายเฉพาะแบรนด์ญี่ปุ่น หรือบางร้านก็ขายจะแทบทุกยี่ห้อ ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่อะไหล่เครื่องยนต์ โดยร้านในแถบนี้มีอะไหล่ขายครบทุกยี่ห้อที่มีจำหน่ายอยู่ในประเทศไทย ทั้งอะไหล่ที่เก่าหายาก และอะไหล่รถรุ่นใหม่ จะเน้นเรื่องการขายส่งเป็นส่วนใหญ่ ลูกค้าหลักก็คือบรรดาอู่ซ่อมรถ และศูนย์บริการรถยนต์เองก็สั่งซื้ออะไหล่จากร้านค้าเหล่านี้

ร้านค้าแถบนี้จะไม่เน้นขายของสำหรับพวกขาจร คนที่เข้ามาเดินซื้ออะไหล่แค่ชิ้นหรือ 2 ชิ้น จะไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าไหร่ เพราะที่นี่จะเน้นขายส่ง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ขายปลีกเลย ซึ่งลูกค้าต้องมีความรู้พอสมควรในการที่จะเดินเข้าไปซื้อสินค้า ต้องบอกชื่อรุ่น ชนิด ยี่ห้อ หรือบางครั้งต้องบอกรหัสของสินค้าได้อย่างถูกต้อง เพราะร้านแถบนี้จะไม่มีสินค้าโชว์หน้าร้านให้ลูกค้าเลือก ทุกอย่างจะอยู่ในสต็อกทั้งหมด การซื้ออะไหล่ตรงจุดนี้จึงไม่เหมาะสำหรับลูกค้าที่ไม่มีความรู้ด้านเครื่องยนต์ สักเท่าไหร่ จึงขอแนะนำว่าหากผู้ที่จะมาเลือกซื้ออะไหล่บ้างชิ้นหรือส่วนที่เล็กๆน้อย ควรจะเดินเลือกซื้อด้านอาคารศรีวรจักรมากว่า


มีการขยายช่องทางเข้าไปขายในอาคารศรีวรจักรนานหรือยัง?

พื้นที่ส่วนใหญ่ย่านวรจักรก็จะเป็นตึกแถว ทำให้การขยายตัวของตลาดแทบเป็นไปไม่ได้ จึงมีเจ้าของที่ สร้างตึกขึ้นมาเพื่อเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้าที่ต้องการความสะดวกสบายในการเดินจับจ่ายอะไหล่ต่างๆในตัวอาคาร ติดแอร์เย็นสบายกว่า ซึ่งเจ้าของได้จัดสรรพื้นที่ภายในเป็นตลาดนัดอะไหล่รถยนต์ ประมาณว่าพันธุ์ทิพย์ พลาซ่าถูกจัดให้เป็นตลาดนัดไอที

นอกจากนี้ยังมีอาคารจอดรถให้เสร็จสรรพ แต่ราคาที่จอดรถค่อนข้างโหดคือ ชั่วโมงละ 30 บาทขาดตัวเศษของชั่วโมงนับเป็น 1 ชั่วโมง ไม่มีการประทับตราจอดฟรีใดๆทั้งสิ้น ทางที่ดีไม่ควรนำรถมาหากต้องการมาที่วรจักร เพราะหาที่จอดรถยากมาก

ภายในอาคารมีร้านค้าอะไหล่อยู่จำนวนไม่มาก และไม่ได้รับการตอบรับจากผู้ค้าหรือผู้ซื้อมากนัก เพราะราคาสินค้าสูงกว่าร้านค้าข้างนอกอาคาร เนื่องจากมีต้นทุนในการเช่าพื้นที่ แต่จุดเด่นของร้านค้าภายในอาคารคือการได้โชว์สินค้า ลูกค้าสามารถเห็นสินค้าตัวจริงตั้งแต่เดินเข้าร้าน ซึ่งสามารถตัดสินใจซื้อได้โดยไม่ต้องขอดูสินค้าเหมือนร้านอะไหล่ข้างนอกที่ไม่มีที่โชว์สินค้า ตรงจุดนี้ทำให้ร้านค้าภายในอาคารศรีวรจักรยังสามารถค้าขายได้จากกลุ่มลูกค้าขาจรทั่วไป



ในส่วนของ สหะสินไทยยนต์ เองอยู่ในวรจักรมาแล้วกี่ปี?

จริงๆแล้วธุรกิจนี้เป็นของคุณพ่อที่เป็นคนก่อตั้งบริษัทมา สหะสินไทยยนต์ นับเป็นเจ้าแรกๆที่นำอะไหล่รถเก๋ง,รถกระบะ เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย โดยในช่วงแรกเปิดกิจการอยู่ที่เซนหลุยส์และย้ายมาอยู่ที่วรจักรนี้ประมาณ 36 ปีได้ ซึ่งตอนนั้นจะเป็นการทำธุรกิจของเจเนอเรชั่นคุณพ่อ ถึงตอนนี้มาสู่เจเนอเรชั่นลูกก็ยังคงดำเนินธุรกิจนี้ต่อเนื่องมา

โดยร้านของเราจะจำหน่ายทั้งส่งและปลีก มีอะไหล่ช่วงล่างของรถกระบะโดยเฉพาะ เรียกว่าแถบทุกชิ้นส่วนของช่วงล่างเรามีจำหน่าย ตั้งแต่อะไหล่ตัวเล็กๆที่มีราคาขายเพียง 25 สตางค์ ถึงชิ้นละ 500 บาทก็มีให้เลือก เน้นสินค้าที่ไม่จำเป็นต้องไปซื้อของศูนย์บริการ

มีสินค้าอะไรเด่นๆของร้านบ้าง?

สินค้าที่น่าสนใจภายในร้านมีหลายชิ้น แต่มีอยู่ชิ้นหนึ่งที่ถือว่ามีขายอยู่ร้านเดียวในประเทศไทยเลยก็คือ คานหน้าของรถกระบะดัทสัน 620 ปี 1972-1979 หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า กระดูกหมา ซึ่งเป็นรถเก่าที่ไม่มีใครสต็อกอะไหล่ไว้แล้ว แต่ที่ร้านเรามีจำหน่าย โดยลูกค้าที่ใช้จะเป็นลูกค้าต่างๆจังหวัดที่ใช้รถเก่าอยู่ ถือว่าเป็นสินค้าไฮไลท์ของร้านชิ้นหนึ่ง

สินค้าอีกชิ้นหนึ่งที่ถือว่าเป็นภูมิปัญญาของคนไทย ก็คือ เหล็กโหลดความสูงของรถยนต์ ซึ่งจะใช้ได้ทั้งในรถกระบะและรถเก๋ง โดยที่ไม่ต้องไปตัดสปริงให้เสียของ เพียงแต่นำตัวนี้เข้าไปเสริมบริเวณสปริงก็จะช่วยลดความสูงของรถได้ หากต้องการถอดออกก็สามารถทำได้โดยที่สปริงไม่เสียหาย

ทางร้านจะเน้นจำหน่ายสินค้าที่บริษัทรถยนต์ไม่ได้ผลิต หรือสามารถนำมาใช้ทดแทนกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปซื้อผ่านศูนย์บริการที่มีราคาค่อนข้างสูง เช่น ตัวยกสูงรถกระบะหรือเรียกภาษาผู้ค้าอะไหล่ว่า โตงเตง มือจับ มือเปิดประตูเกือบทุกรุ่นของรถกระบะ น๊อตถังน้ำมันเครื่องที่ขายดีมากเนื่องจากลูกค้ามักทำหายบ่อย และบานพับประตู เป็นต้น

สำหรับชิ้นส่วนช่วงล่างรถรุ่นเก่าหลายส่วนเราก็มีขาย และรับรองว่าราคาถูกกว่าที่คิด  โดยเฉพาะหากเดินเข้ามาซื้อที่หน้าร้านที่ตั้งอยู่ในซอยสวนมะลิ 1 หรือหากไม่สะดวกก็มีร้านย่อยอยู่ในอาคารศรีวรจักร ซึ่งจะมีสินค้าให้ลูกค้าได้เลือกซื้อชมกันทุกชิ้น

ในฐานะที่เป็นเจเนอเรชั่นใหม่ของผู้ค้าในวรจักร อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรในวรจักรบ้าง?

ทุกวันนี้สภาพบริเวณวรจักรไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากไปจากเมื่อหลายปีก่อน มีเพียงสินค้าใหม่ที่เข้ามาวางขาย แต่ผู้ค้าก็จะยังเป็นกลุ่มเดิมๆ ส่วนใหญ่ธุรกิจก็จะตกมาถึงลูกหลานให้สานต่อ ในฐานะที่ผมเองเป็นเจเนอเรชั่นใหม่ ก็มีความคิดใหม่ๆอยู่บ้าง ได้พบได้คุยกับเพื่อนๆซึ่งได้มาดำเนินกิจการต่อจากรุ่นพ่อ ก็เคยมีความคิดที่จะพัฒนาระบบการขายของเราให้ดีขึ้น ให้ทันกับยุคสมัยใหม่ๆ

เคยคิดที่จะมีการทำในเรื่องของการซื้อขายออนไลน์สินค้าในวรจักร โดยการนำสินค้าเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ต มีการสั่งซื้อขายกันผ่านคอมพิวเตอร์ แต่พอได้มาคุยกันจริงจังก็มีบทสรุปว่าคงยากหากจะทำ เพราะสินค้าในแต่ละร้านนั้นค่อนข้างที่จะมีจำนวนชนิดสูงมาก บ้างร้านขายน๊อต ก็ต้องมีการแยกขนาด จึงเป็นการยุ่งยากหากจะทำ และอีกอย่างหนึ่งถ้าจะทำขึ้นมาจริงๆเราเองก็ต้องดูแลในเว็ปไซด์ มีการอัพเกรทอยู่ตลอดเวลา  ตรงนี้คงจะไม่มีใครที่จะเป็นคนทำ แนวคิดนี้จึงไม่ประสบความสำเร็จสักที

แล้วที่มีคนคิดว่าจะทำศูนย์การค้าอะไหล่รถครบวงจรมีความคิดเห็นอย่างไร?

ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีนะ หากลูกค้าที่เข้าไปสามารถเดินช็อปซื้ออะไหล่ที่ตัวเองต้องการได้ทุกอย่างในที่เดียว มีโชว์สินค้าให้เห็น อยากได้ชิ้นไหนก็หยิบมาจ่ายเงิน โดยไม่ต้องวิ่งหาอะไหล่  ซื้อที่เดียวครบแต่ถ้าถามว่าทางผู้ค้าวรจักรเคยคิดที่จะรวมตัวกันและทำอย่างนั้นหรือไม่ ต้องบอกว่าเป็นไปได้ยาก เพราะการดำเนินธุรกิจในขณะนี้ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร   ลูกค้าต่างรู้จักและรู้แหล่งอยู่แล้วว่าต้องหาซื้อสินค้าได้ที่ไหน ร้านไหน ถ้าจะให้รวมตัวกันทำโครงการอย่างที่คิดคงเป็นไปไม่ได้

ผมคิดว่าเราคงจะเห็นแหล่งค้าอะไหล่วรจักรนี้ไปอีกนาน เพราะเป็นความเคยชินของทั้งผู้ค้าและลูกค้าเองอยู่แล้ว แม้ว่าหลายคนอาจจะมองว่าสถานที่ค่อนข้างที่จะเก่าดูแล้วเกะกะถนนหนทาง เนื่องจากบางจุดเป็นการทำธุรกิจบนฟุตบาท แต่ก็อย่างที่บอกว่ามันเป็นอย่างนี้มานานแล้ว การจะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างคงจะยาก และบางร้านค้าเองก็ยังคงมีแนวคิดเดิมๆ ยังเป็นคนรุ่นเก่าที่บริหารงานอยู่ การจะไปเปลี่ยนความคิดของเค้าคงเป็นไปได้ยากมาก และอีกอย่างหนึ่งร้านค้าอะไหล่ต่างๆที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของวรจักรไปแล้ว

ทั้งหมดเป็นคำบอกเล่าของคนในพื้นที่ ซึ่งแม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีจะทันสมัยแค่ไหน หรือยนตรกรรมต่างพัฒนา ก้าวล้ำอนาคตเพียงใด แต่ถนนสายนี้ก็ยังคงปรับตัวและยืนหยัดจากรุ่นสู่รุ่น มาได้จนถึงทุกวันนี้

สมโภชน์ ชินะกานนท์ และ สหะสินไทยยนต์ ก็จะทำหน้าที่ของเขาต่อไปควบคู่กับ ‘วรจักร เส้นทางค้าอะไหล่ที่ซื้อได้-ขายได้แต่ตายยาก’


กำลังโหลดความคิดเห็น...