หากจะมองถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ปัจจุบันมีการพัฒนาก้าวไกลไปถึงขึ้นจะเป็น “ดีทรอยซ์ของเอเชีย”ไปแล้ว แต่ถ้าย้อนหลังกลับมามองการบุกเบิกธุรกิจการค้าและการผลิตรถยนต์ในอดีตที่เริ่มจาก กลุ่มคนเล็กๆที่ต้องการทำธุรกิจด้านค้ารถยนต์ ที่ทุ่มเททั้งกายใจ และสมองที่มีมุมมองที่กว้างไกล ทำให้จากธุรกิจค้ารถยนต์เพียงเล็กๆ เติบโตขึ้นจนเป็นธุรกิจขนาดใหญ่จนเป็นที่มาของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ที่ปัจจุบันนับเป็นอุตสาหกรรมหลักที่สำคัญของประเทศอีกแขนงหนึ่ง
บริษัทรถยนต์เกือบทุกบริษัทในประเทศไทยขณะนี้ มีจุดกำเนิดจากการเริ่มค้ารถยนต์ในธุรกิจเล็กๆ และขยายตัวจนได้รับการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อต่างๆแทบทั้งสิ้น โดยจะเป็นธุรกิจในครอบครัวที่ค่อยๆขยายวงกว้างออกจนเป็นระดับตระกูล ซึ่งหากเอ่ยนามสกุลของผู้ถือหุ้นในบริษัทรถยนต์ต่างๆนั้นคงเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงสังคม และหากจะกล่าวถึงตระกูล “พรประภา” หลายท่านที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์คงจะรู้จักกันดี ว่าเป็นเจ้าของอาณาจักร “สยามกลการ” บริษัทที่อยู่ในแวดวงธุรกิจการค้ารถยนต์มากว่า 53 ปี
สยามกลการนับเป็นอีกหนึ่ง กลุ่มบริษัทที่มีประวัติการก่อสร้างที่ยาวนานและน่าสนใจ ว่ากว่าจะมาถึง ณ วันนี้ จุดกำเนิดของสยามกลการ บริษัทที่ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงอีกบริษัทหนึ่งที่เติบโตมาจากธุรกิจการค้ารถยนต์เก่าที่มีมูลค่าในธุรกิจแค่หลักพันหรือหลักหมื่น จนมาถึงทุกวันนี้ที่สามารถก้าวเข้าสู่ระดับสากลที่มีมูลค่าธุรกิจนับหมื่นล้านบาท ด้วยหัวเรือหลักในอดีตที่วางรากฐานของสยามกลการไว้ให้ลูกหลานได้สานต่อจนถึงปัจจุบัน ด้วยฝีมือและสมองที่ชาญฉลาด ของปูชนียบุคคลอีกท่านหนึ่งในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ ดร.ถาวร พรประภา
ย้อนกลับไปในในวัยเด็กของ ดร.ถาวร พรประภา เด็กชายชื้อสายจีนที่ได้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยวัยเพียง 10 ขวบเริ่มการทำธุรกิจด้วยการเป็นเสมียน ทำบัญชี เก็บเงินให้กับธุรกิจของพ่อในร้าน “ตั้งท่งฮวด” ที่ทำธุรกิจค้าขายเครื่องจักรอะไหล่เก่า โรงสีเก่า ถอดเป็นชิ้นขายอยู่แถวย่านเชียงกง จนอายุ 15 ปีได้ไว้วางใจให้ดูแลกิจการซึ่งนับเป็นการเริ่มทำธุรกิจการค้าอย่างจริงจัง โดยการเป็นผู้ออกตะเวนหาซื้อของเก่าด้วยตนเอง ทำให้รู้จักมักคุ้นกับเจ้านายผู้ใหญ่ทางฝ่ายไทยและฝ่ายจีนในเวลานั้น เมื่อเริ่มโตขึ้นอายุ 20 ปี ได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นกับเพื่อนทำให้เกิดแนวคิดที่จะนำสินค้าใหม่เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย จึงเลหลังโละของเก่าในร้าน นำสินค้าใหม่จากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาจำหน่าย คือ ตลับลูกปืน สายพาน เครื่องเจาะรวมถึงการนำเข้าเหล็กเข้ามาจำหน่ายเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งทำให้เป็นที่รู้จักในวงการค้าและธุรกิจก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ
ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ดร.ถาวรได้ขยายประเภทธุรกิจสู่การค้ารถยนต์เก่า โดยเหมาซื้อรถเก่าของสหประชาชาติเป็นรถจี๊ปที่ใช้งานในสงครามโลกจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย
ต่อมาในปี 2495 ดร.ถาวรจึงได้แยกตัวออกมาจากธุรกิจของพ่อจัดตั้งบริษัทขึ้นเอง โดยใช้ชื่อว่า “บริษัท สยามกลการ จำกัด” ตั้งอยู่ตรงข้ามสนากีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน โดยปลูกเป็นตึกเพียง5 ชั้น มีพนักงานแค่ 20 คน ดำเนินธุรกิจทั้งค้าของเก่า นำเข้าของใหม่มาจำหน่ายรวมถึงการขายรถสหประชาชาติที่เคยทำอยู่ก่อนหน้านั้น
ต่อมาคณะทูตทางการค้าของญี่ปุ่นได้เดินทางมาประเทศไทย ดร.ถาวรจึงได้ขอเจรจาเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์นิสสันเพียงผู้เดียวในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นการก่อกำเนิดธุรกิจของตระกูลพรประภากับการค้ารถยนต์นิสสันอย่างเป็นทางการ ด้วยการสั่งรถบรรทุกนิสสันเข้ามาขายในช่วงแรก 60 คัน แม้ว่าในช่วงระยะเวลา 7 ปี แรกการดำเนินธุรกิจของนิสสันในไทยโดยสยามกลการจะประสบปัญหาและขาดทุนมาโดยตลอด แต่ดร.ถาวรก็ยังคงสู้ต่อและคิดว่ารถยนต์ของนิสสันจะได้รับการตอบรับที่ดีจากคนไทย จึงตัดสินใจเดินทางไปพบกับ มร. คาวามาต้า ประธานบริษัท นิสสัน มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่นในสมัยนั้น ขอความช่วยเหลือและร่วมวางนโยบายการค้าใหม่ ด้วยการให้ลูกค้าเช่าซื้อระยะยาวและเปิดเครดิดให้มาก พร้อมทั้งตั้งอู่ซ่อมรถและขายอะไหล่นิสสันให้เพียงพอกับความต้องการ ซึ่งก็ทำให้ การดำเนินธุรกิจของสยามกลการดีขึ้นเป็นลำดับ
ดร.ถาวรยังคงมุ่งมั่นที่จะทำให้รถยนต์นิสสันประสบความสำเร็จในประเทศไทยให้ได้ และเล็งเห็นว่าหากสามารถผลิตรถนิสสันในประเทศไทยเองได้การทำธุรกิจน่าจะดีขึ้นกว่าเดิม จึงได้มีการเจรจากับทางบริษัท นิสสัน มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่นที่จะขอตั้งโรงงานประกอบรถยนต์นิสสันในประเทศไทย ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากทางนิสสัน มอเตอร์อย่างดี จนได้เปิดโรงงานประกอบรถยนต์นิสสันแห่งแรกที่ ซอยศรีจันทร์ สุขุมวิท 67 ภายใต้ชื่อ “บริษัท สยามกลการและนิสสัน จำกัด ที่มีกำลังการผลิตรถยนต์นิสสันได้วันละ 4 คัน หรือ 120 คันต่อเดือนในปี 2503 ส่งผลให้ตลาดรถยนต์นิสสันในไทยขยายวงกว้างมากขึ้น จนต้องเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 650 คันต่อเดือนในปี 2514 (ติดตามตอนที่ 2)


