หากเอ่ยชื่อนางเอกดาวรุ่งพุ่งแรงของวิก 7 สี ตอนนี้คงต้องมีชื่อของ “แตงโม – ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์” อยู่ด้วยเป็นแน่ ยิ่งช่วงนี้มีข่าวมาว่ากำลังเทียบรัศมีนางเอกสุดเซ็กซี่ 3 ปีซ้อน อย่าง อั้ม – พัชราภา ไชยเชื้อ ด้วยแล้ว ทำให้ชื่อของเธอดังเป็นพลุแตก แถมตอนนี้เรื่องรักๆของเธอกับนักร้องหนุ่มก็เป็นที่สนใจของคนทั่วประเทศ แต่เมื่อ “ผู้จัดการ มอเตอร์ริ่ง” ได้เจอหน้าน้องแตงโมในการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของรถจักรยานยนต์ฮอนด้านั้น ต้องบอกว่าเธอยังดูสดใสและน่ารักเหมือนเคย

“กับข่าวต่างๆที่เกิดขึ้นแตงโมก็พยายามไม่คิดมากค่ะ ยิ่งข่าวว่าโมเทียบชั้นกับพี่อั้มนั้นโมไม่เคยคิดเลย เพราะตัวเองก็ไมได้เซ็กซี่อะไรมากมาย ก็คือถ้าไปถ่ายปกหนังสือคอนเซปต์หนังสือเขาบังคับเราเขาให้แต่งหน้าอย่างนี้แต่งตัวอย่างนี้แล้วโพสท่าแบบนี้ก็ต้องตามคอนเซปต์ของเขา แต่ถ้าโมออกมาข้างนอกก็นิสัยเหมือนกับเด็กผู้ชายเลยค่ะ”
แต่วันนี้เราจะมาคุยกับแตงโมในเรื่องของรถยนต์กันบ้าง โมบอกว่าเธอหัดขับรถตั้งแต่อายุได้ 17 ปี โดยรถคันแรกที่ขับก็คือมาสด้า รุ่นโคโนส ซึ่งเป็นรถของที่บ้าน โมบอกว่าคันนี้ชอบที่รูปทรงเพราะตอนนั้นคิดว่ารุ่นนี้สวยมาก บางครั้งเธอก็แอบขับไปโรงเรียนด้วย นอกจากคันนี้โมบอกว่าก็จะมี เมอร์เซเดส-เบนซ์ อีกคันซึ่งเป็นรถของคุณพ่อและสลับกันใช้กับคันนี้ แต่หลังจากเข้าวงการมาโมจึงเปลี่ยนรถคันใหม่สไตล์วัยรุ่นอย่าง ฮอนด้า แจ๊ซ
"ตอนนี้โมใช้รถฮอนด้า แจ๊ซ สีขาวค่ะ เพิ่งซื้อมาได้ประมาณ 6 เดือนเอง เหตุผลที่เลือกคันนี้เพราะว่ามันราคาไม่แพงมาก เหมาะสำหรับขับในเมือง แล้วอีกอย่างคือมันคล่องตัวดีค่ะก่อนหน้านี้โมเคยไปถ่ายละครแล้วได้ขับรถคันนี้ก็รู้สึกว่ามันน่าใช้ก็เลยซื้อ สำหรับเรื่องสีรถโมไม่ค่อยให้ความสำคัญมากเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ชอบรถสีดำแต่ถ้าเป็นแจ๊ซแล้วสีขาวสวยที่สุดในสายตาโม อย่างโมถ้าจะเลือกซื้อรถสักคันก็ต้องเลือกความถูกใจก่อนเป็นอันดับหนึ่งถ้ารถนี้ดีมาก ๆแต่ยังไม่ถูกใจเราก็ยังไม่ซื้อก็ต้องเอามาบวกกันอย่างละครึ่งทั้งคุณภาพดีและที่ใจเราชอบด้วยเอามาบวกกันอย่างไหนชนะใจเราก็เลือกอย่างนั้น"

เห็นเป็นนักแสดงแบบนี้แต่สาวโมบอกว่าเธอเป็นคนที่ขี้อายเหมือนกันในบางเรื่อง อย่างการดูแลรถเพราะเวลาไปล้างรถก็ยังต้องให้เพื่อนไปบอกที่ร้านเพราะไม่กล้าบอกเอง นอกจากนี้ก็ยังเป็นคนขี้เหงาไม่ชอบนั่งรถคนเดียว จึงมีคุณพ่อเป็นเพื่อนร่วมทางตลอด นอกจากนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้ในรถของสาวโมนั้นเธอบอกว่าคือ "กระจก" เพราะเธอเป็นคนชอบส่องกระจกแล้วบางครั้งก็แต่งหน้าในรถไปด้วย ขนาดฝั่งที่นั่งข้างคนขับไม่มีกระจกสาวโมเธอก็ยังหามาติดไว้
นอกจากฮอนด้า คันนี้แล้วโมบอกว่าเธอมีรถในฝันเป็นรถหรูสัญชาติเยอรมัน อย่างบีเอ็มดับเบิลยู "โมชอบรถบีเอ็มดับเบิลยูมากเลยค่ะ ชอบทุกรุ่นเลยเพราะมันมีเอกลักษณ์ในตัวของมันเอง แต่ด้วยความที่ราคามันแพงมาก อะไหล่ก็แพง เลยเลือกฮอนด้าดีกว่าราคาไม่แพงมาก แล้วใช้สะดวกในเมือง แต่โมคิดว่ารถยุโรปกับรถญี่ปุ่นแตกต่างกันนะคะ จะให้บอกว่าอะไรดีกว่าก็คงไม่ได้แล้วแต่ตัวบุคคลมากกว่าโมเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องสมรรถนะมากนัก เอาเป็นว่าดีกันคนละอย่างแล้วกันคะ"
โมบอกว่าตัวเองขับรถเร็วมาก ตัดสินใจเร็วจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุ จึงอยากให้ทุกคนขับรถด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้หญิงบางคนที่ตัดสินใจช้า แต่สำหรับเธอมองว่าเป็นข้อดีที่ผู้หญิงขับรถช้าใจเย็นไม่ใจร้อนเหมือนผู้ชายก็จะทำให้เกิดอุบัติเหตุน้อยลง โมบอกว่าคนไทยส่วนมากเวลาขับรถยังมีความใจร้อนกันอยู่ค่อนข้างเยอะต่างคนต่างรีบ ก็คิดว่าควรจะใจเย็นลงบ้าง และอยากฝากถึงผู้หญิงที่ขับรถคนเดียวให้ดูแลตัวเองด้วย
"รถโมก็มีระบบเซฟตี้อยู่แล้วพอออกตัวรถก็จะล็อคคือเป็นข้อดีมาก ก็แค่นี้แหละค่ะเวลาใครโบกใครเรียกกลางทางโมยังไม่เคยจอดเลยเพราะโมเคยเจออยู่ครั้งหนึ่งตอนกลางวันคือไม่ซื้อพวงมาลัยเขาก็เตะรถโมเลยก็ไม่จอดดีกว่ากลัวอันตราย"

สำหรับราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นลงอยู่ตลอดเวลานั้น โมบอกว่าเธอมีวิธีประหยัดน้ำมันของตัวเอง แต่ทั้งนี้ก็อยากให้ทางรัฐบาลช่วยรนณรงค์และขยายเส้นทางเดินรถให้มากขึ้น
"รถแจ๊ซประหยัดน้ำมันในตัวอยู่แล้วค่ะ เป็นข้อดีอย่างมาก ถังหนึ่งประมาณ 720 บาท แต่ตอนนี้เพิ่มมาอีกนิดประมาณ 800 บาท ขับได้เป็นอาทิตย์เลย ด้วยความที่โมเองก็ขับรถใกล้ ๆ ไปไกลก็ไม่ค่อยรู้ทางมาก นอกจากนี้แล้วอยากให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหารถติดโดยเพิ่มทางรถเมล์หรือรถไฟฟ้า แต่สำหรับตอนนี้ก็ดีอยู่แล้วการสร้างโน่นสร้างนี่เพิ่มเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุก็ช่วยได้ส่วนหนึ่ง แต่ต้นเหตุคือรถในประเทศมันเยอะอยู่แล้ว ถ้าบางคนที่ทำงานใกล้ ๆ สามารถนั่งรถไฟฟ้าไปได้ก็น่าจะทำค่ะ"
ในฐานะที่โมเป็นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของฮอนด้า เธอบอกว่าสำหรับมอเตอร์ไซค์เมื่อก่อนอาจจะมีรุ่นใหม่ๆออกมาไม่มากเท่าใด เมื่อเทียบกับปัจจุบันเป็นตลาดที่คึกคักมากแข่งกันออกรุ่นใหม่ๆสีสันสวยงามแล้วก็มีหลาย ๆ แบบให้เลือกมากขึ้นซึ่งทั้งต่างจังหวัดแล้วก็ในกรุงเทพฯก็นิยมใช้มอเตอร์ไซค์กันมากขึ้น ด้วยความที่เป็นรถสะดวกใช้
เอาเป็นว่าใครที่คิดถึงผลงานของสาวคนนี้ก็เตรียมรอกันเลย เพราะโมบอกว่าเธอกำลังมีผลงานที่ถ่ายทำอยู่อีก 3 เรื่องไม่ได้หนีหน้าแฟนละครไปไหนแน่นอน
“กับข่าวต่างๆที่เกิดขึ้นแตงโมก็พยายามไม่คิดมากค่ะ ยิ่งข่าวว่าโมเทียบชั้นกับพี่อั้มนั้นโมไม่เคยคิดเลย เพราะตัวเองก็ไมได้เซ็กซี่อะไรมากมาย ก็คือถ้าไปถ่ายปกหนังสือคอนเซปต์หนังสือเขาบังคับเราเขาให้แต่งหน้าอย่างนี้แต่งตัวอย่างนี้แล้วโพสท่าแบบนี้ก็ต้องตามคอนเซปต์ของเขา แต่ถ้าโมออกมาข้างนอกก็นิสัยเหมือนกับเด็กผู้ชายเลยค่ะ”
แต่วันนี้เราจะมาคุยกับแตงโมในเรื่องของรถยนต์กันบ้าง โมบอกว่าเธอหัดขับรถตั้งแต่อายุได้ 17 ปี โดยรถคันแรกที่ขับก็คือมาสด้า รุ่นโคโนส ซึ่งเป็นรถของที่บ้าน โมบอกว่าคันนี้ชอบที่รูปทรงเพราะตอนนั้นคิดว่ารุ่นนี้สวยมาก บางครั้งเธอก็แอบขับไปโรงเรียนด้วย นอกจากคันนี้โมบอกว่าก็จะมี เมอร์เซเดส-เบนซ์ อีกคันซึ่งเป็นรถของคุณพ่อและสลับกันใช้กับคันนี้ แต่หลังจากเข้าวงการมาโมจึงเปลี่ยนรถคันใหม่สไตล์วัยรุ่นอย่าง ฮอนด้า แจ๊ซ
"ตอนนี้โมใช้รถฮอนด้า แจ๊ซ สีขาวค่ะ เพิ่งซื้อมาได้ประมาณ 6 เดือนเอง เหตุผลที่เลือกคันนี้เพราะว่ามันราคาไม่แพงมาก เหมาะสำหรับขับในเมือง แล้วอีกอย่างคือมันคล่องตัวดีค่ะก่อนหน้านี้โมเคยไปถ่ายละครแล้วได้ขับรถคันนี้ก็รู้สึกว่ามันน่าใช้ก็เลยซื้อ สำหรับเรื่องสีรถโมไม่ค่อยให้ความสำคัญมากเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ชอบรถสีดำแต่ถ้าเป็นแจ๊ซแล้วสีขาวสวยที่สุดในสายตาโม อย่างโมถ้าจะเลือกซื้อรถสักคันก็ต้องเลือกความถูกใจก่อนเป็นอันดับหนึ่งถ้ารถนี้ดีมาก ๆแต่ยังไม่ถูกใจเราก็ยังไม่ซื้อก็ต้องเอามาบวกกันอย่างละครึ่งทั้งคุณภาพดีและที่ใจเราชอบด้วยเอามาบวกกันอย่างไหนชนะใจเราก็เลือกอย่างนั้น"
เห็นเป็นนักแสดงแบบนี้แต่สาวโมบอกว่าเธอเป็นคนที่ขี้อายเหมือนกันในบางเรื่อง อย่างการดูแลรถเพราะเวลาไปล้างรถก็ยังต้องให้เพื่อนไปบอกที่ร้านเพราะไม่กล้าบอกเอง นอกจากนี้ก็ยังเป็นคนขี้เหงาไม่ชอบนั่งรถคนเดียว จึงมีคุณพ่อเป็นเพื่อนร่วมทางตลอด นอกจากนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้ในรถของสาวโมนั้นเธอบอกว่าคือ "กระจก" เพราะเธอเป็นคนชอบส่องกระจกแล้วบางครั้งก็แต่งหน้าในรถไปด้วย ขนาดฝั่งที่นั่งข้างคนขับไม่มีกระจกสาวโมเธอก็ยังหามาติดไว้
นอกจากฮอนด้า คันนี้แล้วโมบอกว่าเธอมีรถในฝันเป็นรถหรูสัญชาติเยอรมัน อย่างบีเอ็มดับเบิลยู "โมชอบรถบีเอ็มดับเบิลยูมากเลยค่ะ ชอบทุกรุ่นเลยเพราะมันมีเอกลักษณ์ในตัวของมันเอง แต่ด้วยความที่ราคามันแพงมาก อะไหล่ก็แพง เลยเลือกฮอนด้าดีกว่าราคาไม่แพงมาก แล้วใช้สะดวกในเมือง แต่โมคิดว่ารถยุโรปกับรถญี่ปุ่นแตกต่างกันนะคะ จะให้บอกว่าอะไรดีกว่าก็คงไม่ได้แล้วแต่ตัวบุคคลมากกว่าโมเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องสมรรถนะมากนัก เอาเป็นว่าดีกันคนละอย่างแล้วกันคะ"
โมบอกว่าตัวเองขับรถเร็วมาก ตัดสินใจเร็วจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุ จึงอยากให้ทุกคนขับรถด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้หญิงบางคนที่ตัดสินใจช้า แต่สำหรับเธอมองว่าเป็นข้อดีที่ผู้หญิงขับรถช้าใจเย็นไม่ใจร้อนเหมือนผู้ชายก็จะทำให้เกิดอุบัติเหตุน้อยลง โมบอกว่าคนไทยส่วนมากเวลาขับรถยังมีความใจร้อนกันอยู่ค่อนข้างเยอะต่างคนต่างรีบ ก็คิดว่าควรจะใจเย็นลงบ้าง และอยากฝากถึงผู้หญิงที่ขับรถคนเดียวให้ดูแลตัวเองด้วย
"รถโมก็มีระบบเซฟตี้อยู่แล้วพอออกตัวรถก็จะล็อคคือเป็นข้อดีมาก ก็แค่นี้แหละค่ะเวลาใครโบกใครเรียกกลางทางโมยังไม่เคยจอดเลยเพราะโมเคยเจออยู่ครั้งหนึ่งตอนกลางวันคือไม่ซื้อพวงมาลัยเขาก็เตะรถโมเลยก็ไม่จอดดีกว่ากลัวอันตราย"
สำหรับราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นลงอยู่ตลอดเวลานั้น โมบอกว่าเธอมีวิธีประหยัดน้ำมันของตัวเอง แต่ทั้งนี้ก็อยากให้ทางรัฐบาลช่วยรนณรงค์และขยายเส้นทางเดินรถให้มากขึ้น
"รถแจ๊ซประหยัดน้ำมันในตัวอยู่แล้วค่ะ เป็นข้อดีอย่างมาก ถังหนึ่งประมาณ 720 บาท แต่ตอนนี้เพิ่มมาอีกนิดประมาณ 800 บาท ขับได้เป็นอาทิตย์เลย ด้วยความที่โมเองก็ขับรถใกล้ ๆ ไปไกลก็ไม่ค่อยรู้ทางมาก นอกจากนี้แล้วอยากให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหารถติดโดยเพิ่มทางรถเมล์หรือรถไฟฟ้า แต่สำหรับตอนนี้ก็ดีอยู่แล้วการสร้างโน่นสร้างนี่เพิ่มเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุก็ช่วยได้ส่วนหนึ่ง แต่ต้นเหตุคือรถในประเทศมันเยอะอยู่แล้ว ถ้าบางคนที่ทำงานใกล้ ๆ สามารถนั่งรถไฟฟ้าไปได้ก็น่าจะทำค่ะ"
ในฐานะที่โมเป็นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของฮอนด้า เธอบอกว่าสำหรับมอเตอร์ไซค์เมื่อก่อนอาจจะมีรุ่นใหม่ๆออกมาไม่มากเท่าใด เมื่อเทียบกับปัจจุบันเป็นตลาดที่คึกคักมากแข่งกันออกรุ่นใหม่ๆสีสันสวยงามแล้วก็มีหลาย ๆ แบบให้เลือกมากขึ้นซึ่งทั้งต่างจังหวัดแล้วก็ในกรุงเทพฯก็นิยมใช้มอเตอร์ไซค์กันมากขึ้น ด้วยความที่เป็นรถสะดวกใช้
เอาเป็นว่าใครที่คิดถึงผลงานของสาวคนนี้ก็เตรียมรอกันเลย เพราะโมบอกว่าเธอกำลังมีผลงานที่ถ่ายทำอยู่อีก 3 เรื่องไม่ได้หนีหน้าแฟนละครไปไหนแน่นอน


