“รถคันนี้แอ้มรักมาก เหมือนเป็นตัวแทนของคุณพ่อไปไหนมาไหนก็คือรถคันนี้ตลอด จะว่าไปแล้วก็กลายเป็นบ้านหลังที่สองเพราะเราสามารถนอนในรถ เปลี่ยนเสื้อผ้า กินอาหาร ใครจะว่าแอ้มขับรถเก่าก็ไม่สนใจเพราะคันนี้ทนมากรถรุ่นใหม่ๆบางคันเทียบไม่ได้เลย”
แอ้ม - ศิรประภา สุขดำรงค์ บอกกับ “ผู้จัดการ มอเตอร์ริ่ง” ถึงความภูมิใจต่อรถจากัวร์ Sovereign ซึ่งเป็นสมบัติของคุณพ่อ ที่เธอขับมาได้ 5 ปีแล้ว แอ้มบอกว่ารถคันนี้ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร ถึงแม้จะเป็นรถที่คันใหญ่

“ก็เริ่มจะมีปัญหาในปีนี้เองค่ะ เพราะมันอายุมากแล้วใช้มานานตั้งแต่รุ่นคุณพ่อรวมแล้วก็ประมาณ 10 ปี แรก ๆ นิ่มแบบดีมากเงียบมาก เพิ่งจะมีปัญหาหลัง ๆ พวกเสื่อมสภาพบางตัวพวกประเก็น หม้อน้ำก็เปลี่ยนบ้างแต่โดยรวมแล้วก็เป็นรถที่สภาพดี แข็งแรงมากและปลอดภัยมาก ก็เคยโดนชนเหมือนกันแต่ไม่เป็นอะไรบุบนิดเดียวถ้าเป็นรถญี่ปุ่นก็คงแย่เหมือนกันเพราะชนแรง แต่ข้อเสียคือกินน้ำมัน ซึ่งแอ้มก็ไม่ได้ขับไปไกลมากก็ขับจากบ้านไปอาร์เอส ไปสปาไปถ่ายละครแต่ถ้าไปต่างจังหวัดก็จะไปรถกองอยู่แล้ว โดยส่วนตัวก็ขับไม่เร็วมาก ประมาณ 80-90”
แอ้มบอกว่าเธอเริ่มขับรถมาได้ตั้งแต่ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยปีที่ 2 แต่เริ่มมาจริงจังตอนอายุได้ 20 เพราะคุณพ่อไม่ขับมาส่งแล้ว ต้องขับรถไปเรียนเอง โดยรถคันแรกที่หัดขับก็คือบีเอ็มดับเบิลยู ถามถึงผลงานตอนนี้แอ้มบอกว่ายังไม่มีละครเพราะให้เวลาไปกับธุรกิจสปาที่มีถึง 2 ร้านด้วยกัน
“ร้านแรกชื่อ อโรมา อรามาดา อยู่พหลโยธิน 24 เปิดมาได้เกือบ 3 ปีแล้ว ส่วนอีกร้านคือบอดี้รีแลกซ์อยู่สุขุมวิท 20 เพิ่งเปิดได้ประมาณ 6 เดือน ที่ใช้คนละชื่อเพราะว่าที่บอดี้รีแลกซ์จะเป็นนวดเพื่อสุขภาพ แต่ที่อโรมา อรามาดาจะเป็นนวดเพื่อความงาม อยากสวย อยากขาว อยากใส อยากผอม อยากอึ๋ม อะไรที่เกี่ยวกับรูปรางรูปร่างหน้าตาก็มาอรามาดา ถ้าอยากสุขภาพผ่อนคลาย คลายเส้นคลายเครียดก็ไปบอดี้รีแล็กซ์ค่ะ
กิจการก็ไปได้เรื่อยๆ แต่ช่วงนี้ลูกค้าอาจจะน้อยลงไปเพราะเป็นช่วงหน้าฝน ลูกค้าอาจจะไม่อยากออกจากบ้านช่วงนี้ แต่ช่วงที่ดีที่สุดคือตอนหน้าร้อน เพราะด้วยอากาศที่ทำให้คนอยากมาพักผ่อน”

ย้อนมาถึงเรื่อรถกันอีกครั้ง แอ้มบอกว่าถึงแม้ว่าจากัวร์คันนี้จะเป็นรถเก่าแต่ก็ดูแลไม่ยากเพราะมีช่างประจำที่มาดูแลให้ถึงบ้าน
“ถ้าดูแลเป็นพิเศษ ก็จะให้ช่างดูแลเป็นประจำแต่โดยส่วนตัวกำลังศึกษาอยู่ก็อ่านหนังสืออยู่แบบเติมน้ำอย่างไร ก็อ่านหนังสือรถบ้าง เพราะเจอปัญหาหม้อนำแห้งประจำ แต่ก็มีน้องชายช่วยเติมน้ำให้บ้าง ถ้ารถเริ่มสะอึกก็จะมีช่างจากัวร์ประจำมารับรถถึงบ้านค่ะ”
นอกจากจากัวร์ แอ้มมีรถในฝันที่ชอบมาก รถในฝันที่ชอบมากก็จะเป็นรถเอสยูวีอย่างเล็กซัส เพราะประทับใจที่ ดีไซน์ และสมรรถนะ บวกกับสีรถซึ่งแอ้มบอกว่าต้องเป็นสีขาวเท่านั้น นอกจากนี้ถ้าซื้อมาจริงๆก็คงพาครอบครัวไปเที่ยว
“ถ้าแอ้มจะเลือกรถสักคันก็จะเลือกแบบที่เหมาะสมกับตัวเองและเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก แต่เรื่องราคาก็สำคัญเพราะถ้าแพงมากก็สู้ไม่ไหว เรื่องสมรรถนะก็ไม่เน้นมากเพราะเราเป็นผู้หญิง แต่ว่าคงไม่เลือกรถ”
ในยุคน้ำมันแพงแอ้มบอกว่าวิธีมีวิธีประหยัดมากมายเพราะว่ารถของเธอนั้นกินน้ำมันมากทีเดียว อย่างการศึกษาเส้นทางก่อนออกจากบ้าน หรือใช้เส้นทางลัด นอกจากนี้ก็พาเพื่อนไปด้วยหลายๆคนหากไปทางเดียวกัน นอกจากนี้แอ้มบอกว่าจะพยายามขับรถไม่เกิน 90 กม./ชม.

แอ้มบอกว่าทุกวันนี้คนไทยมีน้ำใจกันน้อยลง โดยเฉพาะบนท้องถนนที่ใจร้อนกันมาก ต่างคนต่างก็รีบไป บางครั้งขับมาผิดเลนแล้วจะมาขอทางก็น่าเกลียด ถ้ามีเวลาก็อยากให้ออกจากบ้านกันเร็วขึ้นจะได้ไม่ค้องมารีบและขับแซงกันแบบนี้ นอกจากนี้ก็อยากให้ทำตามกฎจราจรมากกว่านี้ปัญหารถติดจะน้อยลง นอกจากนี้แอ้มบอกว่าผู้หญิงสมัยนี้ขับรถเก่งและมีความมั่นใจขึ้นมาก ต่างจากสมัยก่อนนี้ จึงอยากให้พวกผู้ชายมองในมุมใหม่ๆบ้าง
"ส่วนเรื่องที่มีผู้ชายชอบว่าผู้หญิงขับรถไม่ได้เรื่อง สำหรับแอ้มไม่เคยโดนใครว่าแบบนี้ ความจริงผู้ชายขับรถไม่ดีก็มีเหมือนกันเวลาเมาและผู้หญิงสมัยนี้เก่งกว่าผู้ชายก็เยอะก็มีบ้างที่ผู้หญิงขับรถงี่เง่าแต่แอ้มคิดว่าก็เป็นทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนั้น เคยได้ยินหลายคนชอบใช้คำนี้บ่อย ๆ แอ้มเองก็เห็นด้วยนะกับการขับรถของผู้หญิงบางคนที่ไม่ได้เรื่องจริง ๆ แต่แอ้มคิดว่าไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายขับรถถ้าไม่เคารพกฏกติกาแล้ว ก็ไม่ได้เรื่องทั้งนั้นแหละ ถ้าอยู่บนท้องถนนก็ควรรักษากฎกติกาให้ถูกต้อง"
สุดท้ายแอ้มบอกว่าผู้หญิงสมัยนี้ขับรถกันมากขึ้นก็อยากให้ดูแลตัวเองด้วย เพราะผู้ร้ายมีเข้ามาหลายรูปแบบ ยิ่งผู้หญิงขับรถตอนดึกๆไปคนเดียวก็จะตกเป็นเหยื่อได้ง่าย ส่วนตัวเธอเองก็จะดูแลตัวเองโดยการล็อกรถทุกครั้ง และจะมีไม้เบสบอลไว้ท้ายรถเผื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน ที่สำคัญหากเกิดเหตุการณ์อะไรก็อย่าลงจากรถให้โทรหาคนที่ช่วยเหลือเราได้หรือโทรหาตำรวจจะดีกว่า
แอ้ม - ศิรประภา สุขดำรงค์ บอกกับ “ผู้จัดการ มอเตอร์ริ่ง” ถึงความภูมิใจต่อรถจากัวร์ Sovereign ซึ่งเป็นสมบัติของคุณพ่อ ที่เธอขับมาได้ 5 ปีแล้ว แอ้มบอกว่ารถคันนี้ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร ถึงแม้จะเป็นรถที่คันใหญ่
“ก็เริ่มจะมีปัญหาในปีนี้เองค่ะ เพราะมันอายุมากแล้วใช้มานานตั้งแต่รุ่นคุณพ่อรวมแล้วก็ประมาณ 10 ปี แรก ๆ นิ่มแบบดีมากเงียบมาก เพิ่งจะมีปัญหาหลัง ๆ พวกเสื่อมสภาพบางตัวพวกประเก็น หม้อน้ำก็เปลี่ยนบ้างแต่โดยรวมแล้วก็เป็นรถที่สภาพดี แข็งแรงมากและปลอดภัยมาก ก็เคยโดนชนเหมือนกันแต่ไม่เป็นอะไรบุบนิดเดียวถ้าเป็นรถญี่ปุ่นก็คงแย่เหมือนกันเพราะชนแรง แต่ข้อเสียคือกินน้ำมัน ซึ่งแอ้มก็ไม่ได้ขับไปไกลมากก็ขับจากบ้านไปอาร์เอส ไปสปาไปถ่ายละครแต่ถ้าไปต่างจังหวัดก็จะไปรถกองอยู่แล้ว โดยส่วนตัวก็ขับไม่เร็วมาก ประมาณ 80-90”
แอ้มบอกว่าเธอเริ่มขับรถมาได้ตั้งแต่ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยปีที่ 2 แต่เริ่มมาจริงจังตอนอายุได้ 20 เพราะคุณพ่อไม่ขับมาส่งแล้ว ต้องขับรถไปเรียนเอง โดยรถคันแรกที่หัดขับก็คือบีเอ็มดับเบิลยู ถามถึงผลงานตอนนี้แอ้มบอกว่ายังไม่มีละครเพราะให้เวลาไปกับธุรกิจสปาที่มีถึง 2 ร้านด้วยกัน
“ร้านแรกชื่อ อโรมา อรามาดา อยู่พหลโยธิน 24 เปิดมาได้เกือบ 3 ปีแล้ว ส่วนอีกร้านคือบอดี้รีแลกซ์อยู่สุขุมวิท 20 เพิ่งเปิดได้ประมาณ 6 เดือน ที่ใช้คนละชื่อเพราะว่าที่บอดี้รีแลกซ์จะเป็นนวดเพื่อสุขภาพ แต่ที่อโรมา อรามาดาจะเป็นนวดเพื่อความงาม อยากสวย อยากขาว อยากใส อยากผอม อยากอึ๋ม อะไรที่เกี่ยวกับรูปรางรูปร่างหน้าตาก็มาอรามาดา ถ้าอยากสุขภาพผ่อนคลาย คลายเส้นคลายเครียดก็ไปบอดี้รีแล็กซ์ค่ะ
กิจการก็ไปได้เรื่อยๆ แต่ช่วงนี้ลูกค้าอาจจะน้อยลงไปเพราะเป็นช่วงหน้าฝน ลูกค้าอาจจะไม่อยากออกจากบ้านช่วงนี้ แต่ช่วงที่ดีที่สุดคือตอนหน้าร้อน เพราะด้วยอากาศที่ทำให้คนอยากมาพักผ่อน”
ย้อนมาถึงเรื่อรถกันอีกครั้ง แอ้มบอกว่าถึงแม้ว่าจากัวร์คันนี้จะเป็นรถเก่าแต่ก็ดูแลไม่ยากเพราะมีช่างประจำที่มาดูแลให้ถึงบ้าน
“ถ้าดูแลเป็นพิเศษ ก็จะให้ช่างดูแลเป็นประจำแต่โดยส่วนตัวกำลังศึกษาอยู่ก็อ่านหนังสืออยู่แบบเติมน้ำอย่างไร ก็อ่านหนังสือรถบ้าง เพราะเจอปัญหาหม้อนำแห้งประจำ แต่ก็มีน้องชายช่วยเติมน้ำให้บ้าง ถ้ารถเริ่มสะอึกก็จะมีช่างจากัวร์ประจำมารับรถถึงบ้านค่ะ”
นอกจากจากัวร์ แอ้มมีรถในฝันที่ชอบมาก รถในฝันที่ชอบมากก็จะเป็นรถเอสยูวีอย่างเล็กซัส เพราะประทับใจที่ ดีไซน์ และสมรรถนะ บวกกับสีรถซึ่งแอ้มบอกว่าต้องเป็นสีขาวเท่านั้น นอกจากนี้ถ้าซื้อมาจริงๆก็คงพาครอบครัวไปเที่ยว
“ถ้าแอ้มจะเลือกรถสักคันก็จะเลือกแบบที่เหมาะสมกับตัวเองและเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก แต่เรื่องราคาก็สำคัญเพราะถ้าแพงมากก็สู้ไม่ไหว เรื่องสมรรถนะก็ไม่เน้นมากเพราะเราเป็นผู้หญิง แต่ว่าคงไม่เลือกรถ”
ในยุคน้ำมันแพงแอ้มบอกว่าวิธีมีวิธีประหยัดมากมายเพราะว่ารถของเธอนั้นกินน้ำมันมากทีเดียว อย่างการศึกษาเส้นทางก่อนออกจากบ้าน หรือใช้เส้นทางลัด นอกจากนี้ก็พาเพื่อนไปด้วยหลายๆคนหากไปทางเดียวกัน นอกจากนี้แอ้มบอกว่าจะพยายามขับรถไม่เกิน 90 กม./ชม.
แอ้มบอกว่าทุกวันนี้คนไทยมีน้ำใจกันน้อยลง โดยเฉพาะบนท้องถนนที่ใจร้อนกันมาก ต่างคนต่างก็รีบไป บางครั้งขับมาผิดเลนแล้วจะมาขอทางก็น่าเกลียด ถ้ามีเวลาก็อยากให้ออกจากบ้านกันเร็วขึ้นจะได้ไม่ค้องมารีบและขับแซงกันแบบนี้ นอกจากนี้ก็อยากให้ทำตามกฎจราจรมากกว่านี้ปัญหารถติดจะน้อยลง นอกจากนี้แอ้มบอกว่าผู้หญิงสมัยนี้ขับรถเก่งและมีความมั่นใจขึ้นมาก ต่างจากสมัยก่อนนี้ จึงอยากให้พวกผู้ชายมองในมุมใหม่ๆบ้าง
"ส่วนเรื่องที่มีผู้ชายชอบว่าผู้หญิงขับรถไม่ได้เรื่อง สำหรับแอ้มไม่เคยโดนใครว่าแบบนี้ ความจริงผู้ชายขับรถไม่ดีก็มีเหมือนกันเวลาเมาและผู้หญิงสมัยนี้เก่งกว่าผู้ชายก็เยอะก็มีบ้างที่ผู้หญิงขับรถงี่เง่าแต่แอ้มคิดว่าก็เป็นทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนั้น เคยได้ยินหลายคนชอบใช้คำนี้บ่อย ๆ แอ้มเองก็เห็นด้วยนะกับการขับรถของผู้หญิงบางคนที่ไม่ได้เรื่องจริง ๆ แต่แอ้มคิดว่าไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายขับรถถ้าไม่เคารพกฏกติกาแล้ว ก็ไม่ได้เรื่องทั้งนั้นแหละ ถ้าอยู่บนท้องถนนก็ควรรักษากฎกติกาให้ถูกต้อง"
สุดท้ายแอ้มบอกว่าผู้หญิงสมัยนี้ขับรถกันมากขึ้นก็อยากให้ดูแลตัวเองด้วย เพราะผู้ร้ายมีเข้ามาหลายรูปแบบ ยิ่งผู้หญิงขับรถตอนดึกๆไปคนเดียวก็จะตกเป็นเหยื่อได้ง่าย ส่วนตัวเธอเองก็จะดูแลตัวเองโดยการล็อกรถทุกครั้ง และจะมีไม้เบสบอลไว้ท้ายรถเผื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน ที่สำคัญหากเกิดเหตุการณ์อะไรก็อย่าลงจากรถให้โทรหาคนที่ช่วยเหลือเราได้หรือโทรหาตำรวจจะดีกว่า


