xs
xsm
sm
md
lg

เปลี่ยน “หัวหน้างาน” ให้เป็น “โค้ช” สมรรถนะผู้นำในองค์กรยุคใหม่ / ดร.สุวัฒน์ ทองธนากุล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเมื่อเร็วๆนี้ บนเวทีเสวนาเปิดตัวหนังสือ“เปลี่ยนหัวหน้างานให้เป็นโค้ชสร้างผู้นำรุ่นใหม่ในองค์กร “ ได้พูดถึงความสำคัญของทักษะ“การโค้ช”ที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีมากกว่า “การสั่ง”สำหรับหัวหน้างานแบบเก่าเพื่อให้เกิดผลงาน พร้อมความสบายใจ ได้พัฒนาทีมงานให้เก่งขึ้นและลดการกระจุกตัวของงานไว้ที่หัวหน้า

ดร.ดไนยา ตั้งอุทัยสุข(อ.หนิง) โค้ชผู้บริหาร ที่ได้คุณวุฒิรับรองมาตรฐานการโค้ชระดับสูงสุด หรือMCC จาก ICFผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ได้แชร์ความรู้และประสบการณ์จากการร่วมงานกับองค์กรต่างๆมากกว่า14 ปี ยืนยันว่าการโค้ชเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคนที่มีประสิทธิผล และเป็นทักษะสำคัญที่หัวหน้างานในบทบาทของโค้ชต้องมี ก็คือ

การฟัง - ฟังให้เข้าถึงความเป็นจริงของเขา

การถาม - ถามด้วยความคิดที่อยากเข้าใจ

การให้ฟีดแบค - เปรียบเสมือนการให้วิตามิน ไม่ใช่ยาขม ทำให้ผู้รับและผู้ให้ข้อมูล สามารถสนทนากันอย่างตรงไปตรงมาและเป็นกัลยาณมิตร

เท่ากับสร้างบรรยากาศของที่ทำงานให้สามารถพูดคุยแสดงความคิดเห็นได้อย่างปลอดภัย

ดังนั้นเพื่อความสำเร็จในสังคมธุรกิจยุคใหม่คุณจะเลือกจะเป็นผู้บริหารหรือผู้นำแบบไหน…

ผู้นำทั่วไป เพียงแค่สั่งงานได้

ผู้นำที่เก่ง สามารถนำทีมให้บรรลุเป้าหมายได้

ผู้นำที่เป็นโค้ช สามารถนำทีมบรรลุเป้าหมาย พร้อมกับสร้างผู้นำรุ่นใหม่ได้

อ.หนิง บอกว่าคุณจะได้เรียนรู้วิธีเปลี่ยนจากการ “ใช้คำสั่ง”มาเป็นการ “ใช้คำถาม” เปลี่ยน“การบอก”เป็น
“การฟัง” และเปลี่ยน “การตำหนิ”เป็น “การสะท้อน” ก็ทำให้ทีมงานเกิดแรงบันดาลใจอยากพัฒนาแนวคิดและวิธีทำงาน

เนื้อหาหนังสือเล่มนี้จัดแบ่งเป็น 3 ตอน

Part 1 เปลี่ยนวิธีคิดก่อนเริ่มโค้ช
เริ่มจากให้หัวหน้าเปลี่ยนวิธีคิดด้วยรากฐานการใช้คำถามแทนคำสั่ง เข้าใจการสร้างแรงจูงใจ และรู้จักการ “ฟังด้วยใจ”

Part 2 เครื่องมือ Coach สำหรับผู้นำ
ได้เครื่องมือสำหรับการโค้ช เช่นการใช้คำถามแบบโค้ช การให้ข้อมูลป้อนกลับ(Feedback) การพูดคุยแบบตัวต่อตัว (1on 1) พร้อมแบบฝึกฝนในการทำงานจริง

Part 3 ปลูกฝังสร้างเสริม “วัฒนธรรมการโค้ช”ในองค์กร
เริ่มสร้างรากฐานวัฒนธรรมการโค้ชด้วยการสร้างให้ “เทคนิคการโค้ช”อยู่ใน DNAของตัวผู้นำ โดยวางระบบการโค้ชไว้ในองค์กรและประเมินผลการโค้ช เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปด้วยกัน

นอกจากนี้เนื้อหาทั้ง 9 บทของหนังสือเล่มนี้ ที่ท้ายบทยังมีแบบฝึกหัดให้ผู้อ่านลองทำจริงได้เพราะการเปลี่ยนแปลงจะไม่เกิดขึ้นเพียงเพราะการอ่านแต่ต้องเกิดจากการลองใช้และเรียนรู้ไปพร้อมกันกับทีมงาน

ระหว่างที่ผมอยู่ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งนี้ ผมสังเกตว่ามีผู้ให้ความสนใจร่วมฟังและถามคำถามจากผู้ฟังระหว่างการเสวนาของอ.หนิงผู้เขียนหนังสือเล่มนี้บนเวที สะท้อนว่าคนให้ความสำคัญกับผลลัพธ์การบริหารทีมงานและการปรับตัวของหัวหน้าที่ต้องการทำงานให้ดี การสร้างทีมให้เก่งและที่สำคัญทุกคนอยากให้ทีมสร้างผลงานได้ตามเป้าหมาย

ผมก็เลยนึกถึง อ.เปี่ยมศักดิ์ คุณากรประทีป บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์เช็ก ผู้จัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้
ซึ่งได้เขียนคำนำท้าทายไว้ว่า

“ ถ้าทีมงานของคุณทำงานได้โดยไม่ต้องคอยให้สั่งทุกเรื่อง หรือต้องบอกทุกอย่าง เพราะพวกเขาคิดเอง ทำเอง
และผลักดันตัวเองไปข้างหน้าได้ คุณจะมีเวลาอีกมากในการนำไปใช้ความคิดสร้างสรรค์ ผลิตนวัตกรรมใหม่ๆมาพัฒนาองค์กรได้ “


นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อหัวหน้าเปลี่ยนเป็นโค้ช

หนังสือ “เปลี่ยนหัวหน้างานให้เป็นโค้ช” จึงเป็นคู่มือที่ผู้บริหารหรือหัวหน้าควรมีไว้ช่วยสร้างเสริมแนวคิดและวิธีพัฒนาทีมงานเพราะนอกจากแนะนำเทคนิคการโค้ช แบบบอกเล่าให้เข้าใจง่าย ในเล่มยังมีตัวอย่างประโยคคำถาม ประโยคคำพูด ที่หัวหน้าสามารถนำไปใช้ได้ทันที มีโมเดลการโค้ชและเคสตัวอย่างที่ให้เรียนรู้ได้ง่าย

รวมทั้งผู้ที่ซื้อหนังสือเล่มนี้สามารถดาวน์โหลด e-book ไปไว้ใช้สำหรับการฝึกฝนทักษะการโค้ชด้วย

ดังนั้นไม่รู้แล้วว่าการบริหารคนในยุคปัจจุบัน เมื่อ "คำสั่ง" ไม่เวิร์คอีกต่อไป...

ถึงเวลาเปลี่ยนเป็น "การโค้ช"เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

เพราะในยุคที่การทำงานเต็มไปด้วยความกดดัน การสั่งงานแบบเดิมอาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป
หลายครั้งที่หัวหน้าต้องแบกความเครียดไว้คนเดียว เพราะลูกน้องไม่กล้าตัดสินใจหรือรอรับคำสั่งเพียงอย่างเดียว

จะดีกว่าไหม? ถ้าเราสามารถเปลี่ยนบรรยากาศในทีม จาก "ความเกร็ง" เป็น "ความร่วมมือ" ด้วยทักษะการโค้ชที่่เป็นมาตรฐานสากลพิมพ์มีอะไรใหม่ๆคืบหน้าไหมครับ


ข้อมูลจากหนังสือ :
เปลี่ยนหัวหน้างานให้เป็นโค้ช
สร้างผู้นำรุ่นใหม่ในองค์กร


ผู้เขียน
ดร.ดไนยา ตั้งอุทัยสุข
สำนักพิมพ์ เช็ก
จำหน่ายโดย อัมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์



Good Books
องค์กรสุขภาวะ
Well-Being Organization

ผู้เขียน : ดร.นพ.เจตน์ รัตนจีนะ
สำนักพิมพ์ :จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หนังสือเล่มนี้จะเป็นเพื่อนคู่คิดและจุดเริ่มต้นที่สร้างความเข้าใจให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริการจัดการองค์กรสุขภาวะและการสร้างสุขภาวะให้กับคนทำงาน

ผู้เขียนต้องการให้เป็นหนังสือที่ผู้เกี่ยวข้องกับการดูแลคนทำงานทั้งบุคลากรทางการแพทย์และด้านการบริหารคน สามารถศึกษาได้ด้วยตนเอง

เนื้อหาเริ่มต้นที่การทำความเข้าใจที่มาและความสำคัญในการสร้างองค์กรสุขภาวะโดยเน้นประเด็นด้านความยั่งยืน ความหมาย และมิติด้านต่างๆของสุขภาวะของคนทำงานและนำไปสู่แนวทางขั้นตอนการออกแบบและการกำหนดกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการและการประเมินสุขภาวะในองค์กรและตัวอย่างรูปแบบกิจกรรมต่างๆ เพื่อการเป็น "องค์กรสุขภาวะ"อย่างยั่งยืน


Good Books
เปลี่ยนเกมธุรกิจด้วยAI
รวยไวไปพร้อมความสุข

ผู้เขียน : ดร. ภิญโญ รัตนาพันธุ์

จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่แค่การแนะนำวิธีใช้ AI ในการสร้างรายได้ แต่คือการ เชื่อมต่อเทคโนโลยีเข้ากับ "อิคิไก (Ikigai)" ปรัชญาชีวิตจากญี่ปุ่นที่ช่วยให้คุณค้นพบว่า "คุณเกิดมาเพื่ออะไร"

ในเล่มจะพาคุณสำรวจคำถามลึก ๆ เช่น...ธุรกิจแบบไหนที่สะท้อนตัวตนของคุณจริง ๆ? อะไรคือคุณค่าที่คุณอยากส่งต่อผ่านธุรกิจ? คุณจะใช้ AI เพื่อสนับสนุนชีวิตที่คุณใฝ่ฝันได้ เหมาะอย่างยิ่ง

สำหรับผู้ประกอบการที่รู้สึกหลงทางกับธุรกิจ เจ้าของกิจการที่ต้องการเปลี่ยนจากระบบเดิม สู่โมเดลใหม่ที่มั่นคงและยั่งยืน


พนักงานหรือฟรีแลนซ์ที่กำลังมองหา Passion ที่แท้จริงและผู้บริหารที่อยากสร้างองค์กรที่ "เติบโตไปพร้อมความสุข"


Good Books
ศิลปะชีวิต

ผู้เขียน : ศากุน บุญอิต
สำนักพิมพ์ :วิช

ทำไม...หัวใจยังรู้สึกเคว้งคว้างยังมีคำถามที่หาคำตอบไม่ได้และยังต้องวิ่งต่อไปอย่างไม่รู้จบ

ความจริงแล้ว -ชีวิตไม่เคยมีสูตรสำเร็จ แต่ชีวิตมี "ศิลปะ" ที่เราสามารถเรียนรู้ และแต่งแต้มเส้นทางของตัวเองได้

นี่คือหนังสือที่จะพาคุณหยุดฟังเสียงภายใน และค้นพบศิลปะชีวิต...ที่แต่งแต้มหัวใจให้มีจังหวะการเต้นที่งดงาม


Good Books
SSC ชุมชนยั่งยืนด้วยตนเอง

ผู้เขียน:ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
สำนักพิมพ์: ซัคเซสพับลิชชิ่ง

เพื่อเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตโลก เน้นชุมชนขนาดเหมาะสมที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ทั้งด้านอาหาร
พลังงาน และเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพาจากภายนอก เพื่ออยู่รอดและพัฒนาได้อย่างยั่งยืน


สาระสำคัญของแนวคิด SSC (ชุมชนยั่งยืนด้วยตนเอง):
เป็นทางออกในยุควิกฤตโลก (วิกฤตเศรษฐกิจ, สังคม, สิ่งแวดล้อม) โดยเปลี่ยนจากการพึ่งพาระบบเศรษฐกิจส่วนกลางมาพึ่งพาตนเองระดับชุมชนขนาดเหมาะสม ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป

สร้างความมั่นคงพื้นฐานทางอาหาร (เกษตรกรรม) และพลังงานในพื้นที่เศรษฐกิจสลับ (Switching Policy):
สามารถเปลี่ยนจากการผลิตเพื่อขายภายนอก มาเป็นผลิตเพื่อใช้เองในชุมชนยามวิกฤตได้ทันที


การจัดการตนเอง: ชุมชนวางแผนแม่บทและบริหารจัดการทรัพยากรด้วยตนเอง

ประโยชน์: สร้างความยืดหยุ่น (Resilience) ให้ชุมชนอยู่รอด ปลอดภัย และมีความสุขอย่างยั่งยืน