กลุ่ม LGBTQ แรงงานเมียนมา ชี้นายจ้างไทยเข้าใจเรื่องเพศสภาพ ไม่มีปัญหาในการทำงาน พร้อมเปิดกว้างรับความหลากหลายทางเพศ ผู้ประกอบการระบุให้เงินเดือน-สวัสดิการตามกฎหมายแรงงาน
ด้วยความที่บ้านเราเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานจำนวนมาก ดังนั้นในภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และภาคการเกษตร จำเป็นต้องใช้แรงงานข้ามชาติ โดยแรงงานจากเมียนมามีมากเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนใหญ่เข้ามาทำงานที่จ.สมุทรสาคร และมีจำนวนหนึ่งที่เป็นกลุ่มLGBTQ ซึ่งมีทั้งเปิดเผยและไม่เปิดเผยตัวตน
นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา(สว.)จ.สมุทรสาคร เปิดเผยว่า จำนวนแรงงานข้ามชาติในจ.สมุทรสาคร โดยเฉพาะที่เป็นชาวเมียนมา ภาครัฐระบุมีเกือบ 3 แสนราย ขณะที่มีข้อมูลอีกส่วนแจ้งมีนับล้านคน สำหรับกลุ่ม LGBTQ อาจไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เพราะในเมียนมาเองก็ยังไม่ยอมรับ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันสังคมไทยเปิดมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากประสบการณ์ของตนพบว่าการจ้างแรงงานกลุ่ม LGBTQของแรงงานเมียนมานั้นในส่วนผู้ประกอบการรายใหญ่ไม่เจอปัญหาอะไร เพราะมีการตรวจสอบจากประเทศที่สั่งซื้อสินค้า
ส่วนใหญ่ปัญหาเกิดจากผู้ประกอบการรายเล็ก ไม่ว่าจะเป็นแพหรือล้งต่างๆที่ผู้ประกอบการอาจไม่เข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศ แต่ถ้าไปเจอผู้ประกอบการที่เข้าใจเรื่องนี้ก็มองว่าเป็นเรื่องปกติ และมองว่าคนกลุ่มนี้ขยันขันแข็งดีมาก เท่าที่เจอมาโดยภาพรวมการจ้างงานกลุ่มLGBTQ แรงงานเมียนมาไม่มีปัญหาอะไร และพวกเขาก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรเป็นพิเศษส่วนมากชื่นชมสังคมไทยที่เปิดรับความหลากหลายทางเพศ อย่างไรก็ตาม ฝากบอกพี่น้องแรงงาน LGBTQ เมียนมาด้วยว่าต้องดูกฎหมายไทยว่าอาชีพสงวนของคนไทยมีอะไรบ้าง จะได้ไม่มีปัญหา โดยเฉพาะอาชีพเสริมสวย ซึ่งเป็นอาชีพสงวนของคนไทย
นายมงคล มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร กล่าวว่า ไม่สามารถบอกได้ว่ากลุ่ม LGBTQ ในแรงงานเมียนมามาทำงานภาคประมงมากน้อยแค่ไหน เพราะส่วนใหญ่แรงงานเมียนมาจะไปทำงานในภาคอุตสาหกรรมประมงในส่วนของโรงงานปลากระป๋องมากกว่า ในภาคการประมงอย่างการออกเรือจับปลาอาจมีบ้างก็ไม่ทราบแน่ชัด เนื่องจากในส่วนของการทำเอกสารต่างๆ ยังคงเป็นการระบุเพศชายเพศหญิงแค่นั้น แต่ในส่วนอุปนิสัย ลักษณะ หรือความต้องการในการแสดงออกทางเพศ ไม่ได้มีการห้ามปรามอะไรอย่างใด ให้อิสระเสรีอยู่แล้ว ดูแค่ว่าลักษณะงาน ค่าแรงค่าจ้างสวัสดิการต่างๆ รับได้หรือไม่
ผู้ประกอบการกิจการปลากระป๋องขนาดเล็กรายหนึ่งในจ.สมุทรสาคร ให้ข้อมูลว่า ในจำนวนแรงงานเมียนมาที่เข้ามาทำงาน 15 คน มีLGBTQ 1 คน แต่ก็แต่งตัวตามเพศกำเนิดของตัวเอง และทำงานได้ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อนร่วมงานก็รู้และเข้าใจดีไม่มีปัญหาอะไร เรื่องความหลากหลายทางเพศนี้ไม่ว่าคนไทยหรือคนเมียนมาต่างมองเป็นเรื่องธรรมดา ทางโรงงานก็ให้ทำงานตามเพศกำเนิด ซึ่งตอนมาสมัครก็คุยกันเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งทางโรงงานก็ให้เงินเดือนและสวัสดิการตามกฎหมายแรงงาน
น.ส.สุธาสินี แก้วเหล็กไหล ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อสิทธิแรงงาน (มสร.) กล่าวว่า กลุ่มLGBTQแรงงานเมียนมาส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงแต่เพศสภาพเป็นชายมักทำงานในโรงงาน แต่ผู้ชายที่มีเพศสภาพเป็นหญิงและแต่งตัวเป็นหญิงชัดเจนอาจจะหางานยากกว่าพวกแรก เท่าที่มีประสบการณ์เห็นกลุ่ม LGBTQเมียนมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะเปิดเผยตัวตนออกมา ขณะที่เมื่ออยู่เมียนมาต้องหลบซ่อน จะเปิดเผยเฉพาะในกลุ่ม เท่าที่เห็นกลุ่ม LGBTQแรงงานเมียนมาชอบเป็นลูกมือลูกน้องในร้านเสริมสวยในร้านของคนไทย เนื่องจากจะนำอาชีพเหล่านี้กลับไปทำที่ประเทศบ้านเกิด
น.ส.สุธาสินี กล่าวอีกว่า ปัญหาอย่างหนึ่งของแรงงานเมียนมากลุ่มLGBTQ คือบริษัทดูคำนำหน้า นาย นางหรือนางสาวเท่านั้น จึงให้ทำงานตามเพศที่ระบุอย่างเป็นทางการ ซึ่งบางงานตรงกันข้ามกับเพศสภาพของตัวเอง ก่อนหน้านี้มีญาติมาร้องเรียน เป็นชายแต่มีเพศสภาพเป็นหญิงถูกเพื่อนร่วมงานทั้งเมียนมาและไทย โยนลงถังละลายกุ้งที่เย็นๆในช่วงสงกรานต์ เพราะเห็นว่าเป็นพวกเพศหลากหลายเลยแกล้งเล่น
น.ส.ประภาพร ปรียาภัสวรสกุล เจ้าหน้าที่เสมสิกขาลัย เล่าว่า ได้นำแรงงานเมียนมากลุ่มLGBTQ ไปร่วมงานสำคัญๆของกลุ่มหลากหลายทางเพศในประเทศไทยอย่างงานเทศกาล Pride Month รวมถึงร่วมในเวทีเสวนาต่างๆทำให้คนกลุ่มนี้ได้เห็นบทบาทและความเคลื่อนไหวของกลุ่มLGBTQในไทย แรงงานเมียนมากลุ่มLGBTQ เหล่านี้ มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็กๆ และรู้สึกชื่นชมสังคมไทยที่เปิดกว้างในความหลากหลายทางเพศ
นายเอ(นามสมมุติ) แรงงานเมียนมากลุ่มLGBTQ กล่าวว่า โชคดีที่ตนเองทำงานในบริษัทปลากระป๋องขนาดใหญ่ในจ.สมุทรสาคร และมีเพื่อนกลุ่มLGBTQ หลายคน การทำงานในบริษัทใหญ่ไม่มีปัญหาอะไร สามารถแต่งตัวหรือทำอะไรก็ได้ตามต้องการ ซึ่งถ้าเทียบกับเมื่อตอนอยู่ที่เมียนมา ไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้เพราะครอบครัวและสังคมไม่ยอมรับ ในเมืองใหญ่ๆอย่างย่างกุ้ง ยังยอมรับบ้าง แต่ในเมืองและชุมชนชนบทไม่สามารถแสดงออกทางเพศได้เลย ต้องอยู่แบบไม่เปิดเผยตัวตน แตกต่างจากการมาอยู่ในประเทศไทย มีอิสระสามารถแต่งตัวและแสดงออกทางเพศได้ตามที่ต้องการ
น.ส.บี (นามสมมุติ) แรงงานเมียนมากลุ่มLGBTQ อีกคน กล่าวว่า มาทำงานที่จ.สมุทรสาครหลายปีแล้ว โดยทำงานในโรงงานปลากระป๋องขนาดกลาง การทำงานกับนายจ้างคนไทยไม่มีปัญหาอะไร แม้ว่าเพศสภาพตนจะเป็นชายก็ตาม เนื่องจากสามารถทำงานตามที่นายจ้างต้องการได้ ขณะที่สังคมไทยเองเปิดกว้างเรื่องพวกนี้ เห็นได้ชัดกรณีมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งแสดงว่าประเทศไทยทันสมัยมาก
“การมาอยู่เมืองไทยเลยทำให้พวกเราได้ใช้ชีวิตอิสระทั้งในเรื่องการแต่งตัว และชีวิตความเป็นอยู่ต่างๆ ต้องขอขอบคุณหน่วยงานและมูลนิธิหลายแห่งของไทยที่มาช่วยให้ความรู้ให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับพวกเรา โดยเฉพาะเรื่องการใช้ฮอร์โมนเพศอย่างถูกต้อง จะได้ไม่เกิดปัญหาสุขภาพ ”น.ส.บี กล่าวและว่า ที่ผ่านมาผู้คนในสังคมไทยและเพื่อนร่วมงานเกือบทั้งหมด ยอมรับเพศสภาพของพวกตน ไม่มีปัญหาอะไรในการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเรื่องการเข้าห้องน้ำ หรือเรื่องสิทธิต่างๆ
นายดี (นามสมมุติ) แรงงานLGBTQ เมียนมาอีกรายที่ทำงานในจ.สมุทรสาคร กล่าวว่า เมื่อ3 ปีก่อน มาทำงานในโรงงานปลากระป๋องขนาดเล็ก ช่วงเลิกงานและวันหยุดก็มารับจ้างที่ร้านเสริมสวย แต่สุดท้ายต้องเลิกเพราะผิดกฎหมายไทย สาเหตุที่อยากทำงานร้านเสริมสวยเพราะชอบและอยากได้ประสบการณ์ เผื่อในอนาคตอยากกลับไปเปิดร้านเสริมสวยที่เมียนมา “ นายดีกล่าวและว่า ปัญหาที่ตนเจอมักเป็นเรื่องการเข้าห้องน้ำผู้หญิงในที่สาธารณะอย่างปั๊มน้ำมัน บางครั้งจะถูกมองด้วยสายตาแปลกๆ ซึ่งตนก็มองเป็นเรื่องธรรมดา แต่ในที่ทำงานไม่มีปัญหา เพื่อนร่วมงานเข้าใจดี
นายดี กล่าวอีกว่า ต้องขอขอบคุณคนไทยที่เปิดโอกาสให้กลุ่มแรงงานLGBTQ เมียนมามีที่ยืนในประเทศนี้ ปัญหาที่เจอเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก เป็นเรื่องส่วนบุคคลเท่านั้น โดยรวมแล้วกลุ่มLGBTQ แรงงานเมียนมาชอบทำงานในเมืองไทยมากเพราะมีองค์กรเอ็นจีโอเข้ามาดูแลช่วยเหลือและให้ความรู้ในเรื่องสำคัญๆ อย่างไรก็ตามในอนาคตถ้าเป็นไปได้อยากให้มีการตั้งกลุ่มของพวกตนอย่างเป็นทางการ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ จะได้จัดกิจกรรมต่างๆที่เป็นประโยชน์กับกลุ่มแรงงานเมียนมาที่มีความหลากหลายทางเพศได้อย่างถูกต้อง


