จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับสมาคมพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยกับสังคม (EnT) จัดงานประชุมวิชาการระดับชาติ Engagement Thailand ครั้งที่ 10 “Future Holistic Engagement - from Local Power to Global Impact” ระหว่างวันที่ 13 – 16 มกราคม 2569 ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขับเคลื่อนการดำเนินงานมหาวิทยาลัยเพื่อสังคมระหว่างเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ให้มีทักษะและความรู้ด้านการทำวิจัยรับใช้สังคม
ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเปิดการประชุมและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “Role of University in Social Engagement Missions” โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ และ ศ.นพ.ดร.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล นายกสมาคมพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยกับสังคม กล่าวต้อนรับ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569
ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงหน้าที่ของมหาวิทยาลัยในด้านพันธกิจเพื่อสังคม (Social Engagement) ซึ่งเป็นบทบาทที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นในด้านการให้ความรู้เรื่องเทคโนโลยี AI การส่งเสริมความรู้ในสังคมสูงวัย ฯลฯ มหาวิทยาลัยต้องใช้ความได้เปรียบจากการเป็นศูนย์รวมทุกแขนงวิชาและความน่าเชื่อถือมาสร้างการตระหนักรู้และนำองค์ความรู้ลงไปแก้ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นจริง เช่น วิกฤตสภาพภูมิอากาศและฝุ่น PM 2.5 ผ่านการลดกำแพงกั้นระหว่างคณะและระหว่างสถาบัน เพื่อสร้างการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการในการขับเคลื่อนและช่วยแก้ปัญหาของประเทศอย่างยั่งยืน
ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่าพันธกิจของมหาวิทยาลัยในปัจจุบันต้องก้าวข้ามการให้ความรู้หรือการมอบปริญญาไปสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ให้แก่ประเทศชาติ โดยอาศัยการผนึกกำลังทางวิชาการและงานวิจัยเพื่อตอบโจทย์สังคม พร้อมทั้งมุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกให้แก่เยาวชนและนิสิตนักศึกษาได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลผลิตและมีบทบาทในการพัฒนาสังคมให้มากขึ้น
งานประชุมวิชาการระดับชาติ Engagement Thailand ครั้งที่ 10 สนับสนุนและส่งเสริมตามแนวคิด พันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมร่วมกันระหว่าง“มหาวิทยาลัย” และระหว่าง“มหาวิทยาลัย”กับ“หน่วยงานอื่นภายนอกมหาวิทยาลัย” มีการดำเนินงานด้านพันธกิจสัมพันธ์กับองค์กรชุมชนอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการสนับสนุนการขับเคลื่อนพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยกับสังคมให้เกิดความเข้มแข็ง พร้อมส่งต่อให้“มหาวิทยาลัยมหาสารคาม” ในการสานต่อ “งานประชุมวิชาการระดับชาติ Engagement Thailand ครั้งที่ 11” ต่อไป


