xs
xsm
sm
md
lg

5 เรื่องที่มหาวิทยาลัยยุคใหม่ต้องมี!!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ศาสตราจารย์ ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์  อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)
ในยุคที่เศรษฐกิจโลกกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นความท้าทายของสังคมในศตวรรษที่ 21 ประเทศไทยมีความเสี่ยงของแรงงานที่จะถูก Automation (ภาวะอัตโนมัติ) และ AI หรือ Artificial Intelligence (ปัญญาประดิษฐ์) เข้ามาแทนที่ หรือแนวโน้มเทคโนโลยี "ดิสรัปชั่น" เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเต็มรูปแบบ ซึ่งประเทศไทยและโลกปัจจุบันเข้าอยู่ในยุคการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแบบหักศอก (Rapidly Change) แต่หากเราไม่ปรับตัว หรือปรับตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ก็จะไม่สามารถแข่งขันกับผู้อื่นหรือประเทศอื่นๆ ได้

ศาสตราจารย์ ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า จากความท้าทายดังกล่าว มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นสถาบันหลักในการผลิตบุคคลากรป้อนสู่ตลาดแรงงาน จึงต้องปรับเปลี่ยนทิศทางการศึกษาใน 5 เรื่อง เพื่อรองรับกระบวนทัศน์ที่เปลี่ยนแปลง

1) มหาวิทยาลัยไม่ใช่สถานที่สอนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นแหล่งเรียนรู้รอบด้าน จะต้องเน้นการสร้างทักษะ จินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะประสบการณ์จากการลงมือปฏิบัติจริง

2) มหาวิทยาลัยต้องมีวิสัยทัศน์เตรียมบุคลากรสำหรับตลาดงานที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่มีแนวโน้มเกิดขึ้นในอนาคต นั่นคือการปฏิรูปและปรับเปลี่ยนหลักสูตรการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

3) เน้นการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Demand-side) กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความอยากรู้และอยากเป็น (Passion-Driven) ด้วยตนเอง ฝึกให้นักศึกษาคิด และถาม เพื่อนำความรู้ที่ได้เป็นฐานความคิดสร้างสิ่งใหม่ ๆ

4) หลักสูตรต้องยืดหยุ่นสามารถตอบโจทย์เฉพาะบุคคลได้ (Personalized) ในอนาคตการศึกษามีทางเลือกมากมาย ทำให้คนมุ่งเรียนในสิ่งที่อยากรู้ อยากเรียน และอยากเป็นได้ทันทีและทำในสิ่งนั้นได้ดีที่สุด

และ5) มหาวิทยาลัยไทยควรร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหรือสถาบันระดับโลก เช่น สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ฯลฯ เพื่อยกระดับคุณภาพสถาบันศึกษาให้มีศักยภาพในระดับนานาชาติและสามารถแข่งขันในเวทีโลก

ทั้งนี้ นโยบายก้าวต่อไปด้านหลักสูตรการศึกษา ของ ทปอ. คือ จะมุ่งเน้นในเรื่องวิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์(Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) หรือ STEMs เพื่อตอบโจทย์ตลาดแรงงานในภาคธุรกิจที่ต้องการอย่างมากในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งในอนาคตงานในลักษณะที่ทำประจำซ้ำได้ (Routine) กำลังจะถูกแทนที่ด้วยระบบอัติโนมัติ นอกจากนี้ หากคนมีความรู้ทางคณิตศาสตร์ไม่ดีพอ ก็อาจจะมีปัญหาในการเรียนรู้และขาดทักษะที่จำเป็นในการแข่งขันในตลาดที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย

ด้วยเหตุนี้ ทปอ.จึงจำเป็นต้องมุ่งเน้นสร้างคนคุณภาพในด้านนวัตกรรมให้มาก และเน้นให้ความสำคัญกับการศึกษาแบบ STEMs เป็นพิเศษ ตลอดจนการพัฒนาในเชิงโครงสร้าง โดยเปลี่ยนจากความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของประเทศทั้งเชิงชีวภาพและเชิงวัฒนธรรม ไปสู่ความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน และเปลี่ยนจากโครงสร้างเศรษฐกิจอุตสาหกรรมแบบเพิ่มมูลค่า (Value Added) เป็นการสร้างมูลค่า(High Value) แทน เพื่อพัฒนาอนาคตใหม่ของประเทศไทยให้ ก้าวข้ามประเทศรายได้ปานกลางให้ได้

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาทั้งของรัฐและเอกชนที่มีบทบาทในการสร้างบุคลากรของชาติซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ให้เตรียมพร้อมสู่ตลาดแรงงาน จึงต้องเป็นสถาบันหลักในการสร้างคนคุณภาพเพื่อทำให้ประเทศไทยสามารถก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางให้ได้ โดยขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรมสอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 “การศึกษา 4.0 : ผู้เรียนสร้างนวัตกรรมได้” เพราะคนคือหัวใจของการพัฒนาศักยภาพของประเทศ ซึ่งแนวทางที่ทปอ.ยึดถือร่วมกัน ประกอบไปด้วยวิสัยทัศน์ 4 เรื่องดังนี้ 1. การทลายความไม่เสมอภาคทางการศึกษา (Equity) 2. คุณภาพการศึกษา (Quality) 3. การก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของบริบทสังคม (Relevance) และ 4. การผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรม (Demand Research and Innovation)


กำลังโหลดความคิดเห็น...