xs
xsm
sm
md
lg

ถอดรหัสความยั่งยืนโลก ไทยครองแชมป์อาเซียน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เกศรา มัญชุศรี
@บจ.ชั้นนำ นำปรัชญา "เศรษฐกิจพอเพียง"ประยุกต์ใช้จนประสบความสำเร็จ
@ชี้ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข นำองค์กรสู่ความยั่งยืน
@DJSI เครื่องมือชี้วัดอย่างชัดเจนระดับโลก

ความมุ่งมั่นในการพัฒนาและส่งเสริมให้ บจ. เห็นความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน สร้างการเติบโตทั้งด้านปริมาณและคุณภาพควบคู่กัน ทำให้บจ.ไทย 17 บริษัท ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกของดัชนีแห่งความยั่งยืน Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ประจำปี 2560 ได้แก่ AOT, BANPU, CPF, CPN, IRPC, KBANK, MINT, PTT, PTTEP, PTTGC, SCC, TOP, TU และ 4 บริษัทใหม่ คือ CPALL, HMPRO, IVL, TRUE มีผลในการคำนวนดัชนี 18 ก.ย.ที่ผ่านมา

โดยไทยยังคงเป็นประเทศที่มี บจ. ได้รับเลือกเป็นสมาชิก DJSI สูงสุดใน ASEAN และในครั้งนี้มีจำนวน บริษัทจดทะเบียนเพิ่มสูงสุดในตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก นับเป็นความสำเร็จของ บริษัทจดทะเบียนไทยที่มีพัฒนาการด้านความยั่งยืนโดดเด่นในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง

DJSI ประจำปี 2560 ประกาศรายชื่อ 17 บจ. ไทย ที่ได้รับคัดเลือกเข้าคำนวนในดัชนี DJSI ทั้ง DJSI World และ DJSI Emerging Market โดยมี 4 บจ. ที่ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิก DJSI เพิ่มขึ้น คือ บมจ. ซีพี ออลล์ (CPALL) บมจ. โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์(HMPRO) บมจ. อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) และ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ซึ่งไทยเป็นประเทศที่มี บจ. ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นสูงสุดในกลุ่ม DJSI Emerging Markets

นอกจากนี้ บมจ. ไทยออยล์ (TOP) ยังได้รับคะแนนสูงสุดเป็นที่หนึ่งด้านความยั่งยืนในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานโลก (Energy Industry Group Leader) อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่สี่ และประเทศไทยยังมี บจ. ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกจำนวนสูงสุดใน ASEAN ทั้งในกลุ่มดัชนี DJSI World และกลุ่มดัชนี DJSI Emerging Markets

บจ. ไทย ที่ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิก DJSI ได้แก่
· กลุ่มดัชนี DJSI World 5 บจ. ได้แก่ 1) บมจ. ธ. กสิกรไทย (KBANK) 2) บมจ. ปตท. (PTT) 3) บมจ. ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) 4) บมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) และ 5) บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย (SCC)

· กลุ่มดัชนี DJSI Emerging Markets 16 บจ. ได้แก่ 1) บมจ. ท่าอากาศยานไทย (AOT) 2) บมจ. บ้านปู (BANPU) 3)บมจ. ซีพี ออลล์ (CPALL) 4) บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) 5) บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) 6) บมจ. โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) 7) บมจ. ไออาร์พีซี (IRPC) 8) บมจ. อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) 9) บมจ. ธ. กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)(KBANK) 10) บมจ. ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) 11) บมจ. ปตท. (PTT) 12) บมจ. ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) 13) บมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) 14) บมจ. ไทยออยล์ (TOP) 15) บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) และ16) บมจ. ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) (ทั้งนี้ ยังมีบริษัทไทยอีก 1 แห่งที่ได้รับการคัดเลือกเข้าดัชนี DJSI คือ บมจ. ไทยเบฟเวอเรจ)

สร้างการเติบโตทั้งปริมาณ/คุณภาพ

เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งส่งเสริมให้ บจ. เห็นความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน สร้างการเติบโตทั้งด้านปริมาณและคุณภาพควบคู่กัน โดยสนับสนุนให้ บจ. ไทยเข้าร่วมประเมินความยั่งยืนของ DJSI นับเป็นความสำเร็จที่ บจ. ไทย ก้าวสู่มาตรฐานด้านความยั่งยืนในระดับสากลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสะท้อนความมุ่งมั่นตั้งใจของ บจ. ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมความพร้อมให้ บจ. ด้วยการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานผ่านโครงการ DJSI Exclusive Coaching โดยวิทยากรผู้มีประสบการณ์ตรงจาก RobecoSAM ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อส่งเสริมให้หลักทรัพย์ไทยที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนเป็นที่น่าสนใจและเป็นทางเลือกแก่ผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

ในปี 2560 DJSI คัดเลือก 2,528 บริษัทในตลาดทุนทั่วโลก (DJSI World) และ 803 บริษัทในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (DJSI Emerging Market) จากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดและทำการประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน เพื่อคัดเลือกบริษัทที่มีความโดดเด่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนเพื่อเป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนี DJSI ซึ่งกองทุนต่างๆ ใช้พิจารณาประกอบการลงทุน โดยผู้ลงทุนต่างประเทศให้ความสำคัญกับประเด็นด้านความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคมเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน ณ สิ้นเมษายน 2560 สินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการลงทุนอย่างยั่งยืนจากการสำรวจของ UNPRI มีมูลค่าสูงถึง 68 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี

ปัจจุบัน ผู้ลงทุนได้นำเรื่องการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนมาเป็นประเด็นตัดสินใจลงทุนควบคู่กับการพิจารณาเรื่องผลประกอบการ บริษัทที่ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึง ESG จะเป็นทางเลือกอันดับต้นของนักลงทุน โดยเฉพาะกองทุนระดับโลก เนื่องจากได้รับความน่าเชื่อในเรื่องการดำเนินงานอย่างโปร่งใส การมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย การคำนึงถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับตัว และเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ตลอดจนมีการนำนวัตกรรมใหม่ๆ ทางธุรกิจสังคม และสิ่งแวดล้อม มาพัฒนาเป็นสินค้า และบริการที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า และผู้บริโภค

ดันตั้งกองทุนรวมธรรมาภิบาล

ล่าสุด สมาคมบริษัทจัดการลงทุนร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเพื่อเปิดจำหน่ายกองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย โดยในเบื้องต้น มีจำนวนทั้งสิ้น 11 บลจ. ที่มีขนาดกองทุนรวมภายใต้การบริหารกว่า 90% ของทั้งอุตสาหกรรมกองทุนรวม ประกอบด้วย บลจ.กรุงไทย บลจ.กรุงศรี บลจ.ทหารไทย บลจ.ทาลิส บลจ.ทิสโก้ บลจ.ไทยพาณิชย์ บลจ.บัวหลวง บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) บลจ. กสิกรไทย บลจ.เอ็มเอฟซี และ บลจ.บางกอกแคปปิตอล ที่จะทยอยจัดตั้งและเปิดจำหน่ายกองทุนรวมธรรมาภิบาลไทยในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ปีนี้ เป็นต้นไป

วรวรรณ ธาราภูมิ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กล่าวว่า กองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ หรือตลาดรองอื่นๆ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยกองทุนจะลงทุนในบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยพิจารณาจากการจัดอันดับ CG Scoring ที่ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฎิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (CAC) ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)

บลจ.ต่างๆ จะนำรายได้ 40% ของค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุนที่ได้รับไปบริจาคให้กับหน่วยงานที่ส่งเสริมธรรมมาภิบาลไทย และหน่วยงานที่ส่งเสริมการต่อต้านคอร์รัปชั่น โดยพิจารณาถึงความยั่งยืนของโครงการต่างๆ เป็นสำคัญ โดยทุก บลจ.จะส่งผู้แทนแห่งละ 1 รายมาเป็น คณะกรรมการพิจารณาการบริจาคเงิน เพื่อทำหน้าที่ในการพิจารณาคัดเลือกโครงการที่เสนอขอรับการสนับสนุน พิจารณา คัดเลือก และอนุมัติการสนับสนุนโครงการที่เสนอขอรับการสนับสนุน รวมถึงติดตามและประเมินผลการนำเงินบริจาคไปใช้ในโครงการที่สนับสนุนดังกล่าว โดยจะเชิญผู้มีประสบการณ์สูงในการทำงานด้านส่งเสริมธรรมมาภิบาลไทยและต่อต้านคอร์รัปชั่นมาเป็นที่ปรึกษาให้คณะกรรมการฯ

เร่งยกระดับตลาดทุนไทย

ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการที่ 11 บลจ. ร่วมกันจัดตั้งกองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย และได้รับการสนับสนุนที่ดีจากนักลงทุน จะเป็นแรงจูงใจให้บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการบริหารจัดการ และดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส่ มีธรรมาภิบาล และตระหนักในความรับผิดชอบต่อผู้ลงทุนและสังคม พร้อมทั้งเป็นการยกระดับตลาดทุนไทยในรื่องธรรมาภิบาล และการทำหน้าที่ที่ดีของผู้ลงทุนสถาบันในการกำกับดูแลกิจการที่กองทุนนำเงินไปลงทุนระยะยาว ซึ่งจะทำให้เกิดผลตอบแทนที่ยั่งยืนในการลงทุนในระยะยาว

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯตั้งเป้ามีบริษัทใหม่ที่จะได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิก DJSI ปีละ 2 บริษัท แต่ปีนี้ประสบความสำเร็จเกินคาด มีบริษัทใหม่ได้เข้าเป็นสมาชิกมากถึง 4 บริษัท สะท้อนให้เห็นว่า บริษัทจดทะเบียนไทยเริ่มให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืนในระดับสากลมากขึ้น ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯจะส่งเสริมให้บริษัทขนาดกลาง และขนาดเล็กทำธุรกิจเช่นนี้ด้วย เพื่อให้ได้มาตรฐานเดียวกัน

เกศรา กล่าวว่า “ การที่บจ.ไทยได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกของดัชนีแห่งความยั่งยืนเพิ่มขึ้นนั้น นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จตามแผนกลยุทธ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งพัฒนา บจ.ให้ดำเนินธุรกิจ โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม ตามหลักบรรษัทภิบาล เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน และส่งเสริมให้หลักทรัพย์ไทยได้รับการยอมรับเป็น asset class ที่มีความโดดเด่นด้านคุณภาพ และน่าสนใจสำหรับผู้ลงทุนทั้งใน และต่างประเทศ"

ย้ำ ESG ไม่ใช่เรื่องของต้นทุน

"องค์กรขนาดเล็กๆ ส่วนใหญ่จะคิดว่า การให้ความสำคัญกับสังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องของต้นทุน ซึ่งไม่ใช่ สิ่งที่เราพยายามทำคือ ต้องให้ผู้บริหารตระหนักว่า การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance : ESG) นั้น ไม่ใช่เรื่องของต้นทุนที่สูงขึ้น แม้ว่าจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขเครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์ซึ่งจะต้องใช้เงินลงทุนก็ตาม แต่สุดท้ายแล้ว ผลลัพธ์ที่ออกมาจะช่วยประหยัดต้นทุนในระยะยาว ซึ่งนอกจากจะส่งผลดีต่อบริษัทในเรื่องของการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้แล้ว ยังช่วยดูแลสังคม และสิ่งแวดล้อมด้วย นั่นคือ การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนนั่นเอง"

เกศรา กล่าวว่า "ในแต่ละปีจะมี Hot Issue ซึ่งเขาจะไม่ได้บอกว่าน้ำหนักเท่าไรเราก็จะต้องเดาๆ กัน โดย Base Line เป็นตัวชี้วัด บางบริษัทก็เขียนเหมือนเดิมแต่ว่ากลับได้คะแนนดี เพราะว่าเขา Keep continue doing ซึ่งไทยออยล์ ได้รับคะแนนสูงสุดเป็นที่หนึ่งด้านความยั่งยืนในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานโลก (Energy Industry Group Leader) อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่สี่"

ขณะที่ปตท.ได้รับคะแนนสูงสุดเป็น Industry Leader ในกลุ่ม Oil &Gas Upstream & Integrated (OGX) วิธีการตรวจสอบของ DJSI เขาจะเป็นคนจัดว่าคุณมี ESG แค่ไหน เขาจะอ่านจาก Public Information แล้วให้คุณตอบคำถาม แต่ถ้าไม่ตอบก็ไม่เป็นอะไร คำถามเป็นจะเป็นในแนวถามถึงประโยชน์ที่จะได้รับ ทำแล้วจะเกิดผลอย่างไร ซึ่งความยากง่ายของคำถามจะแตกต่างกันไปในแต่ละปี ส่วนใหญ่จะเน้นไปทาง Issue

"จริงๆต้องบอกเลยว่าเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงหรือเรื่องต่างๆนั้น ไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน แต่ที่ประเทศภูฏานมีตัวชี้วัดทุกอย่างได้อย่างชัดเจน และทางรัฐบาลได้มีการจัดทำแบบสำรวจทุกปีให้ประชาชนตอบคำถาม เพื่อจะได้รู้ถึงข้อควรปรับปรุงแก้ไข และจะแสดงให้เห็นว่าตัวของเขาเองนั้นอยู่ในระดับไหน"

ปัจจุบันประเทศภูฏานยังอยู่ในระดับของรัฐบาลอยู่เพราะมีประชากรเพียงแค่ 700,000 คน การลงทุนส่วนใหญ่จึงเป็นของภาครัฐ และเขายังบอกอีกว่ารัฐบาลไม่ได้ทำให้ประชาชนมีความสุขแต่หน้าที่ของเขาคือ ครีเอท คอนดิชั่น ที่จะทำให้ประชาชนมีความสุขตามอัตภาพ

จริงๆแล้วการทำเศรษฐกิจพอเพียงคือการต้องการให้บริษัทสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยตัวที่จะทำให้มันยั่งยืนก็คือ เรื่องของ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข นั่นเอง

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง

ห่วง 1 ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่นเช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ

ห่วง 2 ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้นจะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ

ห่วง 3 การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้าน ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงื่อนไข

1. เงื่อนไข ความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกันเพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ

2. เงื่อนไข คุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรมมีความชื่อสัตย์สุจริต และมีความอดทน มีความพากเพียรใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต
กำลังโหลดความคิดเห็น...