xs
xsm
sm
md
lg

ชาวนากาฬสินธุ์โอด! ปุ๋ยแพงทะลุ 1,200 บาท จี้รัฐเร่งคุมราคา พร้อมประกันราคาข้าวนาปีที่ 9,000 บาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กาฬสินธุ์-ชาวนากาฬสินธุ์โอด ปุ๋ยเคมีแพง ล่าสุดราคาทะลุกระสอบละ 1,200 บาท หากใช้สินเชื่อราคาเพิ่มอีกกระสอบละ 150 บาท เผยชาวนาหลายรายไม่มีเงินซื้อ ปล่อยข้าวโตตามธรรมชาติ หวั่นผลผลิตตกต่ำ วอนรัฐคุมราคาปุ๋ย ทั้งให้มีนโยบายประกันราคารับซื้อข้าวเปลือกนาปี ที่ตันละ 8,000-9,000 บาท

นายแก่น ภูแย้ม ชาวนาจังหวัดกาฬสินธุ์
จากการติดตามบรรยากาศการทำนา ของเกษตรกรชาว จ.กาฬสินธุ์ ทั้งในพื้นที่ใช้น้ำชลประทานและนอกเขตชลประทาน มีทั้งนาหว่านและนาดำ พบว่ากลุ่มทำนาช่วงต้นฤดูฝน ข้าวกำลังเริ่มแตกกอ ขณะที่กลุ่มทำนาช่วงกลางฤดูฝน พบว่าต้นข้าวกำลังตั้งตัว และให้ปุ๋ยบำรุงต้นข้าว แต่ภาพรวมที่เหมือนกันคือ ต้นข้าวไม่ค่อยเติบโตเท่าที่ควร บางแปลงต้นข้าวแคระแกร็น ใบเหลือง ทั้งๆที่ดินชุ่มชื้นและมีน้ำขังหล่อเลี้ยง หลายแปลงมีวัชพืชขึ้นปกคลุม

จากการสอบถามชาวนา บอกว่าต้นข้าวได้รับปุ๋ยไม่เพียงพอ เพราะปุ๋ยเคมีที่ใช้บำรุงต้นข้าว ทั้งในระยะแตกกอและระยะรับรวง ยังมีราคาแพงมากไม่มีเงินจะลงทุน ปัจจุบันปุ๋ยกระสอบ 50 กก. ราคา 1,100-1,200 บาท หรือหากใช้สินเชื่อราคาจะบวกเพิ่มขึ้นอีกกระสอบละ 150 บาททีเดียว

นายแก่น ภูแย้ม อายุ 66 ปี ชาวนาบ้านน้อยดอนกระต่าย ต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่าการทำนามีปัญหามาก ต้องใช้ทุนทำนาสูงขึ้น หากทำนาหว่าน ที่ประหยัดทุนจะประสบปัญหาข้าวดีด หรือข้าวปลอมปน และต้องใช้ปุ๋ยบำรุงเป็นจำนวนมาก เนื่องจากต้นข้าวหนาแน่น หากทำนาดำจะลดปุ๋ยเคมีลง ต้นข้าวแข็งแรง ได้ผลผลิตข้าวมีคุณภาพ

แต่ก็ต้องสิ้นเปลืองค่าจ้างแรงงาน หรือหากจ้างรถดำนาก็ราคาไร่ละ 1,200 บาท ชาวนาส่วนใหญ่จึงนิยมทำนาหว่าน เพราะประหยัดต้นทุน และคาดหวังว่าราคาขายผลผลิตข้าวเปลือกจะดี หากขายได้ราคาตันละ 8,000-9,000 บาทหรือ กก.ละ 8-9 บาท ชาวนาก็พอลืมตาอ้าปากได้ แต่หากราคาต่ำกว่านี้ ขาดทุนแน่นอน เพราะต้นทุนสูงทั้งค่ารถไถนา ค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว ค่าแรง โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีดังกล่าว




นายแก่นกล่าวอีกว่า ราคาปุ๋ยเคมีที่ใช้กับนาข้าว ทั้งข้าวนาปีและนาปรัง ที่จำหน่ายตามท้องตลาดหลายสูตร ยังมีราคาแพง โดยตรึงราคาเดิมต่อเนื่องหลายปี ไม่มีท่าทีว่าจะปรับราคาลงแต่อย่างใด ซึ่งปุ๋ยเคมีที่ตนนำมาใช้บำรุงต้นข้าวระยะแตกกอ และระยะรับรวงอยู่ที่กระสอบละ 1,100-1,200 บาท เฉลี่ยชาวนาจะใช้ปุ๋ยเคมีในอัตราประมาณ 20–30 กก.ต่อไร่ต่อครั้ง

โดยแบ่งให้ปุ๋ยตามช่วงอายุและการเจริญเติบโตของข้าว เพื่อให้ต้นข้าวได้รับธาตุอาหารคุ้มค่า หากพื้นที่นาหลายไร่ก็ต้องเพิ่มปริมาณปุ๋ยขึ้นให้เพียงพอ แต่หากชาวนาไม่มีเงินทุนซื้อปุ๋ย ต้นข้าวจะได้ปุ๋ยไม่ทั่วถึง ต้นข้าวจะชะงักการเติบโต แม้จะมีน้ำหล่อเลี้ยง หากไม่ได้รับปุ๋ยหรือสารอาหารบริบูรณ์ อาจจะเกิดโรคระบาด และผลผลิตตกต่ำ


จากปัญหาปุ๋ยแพง ในภาพรวมพบว่าชาวนาหลายราย ไม่มีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอซื้อปุ๋ยเคมีมาบำรุงต้นข้าว ส่งผลให้ต้นข้าวแคระแกร็น ใบเหลืองซีด เหมือนถูกปล่อยให้เติบโตเองตามธรรมชาติ เห็นแล้วรู้สึกเสียดายและเสียโอกาส เพราะลงทุนลงแรงมาแล้วทั้งค่าจ้างรถไถ ค่าน้ำมันสูบน้ำ ค่าเมล็ดพันธุ์

ชาวนาจึงเรียกร้องรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาปุ๋ยเคมีแพง เพื่อชาวนาสามารถเข้าถึงซื้อมาบำรุงต้นข้าว หรือหากเป็นไปได้ขอให้ควบคุมและลดราคาลงที่กระสอบละ 800 บาท รวมถึงให้มีนโยบายประกันราคารับซื้อผลผลิตข้าวเปลือกนาปี ที่ตันละ 8,000-9,000 บาท หรือกิโลกรัมละ 8-9 บาท เพียงแค่นี้ชาวนาก็จะพอมีกำไรและลืมตาอ้าปากได้