ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ผู้การตำรวจโคราชเผยคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ ยิงหนุ่มโฟร์แมนดับบนมอเตอร์เวย์ M6 ตร.ระดมกำลังหลายหน่วยล่าเบาะแสรถต้องสงสัยจากกล้องวงจรปิด พร้อมสอบพยานเกือบ 10 ปาก มุ่งปมการขับรถและความขัดแย้งส่วนตัว เร่งรวบรวมหลักฐาน จ่อออกหมายจับคนร้ายเร็วๆ นี้
วันนี้ (31 มี.ค. 69) ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ กรณี นายศุภกร ไตรภพกลาง (กอล์ฟ) อายุ 30 ปี ช่างโฟร์แมน บริษัท สิทรา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ถูกยิงเสียชีวิตริมถนนมอเตอร์เวย์ หมายเลข 6 (M6) กิโลเมตรที่ 172 ขาเข้าตัวเมืองนครราชสีมา ช่วงระหว่างตำบลบุ่งขี้เหล็ก ไป ต.โนนค่า อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา เหตุเกิดเวลา 20.00 น. วันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา นั้น
ล่าสุดวันนี้ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) นครราชสีมา เปิดเผยความคืบหน้าคดีว่า ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังจากหลายหน่วยงาน ทั้งตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ตำรวจภูธรภาค 3 โดยกองบังคับการสืบสวนสอบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ที่อำเภอสูงเนิน ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างเร่งด่วนเพื่อคลี่คลายคดีให้ได้โดยเร็ว ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าพอสมควรแล้ว
ในส่วนของรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน (รถยนต์มิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร สปอร์ต สีขาวและรถยนต์เก๋ง สีแดง) ขับไล่จี้รถยนต์กระบะของผู้ตายก่อนพบถูกยิงเสียชีวิตที่ปรากฏตามสื่อสังคมออนไลน์นั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากภาพที่ได้รับยังไม่ชัดเจน จำเป็นต้องใช้กระบวนการแกะรอยอย่างละเอียดเพื่อยืนยันว่าเป็นรถยนต์คันใด และเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หรือไม่ โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานไปแล้วเกือบ 10 ปาก เพื่อรวบรวมข้อมูลเชื่อมโยงเหตุการณ์
สำหรับแนวทางการสืบสวน เจ้าหน้าที่ได้มุ่งประเด็นการสืบสวนไว้หลายด้าน ทั้งประเด็นการใช้ยานพาหนะ และประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวของผู้เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด หากพบความชัดเจนเพียงพอจะเร่งดำเนินการขอศาลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องในทันที ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คดีมีความชัดเจน รัดกุม คาดว่าจะสามารถคลี่คลายและปิดคดีได้ในเร็วๆ นี้
พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือจากประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้เส้นทางถนน M6 ในช่วงเวลาก่อนและหลังเกิดเหตุ หากพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือมีข้อมูลที่อาจเชื่อมโยงกับคดี สามารถแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการสืบสวนและติดตามตัวผู้กระทำผิดต่อไป


