นครพนม - พี่สาวทนไม่ไหวอัดคลิปร้องมูลนิธิเป็นหนึ่งช่วยน้องสาวอายุ 7 ขวบและน้องชายวัย 6 ขวบถูกป้าแท้ๆ ทำร้ายร่างกายรุนแรงต่อเนื่อง 3-4 ปี โดยเฉพาะเด็กหญิงโดนหนักสุดเพระป้าไม่ชอบเด็กผู้หญิง ขณะที่ป้ามหาภัยปฏิเสธแค่สั่งสอนตอนดื้อ อย่างไรก็ตามล่าสุดเด็กทั้งคู่อยู่ในความดูแลของ พมจ.นครพนมแล้ว
เรื่องราวอันสะเทือนใจชาวโซเชียล มูลนิธิเป็นหนึ่งร่วมฝ่ายปกครองและ พมจ.นครพนม ลงพื้นที่ช่วยเหลือสองพี่น้อง เด็กหญิงวัย 7 ขวบ และเด็กชายวัย 6 ขวบ หลังถูกป้าซึ่งเป็นพี่สาวของแม่ ทำร้ายร่างกายอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 3-4 ปี จนมีรอยฟกช้ำตามใบหน้าและลำตัว โดยเด็กทั้งสองอาศัยอยู่กับป้าในพื้นที่เทศบาลตำบลนาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม เนื่องจากพ่อแม่ไปทำงานต่างประเทศ โดยฝ่ายแม่รับรู้เรื่องการทำร้ายลูกตัวเองแล้ว แต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้เพราะอยู่ห่างไกล
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิเป็นหนึ่งโดยนางสาวชลิดา พะละมาตย์ พร้อมเจ้าหน้าที่จาก พมจ.จังหวัดนครพนม ได้เข้าพื้นที่นำตัวเด็กออกจากบ้านทันที ก่อนเชิญป้าของเด็กคือ นางสุดา พึ่งศรี มาสอบสวน ซึ่งนางสุดาได้ยอมรับว่าทำร้ายเด็กจริง แต่อ้างว่าเป็นการลงโทษสั่งสอนตามปกติ เพราะเด็กดื้อและทำการบ้านไม่ได้
นางสาวชลิดา พะละมาตย์ หรือต้นอ้อ จากมูลนิธิเป็นหนึ่ง เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่สาววัย 17 ปีของเด็กทั้งสอง ซึ่งทนเห็นน้องถูกทารุณกรรมไม่ได้ จึงแอบถ่ายคลิปเป็นหลักฐานแล้วส่งไปขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิฯ จนนำมาสู่การบุกเข้าช่วยเหลือในครั้งนี้ โดยข้อมูลจากพี่สาวระบุว่าป้ามักทำร้ายเด็กหญิงเป็นหลัก ทั้งตี ลากขา ให้นอนกับพื้นกระเบื้องที่เย็นช่วงอากาศหนาว และบังคับทำการบ้านทั้งวัน หากทำไม่ได้จะถูกทุบตี ขณะที่เด็กชายถูกทำโทษน้อยกว่า
"เด็กผู้หญิงโดนหนักที่สุด เพราะป้าไม่ชอบเด็กผู้หญิง น้องทนไม่ไหว ไม่มีใครช่วย แม่ก็อยู่ต่างประเทศ จึงตัดสินใจส่งคลิปมาให้เรา" ต้นอ้อกล่าว
นางสาวชลิดากล่าวย้ำว่า ความรุนแรงในครอบครัวมักถูกซ่อนอยู่หลังรั้วบ้าน และเด็กจำนวนมากไม่มีเสียงในสังคม พร้อมขอความร่วมมือชุมชนอย่าเพิกเฉยหรือกล่าวโทษผู้แจ้งเบาะแส
ขณะเดียวกัน ป้าเด็กปฏิเสธกระแสข่าวว่าได้รับเงินเลี้ยงดูเดือนละ 15,000 บาท โดยอ้างว่าแม่โอนให้เพียงเดือนละ 2,000 บาท ส่วนเงินจากยายเป็นเงินใช้หนี้ ธ.ก.ส. และหนี้อื่นๆ อีก
ส่วนเพื่อนบ้านของแม่เด็กระบุว่า สังเกตเห็นเด็กมีอาการซึมเศร้า ไม่สดใสผิดวัยมานาน แต่ไม่กล้าเข้าไปยุ่ง พร้อมรู้สึกโล่งใจที่เด็กได้รับการช่วยเหลือแล้ว ขณะนี้เด็กทั้งสองอยู่ในความดูแลของหน่วยงานรัฐ เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ และดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทำความรุนแรงต่อไป



