xs
xsm
sm
md
lg

เฮลั่นชาวบ้านโพธิ์ ศาลปกครองระยองตัดสินเพิกถอนสร้างท่าเทียบเรือบ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ระยอง เฮลั่นชาวบ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา สู้นาน 11 ปี วันนี้ศาลปกครองระยองตัดสินเพิกถอนสร้างท่าเทียบเรือบ้านโพธิ์ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนการใช้เขื่อนป้องกันตลิ่งพังเป็นท่าเทียบเรือยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด  

จากกรณีที่มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อมและชาวบ้านใน อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ในนาม 'สมัชชาแปดริ้วเมืองยั่งยืน' ได้รวมตัวกันยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุด เพื่อให้เพิกถอนใบอนุญาตสร้างท่าเทียบเรือบ้านโพธิ์ ที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่มีการทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

โดยชาวบานได้ดำเนินการฟ้องร้องมาตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.56 ที่ผ่านมา และมีผู้ถูกฟ้องคดีรวม 16 คน และได้ทำการต่อสู้ในกระบวนการทางศาลมานานถึง 11 ปีนั้น

เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (2 เม.ย.) นายอัมรินทร์ สายจันทร์ ทนายความมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม พร้อมตัวแทนชาวบ้านซึ่งเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านโพธิ์ และโกดังสินค้าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ได้เดินทางมาศาลปกครองระยอง เพื่อรับฟังคำตัดสินพิพากษา


นายอัมรินทร์ สายจันทร์ ทนายความมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม บอกว่าหลังคดีผ่านมาร่วม 11 ปี ศาลปกครองสูงสุดได้พิพากษาเห็นว่าใบอนุญาตท่าเทียบเรือดังกล่าวออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งอยู่ในข่ายที่ต้องทำ EIA ก่อน นื่องจากเป็นท่าเทียบเรือที่ต้องรองรับเรือขนาดเรือตั้งแต่ 500 ตันกรอสขึ้นไป

และในส่วนของโกดังโรงงานที่ร้องว่าเป็นอาคารริมน้ำต้องทำประเมินผลกระทบเช่นเดียวกันนั้น ศาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่าใบอนุญาตออกเห็นชอบแล้ว และไม่ได้เป็นอาคารที่ตั้งอยู่ริมน้ำ ซึ่งคดีนี้เป็น 1 ในคดีบรรทัดฐานสำคัญที่มีการวินิจฉัยว่าโครงการใดบ้างที่ต้องทำ EIA

“ถือเป็นการสะท้อนถึงความสำคัญของเจตนารมณ์ที่สำคัญที่กฎหมายได้วางกฎเกณฑ์ไว้ว่า ถ้าเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศธรรมชาติ จำเป็นต้องมีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อจะได้กำหนดมาตรการป้องกันผลกระทบให้รัดกุม ซึ่งคดีนี้ถือว่าสิ้นสุดแล้ว”


แต่อย่างไรก็ตาม ท่าเทียบเรือบ้านโพธิ์ยังมีอีกคดีที่ยังมีการฟ้องร้องกันอยู่คือการใช้เขื่อนป้องกันตลิ่งพังเป็นท่าเทียบเรือ ที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด และจากนี้ไปจะได้มีการนำคำสั่งศาลไปติดตามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ามีการตรวจสอบ กำกับดูแล สั่งรื้อถอนท่าเทียบเรือที่มีการสร้างไปแล้ว

ด้าน นางบังอร รัตนโยธิน สมัชชาแปดริ้วเมืองยั่งยืน ผู้ร้องคดีกล่าวว่า รู้สึกพอใจกับคำตัดสินของศาล ซึ่งชาวบ้านต่อสู้มานานหลังต้องได้รับกระทบต่อการดำรงชีวิตจากที่เคยได้ใช้น้ำสะอาด ปลอดภัย สัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์ แต่เมื่อมีโครงการก่อสร้างท่าเรือชีวิตก็เปลี่ยน ซึ่งคำตัดสินของศาลทำให้มีกำลังใจที่จะดูแลทรัพยากรให้อยู่ชั่วลูกชั่วหลานต่อไป



นางบังอร รัตนโยธิน สมัชชาแปดริ้วเมืองยั่งยืน


กำลังโหลดความคิดเห็น