xs
xsm
sm
md
lg

เครือข่ายคนไทยรักชาติรักสถาบันยื่นอธิการ มช.ค้านเสวนา “แห่ไม้ก้ำประชาธิปไตย” หวั่นแฝงปลุกปั่นแบ่งแยกปกครอง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงใหม่ - เครือข่ายคนไทยรักชาติรักสถาบันยื่นหนังสืออธิการบดี ม.เชียงใหม่ แสดงความกังวลคัดค้านการจัดเสวนา “แห่ไม้ก้ำประชาธิปไตย ปักหมุดหมายกระจายอำนาจ” คณะนิติศาสตร์ มช. โดยคณะก่อการล้านนาใหม่ และ “ธนาธร” เข้าร่วมด้วย ห่วงแอบแฝงปลุกปั่นถ่ายทอดแนวคิดแบ่งแยกการปกครอง


วันนี้ (20 มิ.ย. 66) เวลา 15.00 น. ที่สำนักงานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เครือข่ายคนไทยรักชาติรักสถาบัน (ภาคเหนือ) นำโดย รองศาสตราจารย์ธีระ วิสิทธิ์พานิช ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ พร้อมสมาชิกเครือข่าย เข้ายื่นหนังสือให้ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อคัดค้านและแสดงความห่วงใยกรณีการจัดกิจกรรม งานเสวนาวาระรัฐธรรมนูญ-กระจายอำนาจ "แห่ไม้ก้ำประชาธิปไตย ปักหมุดหมายกระจายอำนาจ" ซึ่งจะมีการจัดขึ้นที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในวันที่ 23 มิ.ย. 66 โดยมี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า ร่วมเสวนา ซึ่งขณะนี้มีการโฆษณาในสื่อสังคมออนไลน์ชักชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานเสวนา โดยงานเสวนาดังกล่าวดำเนินงานโดยนักเคลื่อนไหวทางการเมือง, นักวิชาการ, อาจารย์สถาบันการศึกษา และบุคคลที่เคยต้องคดีชุมนุมผิดกฎหมาย พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะและยุยงปลุกปั่นให้ใช้ความรุนแรง

ทั้งนี้ หนังสือดังกล่าวมีเนื้อหาระบุว่า การที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะได้อนุญาตให้กลุ่มบุคคลใดๆ เข้ามาดำเนินการจัดกิจกรรมหรือการเสวนาในทางการเมืองการปกครอง ซึ่งปัจจุบันเป็นเรื่องที่เป็นชีวิตประจำวัน เป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่และต่อการประกอบอาชีพของประชาชนส่วนใหญ่ จึงย่อมต้องมีทั้งผู้ที่เห็นคล้อยและผู้ที่เห็นต่างอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ และเพื่อที่จะให้ต่างได้มีการสนทนาปรึกษาหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นที่หลากหลาย ทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ซึ่งเป็นเจ้าภาพสถานที่เสวนา จึงควรที่จะเสนอแนะให้มีการเชิญบุคคลหลายฝ่าย หลายอาชีพเข้าร่วมเสวนาโดยพร้อมเพรียงกัน แต่การจัดเสวนาที่จะจัดขึ้นนั้น เป็นเสมือนการนำเสนอของกลุ่มบุคคลเพียงฝ่ายเดียว มิได้มีการประกาศเชิญชวนกลุ่มบุคคลอื่นเข้าร่วมโต๊ะเพื่อมีการนำเสนอแนวทางอื่นๆ ที่ผู้จัดอาจมิได้กำหนดหัวข้อขึ้น จึงอาจเป็นการให้ข้อมูลเฉพาะที่ฝ่ายผู้จัดเสวนาประสงค์ที่จะให้ประชาชนที่เข้าร่วมได้ฟังเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น

นอกจากนี้ยังจะมีการดำเนินกิจกรรมต่อในวันรุ่งขึ้น (24 มิ.ย. 66) เริ่มจากอนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิชัยไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ โดยคณะก่อการล้านนาใหม่-NEO LANNA ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ต่อเนื่องกัน เมื่อพิจารณาจากหัวข้อและการเรียกร้องให้คณะก่อการล้านนาใหม่ ให้ช่วยปลดแอกจังหวัดเชียงใหม่ออกจากสยามคือประเทศไทย โดยก่อนปิดงานในวันที่ 24 มิถุนายน จะมีคำประกาศของคณะก่อการล้านนา ซึ่งแม้ว่าขณะนี้จะยังไม่ทราบว่าคำประกาศฯ ดังกล่าวจะมีเนื้อหาอย่างไรบ้าง แต่เมื่อพิจารณาจากการนำข้อเรียกร้องให้มีการแบ่งแยกจังหวัดเชียงใหม่ดังกล่าว ย่อมเห็นได้ว่าน่าจะต้องมีคณะบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือหลายกลุ่ม ได้ร่วมมือกันเพื่อมุ่งประสงค์ที่จะให้มีการแบ่งแยกการปกครองออกจากการเป็นราชอาณาจักรเดียว เป็นการกระทำที่ผิดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 1 ที่บัญญัติว่า "ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้" ผู้นั้นจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา หมวด 2 ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร มาตรา 113 ที่บัญญัติว่าผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ หรือให้ใช้อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้ หรือแบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักรผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

อีกทั้งยังเป็นการสอดคล้องกับที่ได้มีคลิป และข่าวที่มีนักเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกับนักการเมืองพรรคใหญ่พรรคหนึ่งที่ได้ไปทำการปลุกปั่นสนับสนุนให้ขบวนการนักศึกษาแห่งชาติทำประชามติแยกตัวเป็นเอกราช คือเป็นรัฐปาตานี หรือรัฐปัตตานี เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 66 จึงมิใช่เป็นการบังเอิญ เพราะเกิดขึ้นโดยนักเคลื่อนไหวทางการเมืองกลุ่มเดียวกันที่พรรคได้ถูกยุบ และกรรมการพรรคถูกห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเป็นเวลา 10 ปี และในการจัดงานเสวนาฯ ในครั้งที่จะถึงนี้ ได้มีพรรคการเมืองดังกล่าวที่ทำการปลุกปั่นชาวชาติพันธุ์คนที่ราบสูงให้เข้าใจสถาบันพระมหากษัตริย์ไปในทางที่ผิด ให้เดินทางมาร่วมการเสวนา พร้อมทั้งให้เรียกร้องการแบ่งแยกการปกครองของจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นอิสระ

การกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยจากบุคคลภายนอก ทางเครือข่ายฯ เกรงว่าผู้บริหารคณะนิติศาสตร์และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงอาจถูกกล่าวหาจากสังคมว่าได้รู้เห็นเป็นใจด้วยได้ เมื่อคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยินยอมให้บุคคลภายนอกเข้ามาดำเนินงานเสวนาดังกล่าวได้อย่างเสรี ทั้งนี้ เครือข่ายคนไทยรักชาติรักสถาบัน (ภาคเหนือ) ในฐานะภาคประชาชนจึงประสงค์ที่จะขออนุญาตเข้ามาสังเกตการณ์และร่วมงานเสวนาฯ ดังกล่าวด้วย และหากพบเห็นว่ามีการกระทำใดๆ ที่อาจจะเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทางเครือข่ายฯ มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อให้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษทางอาญาแก่บุคคลใดๆ ทั้งที่เป็นตัวการและผู้ให้การสนับสนุน เพื่อปกป้องชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาอันเป็นที่รักของบุคคลส่วนใหญ่ ในเครือข่ายคนไทยรักชาติรักแผ่นดิน






กำลังโหลดความคิดเห็น