xs
xsm
sm
md
lg

ตำรวจอุบลฯ จับขี้ยาหน้าตัวเมีย เลือกวิ่งราวแต่คนชรา ทำแล้ว 6 ครั้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุบลราชธานี - หนุ่มขี้ยาตระเวนชิง วิ่งราวทรัพย์คนชราในพื้นที่อำเภอเมืองอุบลราชธานี ก่อเหตุมาแล้ว 6 ครั้ง เลือกเหยื่อเป็นคนชราจะได้ไม่มีทางสู้ ส่วนเงินนำไปเสพยา


รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ (14 ก.ย.) พ.ต.อ.ธนาพันธ์ ผดุงการ ผกก.สภ.เมืองอุบลราชธานี ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายกิตติศักดิ์ หรือกุ้ง แจ่มหมื่นไวย์ อายุ 30 ปี พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ สแมช สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาชิง วิ่งราวทรัพย์ และลักทรัพย์ รวม 6 คดี

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา นายกิตติศักดิ์ หรือกุ้ง ซึ่งมีประวัติติดยาเสพติดและเพิ่งออกจากศูนย์บำบัดยาเสพติดกองบิน 21 ได้ก่อเหตุฉก ชิง วิ่งราว รวมทั้งลักทรัพย์ เพื่อหาเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพและใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยเริ่มก่อเหตุตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม ลักทรัพย์ในร้านขายของชำซอยชยางกูร 34 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี ได้เงินไป 4,000 บาท สร้อยคอทองคำ 1 บาทบัตร ATM กดเงินสด 7,000 บาท


วันที่ 10 สิงหาคม ลักทรัพย์ เงินสด 8,000 บาท แหวนเพชร จำนวน 2 วง, บัตร ATM ธนาคารกรุงไทย ของนางอุดร อรัมสัจจากูล เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 75 หมู่ 1 ต.ไร่น้อย อ.เมือง อุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี

โดยวันที่ 24 สิงหาคม ชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกีย 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อวีโว่ จำนวน 1 เครื่อง เงินสด จำนวน 1,500 บาท ที่ถนนบูรพาใน ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี วันที่ 2 กันยายน วิ่งราวทรัพย์ สร้อยคอทองคำ พร้อมจี้ น้ำหนัก 2 บาท ที่หน้าบ้านเลขที่ 158 ถ.อุบล-ตระการ ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี


วันที่ 7 กันยายน ลักทรัพย์ เงินสด 23,000 บาท ต่างหูทองประดับเพชร 1 คู่ จากร้านขายของชำเติมเต็ม เลขที่ 102/1 ถ.สุขาสงเคราะห์ ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี และวันที่ 13 กันยายน ลักทรัพย์กระเป๋าสตางค์ใส่เงินสด 6,000 บาท โดยเหยื่อที่นายกิตติศักดิ์ หรือกุ้ง เข้าก่อเหตุจะเป็นคนชราทั้งหมด เพราะเจ้าทรัพย์ไม่ต่อสู้และง่ายต่อการหลบหนี กระทั่งชุดสืบสวนสืบเสาะจากกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ตามถนนตามจับตัวได้ ซึ่งระหว่างการแถลงข่าวมีเจ้าทรัพย์ที่เป็นคนชรามาร่วมฟัง และขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ตามจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

พ.ต.อ.ธนาพันธ์กล่าวว่า คดีที่เกี่ยวกับทรัพย์ เป็นคดีนโยบายของผู้บังคับบัญชา ยิ่งในช่วงโควิดต้องดำเนินการจับกุมมาดำเนินคดีให้ได้ ยิ่งผู้เสียหายที่เป็นคนชรามีอายุไม่มีทางสู้ถือเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุด อยากจะฝากเตือนไปถึงประชาชนขอให้ระวังดูแลทรัพย์สินของตัวเองร่วมด้วย อย่าอยู่ห่างทรัพย์หรือต้องดูแลทรัพย์ของตัวเองให้ดี


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...