ฉะเชิงเทรา - เดือดร้อนหนัก! ชาวบ้าน 3 ตำบล จ.ฉะเชิงเทรา ขาดน้ำเข้านา พื้นที่เกษตรกว่าหมื่นไร่ตั้งแต่ช่วงปลายปี 63 เหตุกรมชลประทานสร้างประตูระบายน้ำขวางคลอง ไม่ดูสภาพใช้งานจริง ด้านนายก อบจ.ยื่นมือช่วยทำทางลัดดึงน้ำลดความเดือดร้อน
วันนี้ (6 ก.ค.) ผุ้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายธนพัจน์ ศรีอุไร กำนัน ต.โพรงอากาศ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ว่าชาวบ้านในพื้นที่ 8 หมู่บ้านของ ต.โพรงอากาศ ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาและต้องใช้น้ำจากคลองชวดตาสี และคลองกระทุ่ม ซึ่งเป็นคลองสายหลักในการทำเกษตรกรรม กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
หลังกรมชลประทานทำการก่อสร้างบานประตูระบายน้ำ บริเวณปากคลองกระทุ่ม ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับคลองแสนแสบ ในพื้นที่ ม.5 ต.โพรงอากาศ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา จนทำให้ประชาชนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมในเนื้อที่รวม 11,415 ไร่ ไม่มีมีน้ำทำการเกษตรโดยเฉพาะนาข้าว
เนื่องจากน้ำในลำคลองแสนแสบไม่สามารถไหลผ่านบานประตูระบายน้ำเข้ามายังคลองกระทุ่ม และชวดตาสี รวมถึงคลองบ้านใหม่ได้ เพราะคานล่างของบานประตู หรือธรณีประตู มีระดับสูงกว่าท้องน้ำในลำคลองเกือบ 2 เมตร แม้ลำคลองจะมีน้ำมาก 60-70 เปอร์เซ็นต์ของความลึกแล้วก็ตาม
ทั้งนี้ ชาวบ้านได้รับผลกระทบมาตั้งแต่ฤดูการผลิตข้าวนาปรังเมื่อปลายปี 63 หลังการก่อสร้างประตูระบายน้ำแล้วเสร็จ และแม้ กรมชลประทานจะได้นำท่อสูบน้ำขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 12 นิ้ว จำนวน 2-3 ท่อ มาทำการสูบน้ำข้ามคานล่างสุดของบานประตูระบายน้ำเพื่อช่วยชาวบ้าน
แต่ปริมาณน้ำที่สูบข้ามส่งให้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของชาวบ้านที่ต้องใช้น้ำทำนาจำนวนมากถึง 8 หมู่บ้าน
โดยกำนัน ต.โพรงอากาศ ยังบอกอีกว่า นอกจากชาวบ้านใน 8 หมู่บ้านแล้ว ยังมีชาวบ้านใน ต.บางแก้ว และ ต.บางขวัญ เขต อ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับผลกระทบจากการไม่มีน้ำใช้ทำการเกษตรเช่นกัน พร้อนวอนหน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งแก้ไขโดยด่วน
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อช่วงสายวันเดียวกัน นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณประตูระบายน้ำปากคลองกระทุ่ม พื้นที่ ม.5 ต.โพรงอากาศ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือชาวบ้านที่กำลังได้รับความเดือดร้อน
โดยเบื้องต้น ได้นำท่อซีเมนต์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เมตร ยาว 1 เมตร จำนวน 130 ท่อน พร้อมเครื่องจักรกลงานหนัก (รถแบ็กโฮ) เข้าทำการขุดวางท่อส่งน้ำใหม่ให้ชาวบ้าน ด้วยการทำเป็นเส้นทางลัดส่งน้ำแบบบายพาส เชื่อมจากลำคลองแสนแสบที่ด้านหน้าประตูระบายน้ำ ลัดผ่านที่ดินของเอกชนซึ่งเป็นผู้ประกอบการโรงสีข้าว อ้อมไปทางด้านหลังบานประตูระบายน้ำ เพื่อส่งน้ำให้แก่ชาวนาได้คลายความเดือดร้อน
“หลังทราบว่ากรมชลประทานได้กั้นประตูทดน้ำไว้สูงกว่าระดับน้ำลำคลองจนทำให้น้ำไหลผ่านคานประตูไม่ได้ จึงขอความร่วมมือไปยังโรงสีข้าวของบริษัท โรงสีเตียหลีฮง จำกัด เพื่อขอฝังท่อซีเมนต์ขนาด 1 เมตร ลึก 4.5 เมตร และยาว 130 เมตรผ่านพื้นที่ ลดความเดือดร้อนของชาวบ้านใน 3 ตำบล คือ ต.โพรงอากาศ อ.บางน้ำเปรี้ยว ต.บางแก้ว และ ต.บางขวัญ อ.เมืองฉะเชิงเทรา” นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา กล่าว



