xs
xsm
sm
md
lg

ชาวบ้านโยธะกา จ.ฉะเชิงเทรา ปั้นศิวลึงค์ขอฝนเข้าผืนนา หลังประสบปัญหาแล้งหนัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ฉะเชิงเทรา - ศิวลึงค์สู้ภัยแล้ง! ชาวบ้านโยธะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมใจปั้นศิวลึงค์ตั้งกลางถนน หวังขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล ช่วยผืนนาที่กำลังขาดน้ำอย่างหนัก จนเกิดกระแสดรามาในโลกออนไลน์

วันนี้ (10 มิ.ย.) นายชำนาญ แก่นทองแดง ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต.โยธะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา เผยถึงการจัดทำศิวลึงค์ขอฝนที่ชาวบ้านในพื้นที่ ม.2 ม.6 และ ม.9 ใน ต.โยธะกา ได้ช่วยกันปั้นและนำไปตั้งไว้กลางถนนบริเวณประตูระบายน้ำคลอง 20 ขวางกั้นคลองบางไทร ซึ่งเป็นทางตัน และไม่มีรถสัญจร ว่าเป็นไปตามความเชื่อของชาวบ้านในพื้นที่ที่กระทำสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน

โดยเชื่อว่าหากนำดินเหนียวแดงมาปั้นปลัดขิก หรือศิวลึงค์ เพื่อขอฝนจะทำให้มีฝนตก และถือเป็นประเพณีที่กระทำสืบต่อกันมาเป็นประจำ แต่จะเน้นหนักไปในปีที่มีฝนน้อย หรือฝนไม่ตกตรงตามฤดูกาลจนเกิดปัญหาภัยแล้งเพราะชาวบ้านต้องการน้ำทำนา

ขณะที่ศิวลึงค์ที่ปั้นในครั้งนี้มีขนาดฐานกว้าง 1.75 เมตร สูง 1.93 เมตร และระหว่างการปั้นชาวบ้านยังได้ร่วมกันประกอบพิธีจุดธูป 16 ดอก เพื่อบูชาเจ้าที่เจ้าทาง และภาวนาร้องขอต่อเทวดา 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน รวมทั้งขอองค์อินทร์ทั้งหลายช่วยดลบันดาลให้ฝนตกโปรยปรายลงสู่พื้นที่ และหากมีฝนตกลงมาตามที่ขอ ดินเหนียวที่ชาวบ้านนำมาปั้นก็จะถูกน้ำฝนชะละลายลงสู่ผืนดินตามธรรมชาติ


ทั้งนี้ เนื่องจากชาวบ้านใน ต.โยธะกา มีอาชีพหลักคือ การทำนา และปัจจุบันยังมีทำผืนนาที่ช่วยกันรักษาไว้จำนวนหลายหมื่นไร่ โดยนับตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมาแม้กรมอุตุนิยมวิทยาจะประกาศให้เป็นเดือนเริ่มต้นของการก้าวสู่หน้าฝน แต่ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา กลับแทบจะไม่มีฝนตกลงมาจนทำให้ต้นข้าวยืนต้นรอฝน และเหี่ยวเฉาตายไปในที่สุด

“ส่วนกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ทั้งในแง่บวกและแง่ลบเรื่องการจัดทำศิวลึงค์ขอฝนนั้น ขอยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดี เพียงแต่เป็นความเชื่อและประเพณีที่ชาวบ้านยึดถือมานาน เช่นเดียวกับการแห่นางแมวที่ชาวบ้านเคยทำ แต่ถูกกล่าวหาว่าเป็นทรมานสัตว์”

พร้อมยืนยันว่า การปั้นศิวลึงค์ขอฝนไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน เนื่องจากจุดที่นำศิวลึงค์ไปตั้งเป็นเส้นทางตันที่จะมุ่งหน้าลงสู่ลำคลองบริเวณประตูระบายน้ำคลอง 20 ขวางกั้นคลองบางไทร และไม่มีรถสัญจรผ่านไปมา อีกทั้งยังเป็นเส้นทางพุ่งลงคลอง และไม่มีบ้านคนทั้ง 2 ฝั่งถนน และเจ้าของพื้นที่ยังห้ามไม่ให้รถยนต์วิ่งผ่านโดยเด็ดขาด


“สิ่งที่ชาวบ้านช่วยกันทำไม่ได้เป็นอย่างที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะประเด็นการตั้งศิวลึงค์ ขวางถนนจนเกรงว่าจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ แต่ในทางกลับกัน จุดที่ตั้งยังถือว่เป็นการป้องกันอุบัติเหตุมากกว่า เนื่องจากที่ผ่านมา เคยมีคนที่ไม่รู้เส้นทางขับรถเข้ามาในจุดดังกล่าวจนรถพุ่งตกลงคลองไปแล้ว”

ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต.โยธะ ยังฝากวอนให้หยุดกระแสดรามาในโลกออนไลน์ และยืนยันว่าสิ่งที่ชาวบ้านช่วยกันทำเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล และได้ปฏิบัติสืบทอดกันมานาน ซึ่งในอดีตก็ไม่เห็นว่าจะเกิดปัญหาแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ชาวบ้านได้ช่วยกันปั้นศิวลึงค์ขอฝน ทำให้เริ่มมีฝนตกโปรยปรายในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้าวานนี้ และยังมีฝนตกหนักลงมาอีกครั้งในช่วงบ่ายจนทำให้ผืนนาในพื้นที่เริ่มมีน้ำขัง จึงยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นให้ชาวบ้านในเรื่องดังกล่าว แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่ที่วิจารณญาณของแต่ละบุคคล

โดยชาวบ้านรายหนึ่งบอกว่า ถือเป็นสัญญาณดีตามหลักโบราณที่ว่าหากมีเมฆฝนทับตะวันเกิดขึ้นในพื้นที่เช่นเดียวกับการที่มีฝนตกหนักเมื่อวานนี้ จะทำให้มีฝนตกลงมาห่าใหญ่สมกับความต้องการของชาวบ้าน ที่สำคัญการร่วมใจปั้นศิวลึงค์ของคนในพื้นที่ยังแสดงออกถึงความสามัคคีกันในชุมชนอีกด้วย










Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...