ศูนย์ข่าวขอนแก่น - ฉายแววแต่เด็ก “น้องแคนเด้อ” ลูกชายอดีตนักดนตรีประจำวงโปงลางสะออน อายุเพียง 2 ขวบเศษแต่ฉายแววเป็นศิลปินพื้นบ้านอีสานเหมือนพ่อ ชอบหยิบจับแคน โหวด โปงลางมาเล่นเอง แม้ยังเป่าและตีไม่ได้เหมือนเด็กโต แต่ลีลาและท่าทางจับเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นดูแล้วมืออาชีพมาก
“น้องแคนเด้อ” ด.ช.รังสรรค์ศิลป์ เพ็ชรแสน ลูกชายของนายจักรพงศ์ เพ็ชรแสน หรือครูพงศ์ อายุ 35 ปี อดีตนักดนตรีวงโปงลางสะออน ชาวบ้านค้อ ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ฉายแววความเป็นศิลปินพื้นบ้านอีสานตั้งแต่เด็ก อายุเพียง 2 ขวบ 1 เดือน แต่ชอบหยิบจับเครื่องดนตรีอีสาน ทั้งโหวด โปงลาง และแคน มาเป่ามาตีเป็นประจำ แม้จะยังเล่นไม่ได้เหมือนเด็กโต แต่ลีลาและท่าทางของน้องแคนเด้อไม่ต่างจากนักดนตรีที่เล่นอยู่บนเวทีหมอลำ
นายจักรพงศ์ เพ็ชรแสน อดีตนักดนตรีประจำวงโปงลางสะออน พ่อของน้องแคนเด้อ เล่าว่า ในช่วงที่ภรรยาตั้งท้องน้องแคนเด้อซึ่งเป็นท้องแรก ตนมักจะนำเอาแคนซึ่งเป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสานที่ตนชอบออกมาเป่าเป็นเพลงให้น้องแคนเด้อและภรรยาฟังเป็นประจำ เพราะเชื่อว่าลูกในท้องสามารถสัมผัสรับรู้รับฟังเสียงแคนได้ เมื่อน้องแคนเด้อคลอดออกมาแล้ว ตนก็ยังคงเป่าแคนขับกล่อมอยู่เสมอๆ ด้วยความที่ชื่นชอบการเป่าแคนเป็นชีวิตจิตใจ เลยตั้งชื่อให้ลูกชายว่าน้องแคน
นายจักรพงษ์บอกว่า แทบจะทุกครั้งที่ได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรในการสอนดนตรีอีสานพื้นบ้านตามสถานที่ต่างๆ เมื่อมีการเล่นเครื่องดนตรี น้องแคนก็จะออกลีลาฟ้อนรำตามจังหวะเสียงแคนตามประสาเด็กๆ แม้กระทั่งเวลาที่มีนักเรียนและนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ มาดูการสาธิตการเล่นเครื่องดนตรีพื้นบ้าน น้องแคนเด้อก็จะมีส่วนร่วมด้วยทุกครั้ง โดยนำแคนขนาดเล็กออกมาเป่าพร้อมกับย่อตัวเป็นจังหวะ เมื่อเป่าแคนไปได้สักพักก็จะไปตีกลองและโปงลาง แม้ว่าจะไม่เป็นเพลงหรือจังหวะ แต่ก็น่าภาคภูมิใจเพราะเด็กอายุ 2 ขวบทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว
“ในอนาคตเมื่อโตขึ้นก็อยากให้น้องแคนเด้อสานต่อเจตนารมณ์ของผม คือสามารถเล่นเครื่องดนตรีพื้นบ้านเป็น ไม่ว่าจะเป็นแคน โปงลาง โหวด และพิณ เพื่อจะได้สืบต่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมดนตรีอีสานต่อไป” นายจักรพงษ์กล่าว



