xs
xsm
sm
md
lg

ชาววังยางกำลังใจล้น เร่งสร้างเรือไฟใหม่ให้ทันแสดงอาลัยถวายฯ หลังถูก “ทกซูรี” ซัดลงโขง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


นครพนม - ชาวอำเภอวังยางไม่ท้อหลังถูกพายุซัดโครงไม้ไผ่เรือไฟหาย ระดมกำลังเร่งสร้างใหม่ให้ทันพิธีแสดงความอาลัยถวายแด่ในหลวง ยืนยันไม่เป็นอุปสรรค มั่นใจเสร็จทัน

วันนี้ (19 ก.ย.) นายชวพล เกตุสระ ปลัดอำเภอวังยาง ผู้ดูแลควบคุมการก่อสร้างเรือไฟเพื่อร่วมไหลโชว์ในงานประเพณีออกพรรษาไหลเรือไฟ ยังคงเร่งระดมแรงงานอาสาตัวแทนชาวบ้านจากชุมชนหมู่บ้านต่างๆ ขนไม้ไผ่มาดำเนินการสร้าง ต่อเติมโครงสร้างเรือไฟ ตามแบบภูมิปัญญาชาวบ้านกันอีกครั้ง

ภายหลังจากประสบปัญหาพายุฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง พัดเรือไฟของ อ.วังยาง ที่กำลังก่อสร้างขึ้นด้วยโครงสร้างไม้ไผ่ ความยาวกว่า 60 เมตร สูงกว่า 20 เมตร สูญหายไปตามลำน้ำโขง

โดยเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันค้าหาแต่ยังไม่พบ คาดว่าจะถูกพัดไปยังฝั่ง สปป.ลาว หรืออาจพังเสียหายไปกับลมพายุ จะต้องเร่งดำเนินการก่อสร้างใหม่ให้ทันวันไหลเรือไฟออกพรรษา คิดมูลค่าความเสียหายเป็นเงินเกือบ 1 แสนบาท

ล่าสุดชาวบ้านได้เร่งต่อเติมสร้างเรือไฟ มีความคืบหน้าไปเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ ยืนยันชาวบ้านยังไม่ท้อ เนื่องจากเป็นความภาคภูมิใจของชาว จ.นครพนม 1 ปีมีครั้งเดียวที่จะได้ร่วมแรงร่วมใจกัน แสดงถึงความรักสมัครสมานสามัคคีในการสืบสานประเพณี จัดสร้างเรือไฟไหลคืนวันออกพรรษาตามประเพณี ที่สำคัญปีนี้เป็นความภาคภูมิใจสูงสุด ที่ได้ร่วมจัดสร้างเรือไฟที่เน้นลวดลาย แสดงออกถึงความจงรักภักดี แสดงอาลัยถวายแด่ในหลวง รัชกาลที่ ๙ และเทิดพระเกียรติในหลวง รัชกาลที่ ๑๐

โดยในการทำเรือไฟสำคัญที่สุดคือ ไม่มีค่าจ้างแรงงาน ชาวบ้านส่วนใหญ่จะมาด้วยจิตอาสา และไม่หวังค่าจ้างรางวัล


ขณะเดียวกัน ในส่วนของชาวบ้านในพื้นที่ 12 อำเภอต่างเร่งเตรียมอุปกรณ์ ไม้ไผ่มาดำเนินการเร่งทำเรือตามแนวริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตเทศบาลเมืองนครพนม เพื่อเตรียมพร้อมจัดงานประเพณีไหลเรือไฟออกพรรษา ซึ่งในปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 กันยายน 2560 ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2560

โดยจะมีการสร้างเรือไฟขนาดใหญ่ไหลโชว์คืนวันออกพรรษาในวันที่ 5 ตุลาคม 2560 มากกว่า 13 ลำ มีขนาดความยาวกว่า 80 เมตร สูงกว่า 20 เมตร ประดับตกแต่งด้วยตะเกียงไฟมากกว่า 30,000 ดวง ใช้งบประมาณก่อสร้างมากกว่า 1 ล้านบาทต่อลำ

ซึ่งในปีนี้เกิดพายุฝนตกหนักบ่อยครั้ง รวมถึงระดับน้ำโขงสูง ต้องเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างมากขึ้น เกรงว่าจะถูกพายุพัดพังเสียหาย

นายชวพล เกตุสระ ปลัดอำเภอวังยาง ผู้ดูแลควบคุมการก่อสร้างเรือไฟ เปิดเผยว่า หลังเกิดพายุเมื่อสองวันที่ผ่านมาทำให้ลมพายุพัดเรือไฟสูญหายไปตามลำน้ำโขง ค้นหาไม่พบคาดว่าถูกพัดหายไปทางฝั่งลาว จึงตัดสินใจทำใหม่ โดยชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจกันนำไม้ไผ่มาต่อเติมทำโครงสร้างใหม่รอบสอง ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคปัญหา

กลับยิ่งทำให้ชาวบ้านภาคภูมิใจ ถึงแม้จะมีอุปสรรค แต่ยังร่วมแรงร่วมใจกันมากขึ้น เพื่อให้เรือไฟเสร็จทันงานคืนวันที่ 5 ตุลาคม 2560

นอกจากนี้ ปีนี้ถือว่าภาคภูมิใจสูงสุดที่จะได้ร่วมสร้างเรือไฟร่วมแสดงอาลัยถวายแด่ในหลวง รัชกาลที่ ๙ เน้นลวดลายที่แสดงถึงความจงรักภักดี ให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

กำลังโหลดความคิดเห็น