xs
xsm
sm
md
lg

ตร.หัวหิน รวบชาวรัสเซียคาสุวรรณภูมิหลังก่อเหตุระเบิดตู้เอทีเอ็มที่หัวหิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ประจวบคีรีขันธ์ - รอง ผบช.ภาค 7 รรท.ผบก.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมตำรวจภูธรหัวหิน ประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง รวบรัสเซียก่อเหตุระเบิดตู้เอทีเอ็มหัวหิน หน้าสำนักงานที่ดินหน้าอำเภอหัวหิน แต่ไม่สำเร็จ และพยามหลบหนีเดินทางออกนอกประเทศไปคาซัคสถานในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ขณะพักรอขึ้นเครื่องบิน พร้อมสั่งเพิ่มมาตรการคุมเข้มช่วงเทศกาลปีใหม่ ตามแผนยุทธการพิทักษ์ประจวบคีรีขันธ์

เมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้ (28 ธ.ค.) พล.ต.ต.ธนายุตน์ วุฒิจรัสธำรง รอง ผบช.ภ.7 รรท.ผบก.ภ.จว.ประจวบตีรีขันธ์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผกก.หัวหิน ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.หัวหิน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ได้ร่วมกันสอบปากคำนายคอนสแตนติน โดลโกฟ (MR.KORNS TANTIN DOLGOV) อายุ 27 ปีชาวรัสเซีย ตามหมายจับของศาลจังหวัดหัวหิน จ.286/2559 ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2559 หลังก่อเหตุใช้ถังแก๊สและถังออกซิเจน พร้อมหัวตัดเหล็กเข้าดำเนินการเจาะตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย สาขาหน้าสำนักงานที่ดินอำเภอหัวหิน ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ระจวบคีรีขันธ์ เหตุเกิดเมื่อเวลา 03.30 น.ของวันที่ 26 ธันวาคม 2559 แต่ไม่สำเร็จ และนำอุปกรณ์ทั้งหมดมาทิ้งไว้บริเวณทางขึ้นเขาหินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จนตำรวจชุดสายตรวจ สภ.หัวหิน มาเจอ และออกสืบสวนดูจากกล้องซีซีทีวีจนพบนายคอนสแตนดิน โดลโกฟ เป็นผู้ลงมือกระทำการดังกล่าว พร้อมนำรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน กค 7900 ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งผู้ต้องหาเป็นผู้เช่า และนำไปใช้ก่อเหตุในคืนดังกล่าว

ต่อมา เจ้าหน้าที่ สภ.หัวหิน สามารถตรวจยึดรถยนต์กระบะคันดังกล่าวได้ที่จอดรถภายในโรงแรมแห่งหนึ่งในซอยหัวหิน 88 ที่ผู้ต้องหาจอดรถเอาไว้ และหลบหนีออกจากพื้นที่ อ.หัวหิน หลังก่อเหตุ และได้สอบถามไปยังเจ้าของรถที่ให้เช่าจนทราบชื่อผู้เช่าในเวลาต่อมาจึงรับออกติดตามตัวทันที

พล.ต.ต.ธนายุตน์ วุฒิจรัสธำรง รอง ผบช.ภ.7 รรท.ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาผ่านล่ามซึ่งให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือทำเพียงคนเดียว โดยพฤติกรรมหาซื้ออุปกรณ์ทั้งหมดทั้งถังแก๊ส ถังออกซิเจน และชุดหัวตัดจากร้านค้า โดยเบื้องต้นตอนแรกผู้ต้องหาชาวรัสเซียคนนี้พยายามเลือกที่จะลงมือดำเนินการตรงจุดอื่นแต่ไม่สบโอกาส จึงหันมาที่ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงไทย สาขาสำนักงานที่ดินอำเภอหัวหิน แทน และใช้สก๊อตเทปปิดบริเวณกล้องที่หน้าตู้เอทีเอ็ม และไม่ใช้วิธีการใช้แก๊สตัด แต่งัดฝารับเงินด้านหน้าแล้วนำสายแก๊สและสายออกซิเจนยาวประมาณ 1 เมตร เสียบลงไปในช่องรับเงินโดยเปิดวาล์วทั้งแก๊ส และออกซิเจนด้วย

หลังจากนั้น ใช้สายชนวนต่อจากด้านนอก และจุดไฟเพื่อเข้าไปที่ช่องรับเงินเพื่อให้เกิดระเบิดภายในเพื่อจะเอาเงินด้านในแต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากมีไฟลุกไปไม่ถึงด้านใน ประกอบกับมีชาวบ้านขี่จักรยานยนต์มาพบจึงต้องรีบเก็บอุปกรณ์ และรีบนำไปโยนทิ้ง และออกนอกพื้นที่พยายามหลบหนีไปขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิ

โดยผู้ต้องหาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวหิน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน เข้าไปดำเนินจับกุมได้ขณะที่กำลังอยู่ในห้องโถงผู้โดยสารขาออกประตู เอฟ 6 เวลา 02.35 น. เพื่อขึ้นเครื่องบินเที่ยวบินหลบหนีออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปยังเมืองอัลมาดิ ประเทศคาซัคสถาน โดยเที่ยวบินที่ FZ0522 ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา และจึงนำมาสอบสวน และดำเนินคดีตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้นับว่าโชคดีที่ผู้ต้องหาไม่เลือกตู้เอทีเอ็มที่อยู่ในอาคารเพราะหากเกิดระเบิดเชื่อว่าจะรุนแรง ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าน้าที่ตำรวจ สภ.หัวหิน และหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรประจวบฯ ให้เพิ่มมาตรการเข้มงวดตามที่สถานที่ต่างๆ และจุดล่อแหลม โดยเฉพาะในช่วงนี้ไปจนถึงเทศกาลปีใหม่

นอกจากนี้ พล.ต.ต.ธนายุตน์ วุฒิจรัสธำรง รอง ผบช.ภ.7 รรท.ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขัน ยังได้มอบเกียรติบัตรเพื่อแสดงความขอบคุณ นายมนัสพงษ์ เปลี่ยนประดับ ที่เห็นเหตุการณ์ และกดโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาที่ศูนย์วิทยุ สภ.หัวหิน ด้วย

นายมนัสพงษ์ เปลี่ยนประดับ กล่าวว่า ได้ขับขี่จักรยานยนต์ผ่านมารับแฟนเสร็จแล้วสังเกตเห็นรถยนต์กระบะคันดังกล่าวจอดอยู่ด้านหน้าตู้เอทีเอ็ม และเห็นชายเป็นฝรั่ง 1 คน อยู่ที่ตู้เอทีเอ็ม และเห็นไฟลูกจากด้านนอกมายังตู้เอทีเอ็ม และมีเสียงดังไม่มาก จนกระทั่งฝรั่งหันมาเห็น และรีบเก็บอุปกรณ์เป็นถังแก๊สขึ้นรถกระบะ และขับออกไปเลี้ยวเข้าไปในซอยหัวหิน 114 จึงได้โทรศัพท์แจ้งไปยัง สภ.หัวหิน ทันที