xs
xsm
sm
md
lg

ชาวสวนลองกองเกือบ 6,000 ราย เข้าร่วมโครงการลองกองผลไม้ดีชายแดนใต้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เกษตรกรผู้ปลูกลองกองจังหวัดชายแดนใต้เกือบ 6,000 ราย เข้าร่วมโครงการลองกองผลไม้ดีชายแดนใต้ นำร่อง “เกษตรประณีต” ทำให้ได้คุณภาพดี ขายได้ราคา

“ลองกอง” ถือเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญของเกษตรกรใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า ลองกองที่อร่อยที่สุดในโลก หอม หวาน อร่อย เม็ดน้อย ต้องเป็นลองกองจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกขนาดใหญ่ของประเทศไทยเท่านั้น แต่เนื่องด้วยเกษตรกรผู้ปลูกลองกองส่วนใหญ่เป็นรายย่อย มีฐานะยากจน ประสบปัญหาขายผลผลิตไม่ได้ราคา

รัฐบาลจึงมีความห่วงใยต่อปัญหาดังกล่าว จึงได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย ซึ่งรับผิดชอบการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ได้ประสานกับสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานตามแนวพระราชดำริ และมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท (ก่อตั้งโดยผู้บริหารและพนักงานเครือเจริญโภคภัณฑ์) เพื่อแสวงหาความร่วมมือในการพัฒนาระบบการผลิต และการตลาดลองกองในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกลองกองมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยมุ่งเน้นการทำการเกษตรแบบประณีต พร้อมหาช่องทางการจำหน่ายผ่านโครงการลองกองผลไม้ดี ชายแดนใต้ ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการประมาณ 6,000 ราย จากจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกลองกองทั้งหมดในจังหวัดชายแดนใต้ 71,891 ราย

นายนิดิง นิแว เกษตรกรต้นแบบผู้เข้าร่วมโครงการลองกองผลไม้ดีชายแดนใต้ของ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส กล่าวว่า ตนมีอาชีพทำสวนลองกองมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ที่ผ่านมา ในช่วงเดือนกันยายน และตุลาคมผลผลิตลองกองใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะออกสู่ตลาดจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำ สร้างความเดือดร้อนแก่เกษตรกรผู้ปลูกลองกอง ประกอบกับปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ทำให้เกษตรกรไม่สามารถเข้าไปเก็บผลผลิตได้อย่างเต็มที่ และพ่อค้าคนกลางไม่กล้าเข้าไปรับซื้อ ทำให้ผลผลิตส่วนใหญ่เน่าเสีย และถูกทิ้งไว้ในสวน

ด้วยเหตุนี้จึงตัดสินใจนำสวนลองกองขนาด 25 ไร่ ของตนเองเข้าร่วมโครงการฯ โดยปรับมาทำสวนลองกองแบบ “เกษตรประณีต” ตามที่นักวิชาการด้านการเกษตรมาแนะนำ คือ การดูแล เอาใจใส่ต้นลองกองตั้งแต่ก่อนออกดอก บำรุงรักษาเมื่อออกดอก และให้ผล การเก็บผลผลิตและคัดแยกบรรจุภัณฑ์ และการขนส่งจนถึงผู้บริโภค ทั้งนี้ เพราะต้องการให้ลองกองมีคุณภาพดีขึ้น จะได้ขายได้ราคา

“แม้ลองกองนราธิวาสจะขึ้นชื่อเรื่องความหวานอร่อย แต่ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการทำเกษตรที่ต้องดูแลเอาใจใส่ และควบคุมคุณภาพ ลองกองจึงจะออกผลสวย นักวิชาการได้แนะนำให้ทำการริดช่อออกในช่วงที่ลองกองกำลังออกดอก และติดผลให้เหลือไว้แต่พอเหมาะ เพราะวิธีนี้จะทำให้ผลลองกองมีขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ยังสอนให้ทำการตัดแต่ง และการไว้ช่อ โดยต้องดูปริมาณช่อกับต้นให้สมดุลกัน หากมองดูเห็นช่อผลมีจำนวนลองกองมากเกินไปก็ต้องริดออก และต้องคอยดูแลอย่าให้ช่อชิดติดกัน เพราะจะทำให้ได้ผลผลิตช่อขนาดเล็ก ผลเล็ก หากต้องการลองกองสวยๆ ช่อใหญ่ ผลใหญ่อย่าเสียดายช่อเล็ก การทำลองกองให้ได้ดี อยู่ที่การปฏิบัติของเจ้าของสวนว่าจะมีความละเอียดอ่อนมากน้อยแค่ไหน หากปฏิบัติดีผลผลิตก็จะได้ดีมีคุณภาพตรงกับความต้องการ ทำให้ได้เกรดดี ขายได้ราคาดีแน่นอน”

ปัจจุบัน สวนลองกองของ นายนิดิง ได้เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพลองกองเผยแพร่ความรู้ให้เกษตรกรในหมู่บ้านได้เรียนรู้กระบวนการปลูกลองกองให้ได้คุณภาพ

ขณะที่ นายมาหะมะรุสดี สะอะ เกษตรกรสวนลองกอง อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมา เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมขายลองกองแบบเหมาสวน จึงขาดการดูแล ปล่อยให้ลองกองเติบโตเองตามธรรมชาติ ผลผลิตจึงไม่ค่อยมีคุณภาพ แต่ในปีนี้ทางประชารัฐ ร่วมกับสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ และมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท ได้เข้ามาแนะนำให้ทำการเกษตรแบบประณีต จึงทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพขายได้ราคาดี ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่ตนเองได้มาเข้าร่วมโครงการลองกองผลไม้ดีชายแดนใต้ ซึ่งมีนักส่งเสริมการเกษตรเข้ามาถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรเจ้าของสวนในการดูแลรักษาผลผลิตลองกองอย่างใกล้ชิด ตามหลักวิชาการ ตั้งแต่ขั้นตอนการตัดแต่งกิ่ง การตัดแต่งช่อดอกและช่อผล การใส่ปุ๋ยเพื่อบำรุงต้นและผล ตลอดจนการให้น้ำอย่างเพียงพอ เพื่อพัฒนาคุณภาพผลผลิตเพื่อให้ผลผลิตลองกองที่ดีออกสู่ตลาด มีคุณภาพดีตรงตามความต้องการของผู้บริโภค

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานภาครัฐ คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ (E3) เปิดเผยว่า จุดเด่นของการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบการผลิตและการตลาดผลไม้ โดยเฉพาะลองกอง ตามนโยบายประชารัฐในครั้งนี้ คือ การดำเนินการอย่างครบวงจรด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย ตั้งแต่ต้นทาง คือ เกษตรกรผู้ปลูกลองกองที่สมัครใจเข้าร่วมพัฒนาระบบการผลิตแบบประณีต ด้วยการดูแลเอาใจใส่ต้นลองกองตั้งแต่ก่อนออกดอก บำรุงรักษาเมื่อออกดอกและให้ผล กลางทาง คือ ศูนย์คัดแยกฯ สหกรณ์ ตลาดกลางฯ และพ่อค้าคนกลาง ทำการรวบรวมผลผลิตเพื่อคัดแยกและรับรองคุณภาพผลผลิตจนถึงปลายทาง คือ ร้านค้าปลีก ค้าส่งชั้นนำกระจายผลผลิตไปยังผู้บริโภค

การดำเนินงานดังกล่าวนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการในปีนี้ได้หันมาร่วมโครงการทำการเกษตรแบบประณีตให้ผลผลิตมีคุณภาพดีเป็นที่ต้องการของตลาด และสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่เป็นธรรม ช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน

นอกจากนี้ ยังได้ประสานกับสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานตามแนวพระราชดำริ และมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท แสวงหาความร่วมมือในการพัฒนาระบบการผลิตและการตลาดผลไม้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนำร่องโครงการ “ลองกอง ผลไม้ดีชายแดนใต้” จากจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ความมั่นคง ความสงบสุข และการกินดีอยู่ดีของประชาชน

ทั้งนี้ มีผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ รวมถึงองค์กร และหน่วยงานต่างๆ ขานรับนโยบายประชารัฐโครงการ “ลองกองผลไม้ดีชายแดนใต้” ในการเป็นช่องทางการจำหน่ายลองกองจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ จำนวน 3,244 ตัน โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ รับไปทั้งสิ้น 1,000 ตัน ซึ่งจะนำไปจำหน่ายผ่านห้างแม็คโคร 750 ตัน และร้านเซเว่น อีเลฟเว่น 250 ตัน เทสโก้ โลตัส รับไปทั้งสิ้น 915 ตัน ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รับไป 450 ตัน บิ๊กซี ซึ่งเป็นของกลุ่มไทย เบฟเวอเรจ รับไป 215 ตัน กูร์เมต์ มาร์เก็ต ในเครือเดอะมอลล์ รับไป 50 ตัน ไทยเบฟเวอเรจ รับไป 100 ตัน สภาเกษตรกรฯ รับไป 200 ตัน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับไป 100 ตัน มูลนิธิปิดทองหลังพระ รับไป 75 ตัน ไปรษณีย์ไทย รับไป 40 ตัน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย รับไป 30 ตัน มหาวิทยาลัยบูรพา รับไป 20 ตัน และนายมีชัย วีระไวทยะ รับไปอีก 3 ตัน

นายอภัยชนม์ วัชรสินธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ ด้านประสานกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะกรรมการและรองเลขาธิการ มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท (ก่อตั้งโดยผู้บริหารและพนักงานเครือเจริญโภคภัณฑ์) กล่าวว่า มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบทมีภารกิจสำคัญคือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตชนบท โดยมุ่งเน้นความดี 3 ประการ คือ เป็นคนดี พลเมืองดี และอาชีพดี ภายใต้ยุทธศาสตร์หลัก 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาคน ส่งเสริมอาชีพ การพัฒนาชุมชน และคุณภาพชีวิต การฟื้นฟู และร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ด้วยเหตุนี้จึงพร้อมเต็มที่ในการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ ดำเนินโครงการ “ลองกองผลไม้ดีชายแดนใต้” เพื่อพัฒนาระบบการผลิตและการตลาดลองกองในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

นอกจากนี้ ในส่วนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการเป็นช่องทางจัดจำหน่ายลองกองจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้เป็นจำนวนถึง 1,000,000 กิโลกรัม หรือ 1,000 ตัน ซึ่งคิดเป็น 30% ของปริมาณลองกองทั้งหมดในโครงการลองกองผลไม้ดีชายแดนใต้ โดยจะนำมาจำหน่ายผ่านห้างแม็คโคร จำนวน 750,000 กิโลกรัม และอีก 250,000 กิโลกรัม ผ่านร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ทั้งนี้ เพื่อให้คนไทยทั้งประเทศได้บริโภคลองกองความอร่อยจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้กันอย่างทั่วถึง โดยจะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป

การดำเนินงานที่เกิดจากความร่วมมือของพลังประชารัฐในโครงการลองกองผลไม้ดีชายแดนใต้จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการในปีนี้ได้หันมาร่วมโครงการทำการเกษตรแบบประณีต ให้ผลผลิตมีคุณภาพดีเป็นที่ต้องการของตลาด และสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่เป็นธรรม นับเป็นอีกหนึ่งโครงการนำร่องที่จะช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวสวนลองกองในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน



กำลังโหลดความคิดเห็น