xs
xsm
sm
md
lg

รองอธิบดีกรมเจ้าท่าฯ ลงพื้นที่ประชุมด่วนหารือปัญหาเรือจม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ศูนย์ข่าวศรีราชา- รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ลงพื้นที่ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรณีเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่จม มั่นใจไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หลังส่งเรือขจัดคราบน้ำมัน และกางบูมล้อมเรือไว้แล้ว จากนั้นเตรียมวางแผนกู้ซากเรือต่อไป



วันนี้ (27 ก.พ.) ที่สำนักงานควบคุมการจราจรและความปลอดภัยทางทะเล จ.ชลบุรี นางจิราภรณ์ จันทรศิริ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านความปลอดภัย ได้เดินทางมาประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลังได้รับรายงานว่า เรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ชื่อ OCEAN DREAM จากประเทศจีน จมลงบริเวณอ่าวแหลมฉบัง โดยมี นายกริชเพชร ชัยช่วย ผู้อำนวยการสำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ กรมเจ้าท่า นายพิสุทธิ์ อมรยุทธ์ หัวหน้าสำนักงานขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี จ.ชลบุรี ร.ต.ต.มนตรี ฤกษ์จำเนียร ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง นายวรญาณ บุญณราช นายอำเภอศรีราชา นายภูษิต แจ่มศรี ปลัดเทศบาลนครแหลมฉบัง และตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เข้าร่วมประชุมเป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง

หลังจากนั้นได้เดินทางด้วยเรือตรวจการณ์ 804 ไปยังจุดที่เรือจมและดูสถานการณ์ต่างๆ โดยพบว่า มีเรือขจัดคราบน้ำมันเด่นสุทธิ นำโดย นายปกรณ์ ประเสริฐวงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มสิ่งแวดล้อม กรมเจ้าท่า ได้เข้ามาควบคุมสถานการณ์ และกล่าวว่า ทางกรมเจ้าท่าได้เข้ามาควบคุมสถานการณ์ตั้งแต่แรกหลังทราบว่ามีเรือจม โดยได้กางบูมรอบตัวเรือที่จมไว้เพื่อไม่ให้คราบน้ำมันไหลสู่ทะเลเพิ่มขึ้น โดยคราบน้ำมันที่ไหลมานั้นเป็นน้ำมันที่แตกตัวได้ง่าย และเบาบางในระยะทางประมาณ 5-600 เมตร

สำหรับน้ำมันที่ไหลลงสู่ทะเลนั้นไม่มาก และไม่เป็นอันตราย โดยในช่วงเช้าไปลงสู่ทะเลในระยะทางประมาณ 2 ไมล์ทะเล โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตาม และได้ฉีดสารเคมีเพื่อให้คราบน้ำมันแตกตัวเป็นหยดน้ำมันขนาดเล็ก และสลายตัวตามธรรมชาติ และขณะนี้ไม่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติแ ละสิ่งแวดล้อม

นอกจากนั้น บริเวณเรือจมอยู่ในระดับความลึกกว่า 10 เมตร ซึ่งตามหลักวิชาการแล้วก็ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเลด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ยังเฝ้าระวัง เนื่องจากกระแสน้ำขึ้นน้ำลงอาจทำให้คราบน้ำมันที่ยังหลงอยู่ในตัวเรือไหลเพิ่มออกมาได้ จึงต้องเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา

ด้าน นางจิราภรณ์ จันทรศิริ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านความปลอดภัย กล่าวว่า จากการสำรวจเรือ OCEAN DREAM ที่จมนั้นเป็นเรือขนาดยาว 163 เมตร กว้างประมาณ 4 เมตร กินน้ำลึกประมาณ 8 เมตร โดยจมอยู่ที่ระดับน้ำทะเลลึก 12 เมตร ซึ่งปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ประชาชนส่วนใหญ่กังวลนั้น ทางกรมเจ้าท่าไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้ส่งเรือเด่นสุทธิ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการขจัดคราบน้ำมัน และเรือมาล้อมบูมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปัญหาดังกล่าวจึงไม่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด

สำหรับแนวทางต่อไปคือ การกู้เรือลำดังกล่าวขึ้นมา โดยขณะนี้มีตัวแทนเจ้าของเรือ คือ บริษัท ซีไล้ ชิปปิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนที่อยู่ในประเทศไทย จะต้องเข้ามากู้เรือลำดังกล่าว แต่หากไม่กู้เรือตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ทางเจ้าท่าจะต้องเข้าไปดำเนินการ และนำทรัพย์สินไปขายทอดตลาดเพื่อเป็นการชำระในการกู้เรือต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นจะต้องให้ตัวแทนเรือมาร่วมวางแผนกับทางกรมเจ้าท่าก่อน

นางจิราภรณ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับระยะเวลาในการกู้ซากเรือนั้นยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะต้องใช้ระยะเวลาเท่าใด โดยจะต้องมีการวางแผนก่อน เนื่องจากเรือเพิ่งจม ซึ่งจะต้องดูแบบแปลนเรือ และวิธีการกู้เรือก่อน ส่วนที่มีกระแสว่าที่เรือจมนั้นต้องการเรียกประกันนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะได้จอดทอดสมอมานานเกือบ 2 ปีแล้ว โดยไม่ได้ทำประกันภัยไว้อย่างแน่นอน

ด้าน นายวรญาณ บุญณราช นายอำเภอศรีราชา กล่าวว่า จากปัญหาเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่จมนั้น จากการลงพื้นที่บริเวณดังกล่าวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า ทางกรมเจ้าท่าได้วางมาตรการในการป้องกันปัญหา หรือผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้ถือว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ทางอำเภอได้จัดเวรยามเฝ้าระวัง นอกจากนั้น ทางกรมเจ้าท่าได้ส่งเรือตรวจการณ์เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อควบคุมไม่ให้คราบน้ำมันจากเรือแพร่กระจายสู่ท้องทะเลเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงมั่นใจว่าการร่วมมือในครั้งนี้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างแน่นอน