xs
xsm
sm
md
lg

เอกชนภาคเหนือตอนบนแบข้อมูลกระทุ้งรัฐเปิดด่านถาวร อ้างเพื่อนบ้านจ่อลงทุนถึงประตู

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

นายไพโรจน์ ปฐมวัฒน นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ - เอกชนภาคเหนือตอนบนร่วมโต๊ะถกข้อดี-ข้อเสียของการกระตุ้นให้มีการเปิดจุดผ่อนปรนเป็นด่านถาวร ด้านนักวิชาการฝากให้คิดถึงความเหมาะสมในการลงทุน โดยเฉพาะเส้นทางคมนาคมว่าคุ้มค่าค่อการเพิ่มมูลค่าในทางเศรษฐกิจให้แก่ท้องถิ่นหรือไม่

เมื่อเร็วๆ นี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดการประชุมเพื่อนำเสนอผลการศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพศักยภาพเชื่อมโยงด่านการค้าชายแดน และเตรียมความพร้อมจุดผ่อนปรนหลักแต่ง และจุดผ่อนปรนบ้านห้วยต้นนุ่นเพื่อพัฒนาเป็นด่านถาวรนั้น

นายไพโรจน์ ปฐมวัฒน นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาจุดผ่อนปรนตามแนวชายแดนในเขตภาคเหนือ โดยเฉพาะ 2 จุดใหญ่ทั้งหลักแต่งของแม่ฮ่องสอน และห้วยต้นนุ่น ของเชียงใหม่ เพื่อพัฒนาให้เป็นด่านถาวรนั้น

การพัฒนาจุดผ่อนปรนหลักแต่ง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ พบว่า ควรใช้แนวทางการพัฒนาความสัมพันธ์อย่างเป็นขั้นตอน คือ ศาสนา วัฒนธรรม และการศึกษาเป็นตัวนำ ใช้การท่องเที่ยว และการสร้างอาชีพ เป็นแนวทางการสนับสนุน ก่อนจะใช้การค้าเป็นตัวตาม เพราะประชาชนในพื้นที่ทั้ง 2 ประเทศมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน

ขณะที่จุดผ่อนปรนบ้านห้วยต้นนุ่น อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน พบว่า จุดดังกล่าวแม้ว่าจะไม่มีปัญหาด้านความมั่นคง หรือความขัดแย้งระหว่างชนกลุ่มน้อยกับรัฐบาลกลางของสาธารณรัฐแห่งสภาพพม่า แต่ยังมีข้อจำกัดในแง่ของเส้นทางคมนาคมฝั่งไทยเราเอง เพราะการคมนาคมจากตัวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปถึงบ้านห้วยต้นนุ่นยังไม่อยู่ในสภาพที่จะพัฒนาไปถึงการค้าได้ และมีข้อจำกัดหลายอย่าง

อย่างไรก็ตาม ทั้งจุดผ่อนปรนบ้านหลักแต่ง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ และจุดผ่อนปรนบ้านห้วยต้นนุ่น อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน มีปัญหาที่ทุกฝ่ายต้องหาทางออกที่เหมาะสม คือ การแก้ปัญหาด้านการคมนาคม โดยเฉพาะถนนที่สร้างนั้นบางพื้นที่ไม่เหมาะที่จะให้รถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าไปใช้เส้นทาง

ฉะนั้น ควรมองว่าหากมีการลงทุนทำถนนเพื่อวิ่งเข้าไปยังด่านต่างๆ จะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมว่าสามารถแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจให้แก่คนในท้องถิ่นได้หรือไม่ รวมทั้งผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตว่าหากลงทุนไปแล้วจะคุ้มค่าหรือไม่อย่างไร

ด้าน นายอนุวัตร ภูวเศรษฐ ประธานหอการค้ากลุ่มภาคเหนือตอนบน 1 กล่าวว่า สำหรับเรื่องการเปิดด่านห้วยต้นนุ่น มีการพูดคุยกันมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีการผลักดันเรื่องนี้มาโดยตลอด และหากดูภาพรวมของทั้ง 3 ด่านที่ได้เสนอให้เปิดเป็นด่านถาวร คือ ด่านหลักแต่ง ด่านกิ่วผาวอก จ.เชียงใหม่ และด่านห้วยต้นนุ่น จ.แม่ฮ่องสอน พบว่า ตลอดเส้นทางทั้ง 3 ด่านนั้น ของฝั่งประเทศพม่าได้มีการเตรียมทำการเกษตรแบบมีสัญญากับนักธุรกิจไทยและจีน และมีความพร้อมด้านลอจิสติกส์ทุกด้าน

แต่ฝั่งไทยเองยังขาดความพร้อมในหลายๆ ด้าน ทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ไฟฟ้า สัญญาณโทรศัพท์ ลานขนถ่ายสินค้า และโกดัง หรือแม้กระทั้งห้องน้ำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นมากสำหรับการเปิดเป็นด่านถาวร และหากประเทศไทยมีความชัดเจนในเรื่องการเปิดด่านทาง ฝั่งพม่าก็พร้อมที่จะเข้ามาลงทุน

“ขณะนี้เราต้องย้อนกลับมาดูประเทศเรามีความชัดเจนในเรื่องการเปิดจุดผ่อนปรนมากแค่ไหน หรือจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร เพราะหลายครั้งที่ผ่านมา เราไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้ ทำให้ทางฝั่งพม่าลังเลในการที่จะเข้ามาลงทุน”

ด้านนายนิพนธ์ คำพา ประธานหอการค้า จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีความได้เปรียบจังหวัดอื่นๆ ในเรื่องลักษณะภูมิประเทศที่ติดกับประเทศพม่าถึง 3 รัฐ ได้แก่ รัฐฉาน รัฐคะยา และรัฐกะเหรี่ยง จึงทำให้มีความเหมาะสมที่จะตั้งด่านบ้านห้วยต้นนุ่นให้เป็นด่านถาวรในอนาคต

เรื่องนี้ได้มีการพูดคุยกับทางผู้ว่าราชการจังหวัด และรองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ว่า หลังจากประเทศพม่าเลือกตั้งเสร็จสิ้นในวันที่ 8 พ.ย.58 ให้ทั้ง 2 ท่านเดินทางไปเพื่อสอบถามความคิดเห็นที่จะทำให้ด่านบ้านห้วยต้นนุ่นเป็นด่านถาวรให้ได้

โดยทางฝั่งประเทศพม่าเอง เคยแสดงความเห็นด้วยในการเปิดด่านถาวร และต้องการเปิดพื้นที่รัฐคะยา เพื่อเป็นพื้นที่การค้าขายสินค้าเข้าไปยังรัฐอื่นๆ ในประเทศ ซึ่งในส่วนของด่านห้วยต้นนุ่นมีการค้าขายกันมาโดยตลอด แต่เป็นจุดที่ข้ามผ่านแดนกันยากลำบาก และต่อไปนี้จะต้องมีการพัฒนา และสนับสนุนให้เกิดด่านถาวรในเร็วๆ นี้

ส่วนนายนพพร ประโยชน์เจริญผล รองประธานหอการค้า จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่เขตแดนติดกับประเทศพม่าอยู่หลายกิโล และจุดผ่อนปรนกิ่วผาวอก และจุดผ่อนปรนบ้านหลักแต่ง ก็เป็นจุดที่ทุกวันนี้ยังมีการค้าขายกันระหว่าง 2 ประเทศมาโดยตลอด และจุดที่เป็นเส้นทางค้าขายอยู่ในปัจจุบันสามารถใช้เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวควบคู่กันไปด้วยได้ แต่ในการดำเนินการจำเป็นต้องมีการค้าขายมาก่อนเป็นหลัก

ในระยะยาวจุดผ่อนปรนบ้านหลักแต่ง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ จะใช้เส้นทางการเดินทัพของสมเด็จพระนเรศวร เพราะมีระยะทางที่สั้นกว่าเส้นทางที่ใช้กันในปัจจุบัน และทางหอการค้าเชียงใหม่ ได้มีการพูดคุยชักชวนประธานหอการค้าในรัฐต่างๆ ของประเทศพม่า มาลงนามเซ็นสัญญา MOU การค้าร่วมกันในการค้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

นายนพพร กล่าวว่า จากการประเมินระหว่างจุดผ่อนปรนกิ่วผาวอก และจุดผ่อนปรนบ้านหลักแต่งมีความเหมาะสมในการทำการค้าขายกับประเทศพม่ามากที่สุด โดยเฉพาะจุดผ่อนปรนด่านหลักแต่ง มีสภาพเส้นทางราบเรียบ และมีความสะดวกในการคมนาคมมากที่สุด

สำหรับจุดผ่อนปรนกิ่วผาวอกพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ มีพื้นที่ติดกับเมืองตองยี ประเทศพม่า พบว่าในปัจจุบันมีสินค้าจากประเทศไทยน้อยมากที่เข้าไปค้าขายในตองยี และหากระบบลอจิสติกส์ดีขึ้นจะทำให้สินค้าไทยเข้าไปตีตลาดในตองยี เชื่อว่าจะสามารถแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากสินค้าจีนได้อีกจำนวนมาก

ด้านนายบรรพต ก่อเกียรติเจริญ ที่ปรึกษาหอการค้า จ.ตาก กล่าวว่า ปัจจุบันในย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ ที่ติดด้านแม่สอดถือเป็นจุดสนใจสำหรับนักธุรกิจที่จะเข้าไปในประเทศพม่าเพื่อทำการค้าชายแดนมีมูลค่าเพิ่มขึ้น และเป็นจุดส่งสินค้าจาก อ.แม่สอดไปยังย่างกุ้ง ใช้เวลาในการขนส่งประมาณ 45 นาที และรถบรรทุกทั่วไปสามารถเดินทางไปมาได้สะดวก ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือความเปลี่ยนแปลงที่มีศักยภาพ

ในอนาคตการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษไทย-พม่า หากมีการเปิดประชาคมอาเซียนนักลงทุนทั้งจากไทย และจากประเทศพม่าก็จะมีการลงทุนมากขึ้น และหากประเทศไทยยังไม่รีบแก้ไขปัญหาและยังช้าอยู่ ในอีก 5 ปีข้างหน้า อ.แม่สอด จะเป็นเพียงแค่อำเภอเล็กๆ ที่ใช้เป็นทางผ่านเพื่อส่งออกสินค้า และทำการค้าขนาดเล็กเท่านั้น




กำลังโหลดความคิดเห็น