xs
xsm
sm
md
lg

พบวัวนมตายปริศนากว่า 100 ตัวที่ประจวบฯ ปศุสัตว์เร่งหาสาเหตุ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ประจวบคีรีขันธ์ - พบวัวนมของเกษตรกรในหลายฟาร์มของประจวบคีรีขันธ์ ทยอยตายฟาร์มละ 3-7 ตัว จนถึงขณะนี้กว่า 100 ตัวแล้ว ปศุสัตว์เร่งหาสาเหตุ

วันนี้ (10 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีวัวนมของเกษตรกรในหลายฟาร์มของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทยอยตายฟาร์มละ 3-7 ตัว แบบไม่ทราบสาเหตุ รวมจำนวนทั้งสิ้นกว่า 100 ตัวแล้ว จึงสอบถามข้อมูลไปยังสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทราบว่า พบปัญหาวัวนมตายจริงแต่ยังไม่ใช่โรคระบาดตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ ซึ่งขณะนี้ได้มีการส่งหนังสือแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในทุกอำเภอให้ออกสำรวจฟาร์มเลี้ยงวัวนมในพื้นที่ว่า มีจุดใดเกิดปัญหาวัวนมป่วย หรือตายบ้างแล้วให้รีบรายงานให้สำนักงานปศุสัตว์ทราบเรื่องเป็นการด่วน

นอกจากนี้ ยังได้ประสานขอเจ้าหน้าที่จากสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ โดยมี ส.พญ.มนทกานติ์ จิระธันห์ พร้อมทีมสัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตวแพทย์ภาคตะวันตก สำนักงานปศุสัตว์เขต 7 และเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอ ระดมกำลังลงพื้นที่เก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อภายในซากวัว รวมทั้งอาหารในกระเพาะ ฯลฯ ไปส่งตรวจเพื่อหาสาเหตุการตายในทางวิทยาศาสตร์ โดยผลจะออกราว 2 สัปดาห์

นายธนบดี ขวาโยธา ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดได้รับแจ้งว่ามีวัวนมตายแบบไม่ทราบสาเหตุ เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบทันที จึงทราบจากเกษตรกรว่าเริ่มพบการตายของวัวราวปลายเดือนกันยายน ช่วงแรกตายเพียงไม่กี่ตัว จนถึงขณะนี้กว่า 10 วันแล้ว พบมีการตายของวัวนมใน 10 ฟาร์มหลัก จำนวน 113 ตัว กระจายในหลายอำเภอทั้งที่ อ.ปราณบุรี สามร้อยยอด กุยบุรี และ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ แต่พบเพียงบางฟาร์มเท่านั้นไม่ได้มีการระบาดติดต่อกันทุกฟาร์มแต่อย่างใด โดยทั่วทั้งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เลี้ยงวัวนมซึ่งถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจอยู่กว่า 3 หมื่นตัว

อาการของวัวที่ตายคือ มีอาการ ซึม มีไข้ ฉี่วัวเป็นสีน้ำตาล และตายในเวลาเพียงไม่กี่วัน เมื่อผ่าซากจะพบว่า จะมีปัญหาที่ปอด โดยขณะนี้มีการตั้งข้อสันนิษฐานไว้หลายประเด็น แต่ต้องรอผลการพิสูจน์จากห้องแล็บก่อน ทั้งเรื่องของการสั่งซื้อมันสกัดเอทานอลจากต่างจังหวัดมาเป็นอาหารให้วัวนมกิน แทนการกินกากปาล์ม หรือขี้เค้ก เบื้องต้นพบว่าเกือบทุกฟาร์มที่วัวตายกินอาหารคล้ายกัน

รวมถึงในช่วงนี้มีฝนตกทุกวัน สภาพฟาร์มในทุกฟาร์มจึงมีปัญหาที่วัวนมจะต้องนอนจมโคลน อาจเกิดเชื้อโรคชนิดใดชนิดหนึ่งได้ เมื่อวัวมีร่างกายอ่อนแอในช่วงหน้าฝนก็จะเจ็บป่วยถูกโรคแทรกและตายได้ พร้อมกันนี้ ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า ขณะนี้ยังมีความเป็นห่วงถึงความปลอดภัยในการบริโภคเนื้อวัวในระยะนี้ แม้จะยืนยันในเบื้องต้นว่า อาการที่วัวตายยังไม่ใช่โรคระบาดตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ ยังสามารถบริโภคเนื้อวัวได้ แต่ควรปรุงเนื้อให้สุกตามปกติเหมือนเนื้อชนิดอื่นเพื่อสุขภาพของผู้บริโภคเอง โดยยืนยันว่า ยังสามารถควบคุมพื้นที่ได้ ทั้งนี้ ขอแนะนำเกษตรกรว่า หากเริ่มพบว่าวัวมีอาการป่วย หรือซึมไม่ยอมกินอาหาร ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทันที อย่าไปรักษากันเองเพื่อที่จะได้รีบตรวจสอบ

ด้าน นายณัฐวุฒิ บุงปัน อายุ 45 ปี เจ้าของฟาร์มณัฐวุฒิ ที่ ต.บ่อนอก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ทำอาชีพเลี้ยงวัวนมเพื่อรีดนมส่งขายมานานกว่า 10 ปีแล้ว ปัจจุบันมีวัวอยู่ 50 แม่ ยังไม่เคยเจออาการป่วยของวัวแล้วล้มตายอย่างรวดเร็วเพียงแค่ไม่กี่วัน รู้สึกตกใจมาก เพราะวัวป่วยและตายเร็วที่ฟาร์มเพียงแค่ 2 วันก็ตายแล้ว อาการที่เจอคือ วัวมีอาการหอบ หายใจแรง น้ำลายยืด ไม่กินอาหาร และกล้ามเนื้อที่ขามีอาการสั่น ที่ฟาร์มของตัวเองเมื่อพบว่ามีอาการป่วย ต่อมาอีกเพียง 2 วันก็ตาย โดยที่ฟาร์มพบว่า มีวัวตายไปแล้ว 7 ตัว และเริ่มแจ้งสำนักงานปศุสัตว์เมื่อพบมีวัวตายเป็นตัวที่ 3

โดยปกติแล้ววัวจะมีโรคหลักๆ คือ ปากเท้าเปื่อย และไข้เห็บ แต่ก็สามารถรักษาได้ ยอมรับว่าที่ฟาร์มมีการปรับปรุงสูตรอาหารให้วัวนม ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใช่สาเหตุการตายของวัวหรือไม่ แต่เดิมเคยให้วัวกินเปลือกสับปะรด แต่ปัจจุบันมีราคาแพงมาก และยังหายาก จึงเปลี่ยนมาเป็นกากปาล์ม หรือขี้เค้กแทน และล่าสุด เปลี่ยนมาเป็นกากมัน หรือมันสกัดเอทานอลแทน ซึ่งกากมันกินมานานได้เกือบ 1 ปีแล้ว กระทั่งมาถึงช่วงปลายฝนต้นหนาวที่เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว ก็ไม่รู้ว่าจะใช่สาเหตุที่วัวตายหรือไม่ ตอนนี้ทำได้เพียงเฝ้าระวังวัวป่วยหากพบก็รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ และรอความหวังจากเจ้าหน้าที่ที่จะเร่งหาสาเหตุการตาย และหายารักษาให้ได้โดยเร็วที่สุด
กำลังโหลดความคิดเห็น