xs
xsm
sm
md
lg

ระทึก! อดีต ผช.ผญบ.บุรีรัมย์บุกเดี่ยวธนาคาร มีดแทง รปภ.ชักปืนจี้พนักงานกวาดเงิน 2 แสน(ชมคลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

นายสำเภา ชงจิ๋ว อายุ 46 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านโนนเกตุ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ บุกธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา สตึก ใช้มีดแทงรปภ.แล้วใช้ปืนปลอมจี้พนักงานกวาดเงินกว่า 2 แสนบาท ก่อนทุบประตูกระจกวิ่งหนี แต่ไม่รอดถูกพลเมืองดีและตำรวจจับตัวได้ วันนี้ ( 18 ส.ค.)
บุรีรัมย์ - อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบุรีรัมย์เพิ่งลาออกไม่กี่วัน สวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้าบุกเดี่ยวธนาคารไทยพาณิชย์สาขาสตึก ใช้มีดปลายแหลมจ้วงแทง รปภ. และใช้ปืนปลอมจี้พนักงานธนาคารก่อนเข้าไปกวาดเงินในลิ้นชักกว่า 2 แสนบาท แล้วทุบประตูกระจกวิ่งหนีออกจากธนาคาร แล้วใช้มีดจี้รถจักรยานยนต์นักเรียน แต่สุดท้ายไม่รอดถูกพลเมืองดี และตำรวจจับตัวไว้ได้

เมื่อเวลา 11.50 น. วันนี้ (18 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุคนร้ายสวมหมวกกันน็อกสีดำแบบเต็มใบปิดบังใบหน้า ใส่กางเกงยีนส์และสวมเสื้อกันหนาวสีเทา ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ หมายเลขทะเบียน ขษง 739 บุรีรัมย์ แต่ถอดออกซ้อนไว้ใต้เบาะ มาจอดหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสตึก ตั้งอยู่ใจกลางเมือง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ก่อนบุกเดี่ยวเข้าไปในธนาคาร

แล้วใช้มีดปลายแหลมยาวประมาณ 16 นิ้วจ้วงแทง และใช้ด้ามมีดทุบศีรษะของ นายมงคล ธรณี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ที่ยืนรักษาความปลอดภัยอยู่ประตูเข้า-ออกธนาคาร แต่โชคดีที่แทงไม่เข้ามีเพียงร่องรอยปลายมีดแทงเข้าที่เสื้อเพียงเล็กน้อย แล้วเกิดการต่อสู้กันชุลมุนจน รปภ.ล้มลง

คนร้ายจึงได้ใช้ปืนพกสั้นที่เตรียมมา ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นปืนปลอม
จี้พนักงานที่นั่งอยู่บริเวณเคาน์เตอร์ สร้างความแตกตื่นตกใจแก่พนักงานและลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในธนาคาร ต่างพากันวิ่งหลบไปคนละทิศละทางเพราะเกรงจะได้รับอันตรายเนื่องจากคนร้ายมีทั้งมีดและปืนเป็นอาวุธ

จากนั้นคนร้ายได้เข้าไปกวาดเอาเงินสดที่อยู่ในลิ้นชักไป เป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 , 500 , 100 และ 20 บาท รวมจำนวน 208,000 บาท ยัดใส่กระเป๋าสะพายสีดำที่เตรียมมา แต่ไม่สามารถออกจากธนาคารได้ เนื่องจาก รปภ.ปิดล็อกประตูไว้ คนร้ายจึงใช้ด้ามมีดทุบกระจกจนแตกเสียหาย แล้ววิ่งออกจากธนาคารหวังขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี แต่ รปภ.ได้ถอดกุญแจและล้มรถจักรยานยนต์ลงกับพื้น คนร้ายจึงได้วิ่งหลบหนีไปซอยข้างธนาคาร โดยทำปืนตกไว้หน้าธนาคารด้วย

ขณะที่คนร้ายวิ่งได้มี รปภ. เจ้าหน้าที่ตำรวจ และแม่บ้านธนาคารวิ่งไล่ติดตาม พร้อมเป่านกหวีดตะโกนให้ชาวบ้านช่วยจับคนร้ายด้วย ขณะวิ่งหนีห่างจากธนาคารไปประมาณ 500 เมตร คนร้ายยังได้ใช้มีดจี้เด็กนักเรียนชายที่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาบังคับให้จอดเพื่อเอารถจักรยานยนต์ขี่หลบหนี แต่ได้มีพลเมืองดี 2 คน คือ นายต้องตา หาดี อายุ 37 ปี เจ้าของร้านคอมพิวเตอร์ และนายสุทิน ธีรบัญชร อายุ 42 ปี พ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยว ที่เห็นเหตุการณ์ รวมถึง รปภ. และตำรวจที่วิ่งตามมาช่วยกันดึงกระชากกระเป๋าสะพายที่คนร้ายใช้ใส่เงินและเข้าล็อกตัวไว้ได้ท่ามกลางความแตกตื่นตกใจของชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง

เมื่อเจ้าหน้าที่ถอดหมวกกันน็อกที่คนร้ายสวมใส่ปิดบังใบหน้าออก ต้องตกใจเมื่อพบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุอุกอาจในครั้งนี้ คือ นายสำเภา ชงจิ๋ว อายุ 46 ปี เป็นอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านโนนเกตุ ม.12 ต.ร่อนทอง อ.สตึก ที่เพิ่งยื่นใบลาออกเมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา และคำสั่งมีผลเมื่อวานนี้ 17 ส.ค. เนื่องจากมีปัญหาส่วนตัว อีกทั้งยังเป็นลูกค้าประจำของธนาคารดังกล่าวด้วย

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายสำเภา พร้อมของกลางเงินสด และอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สตึก

จากการสอบสวน นายสำเภา ชงจิ๋ว คนร้ายรับสารภาพว่า สาเหตุที่ลงมือก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารในครั้งนี้เพราะมีปัญหาเรื่องหนี้สิน และต้องการนำเงินไปไถ่ถอนรถยนต์ที่นำไปจำนำไว้จำนวน 1 แสนบาทด้วย สำหรับมีดที่ใช้ก่อเหตุเตรียมมาจากบ้าน ส่วนปืนที่นำมาก่อเหตุเป็นปืนปลอมหรือปืนพลาสติกที่ซื้อจากตลาดในราคา 99 บาท

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายสำเภาส่งให้ ร.ต.ท.อุดร ภักษารัมย์ พนักงานสอบสวน สภ.สตึก สอบสวนดำเนินคดี โดยเบื้องต้นได้แจ้งข้อหา “ชิงทรัพย์ธนาคารโดยใช้อาวุธมีด”

ด้าน พ.ต.อ.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ กล่าวภายหลังร่วมกับนายธีระพล สกุลรัตน์ นายอำเภอสตึก และ พ.ต.อ.สนอง วรรณโคตร ผกก.สภ.สตึก เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตัวเองว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นการก่อเหตุอย่างอุกอาจ เพราะคนร้ายมีการใช้อาวุธทำร้าย รปภ. และใช้มีดจี้เด็กนักเรียนเพื่อบังคับเอารถจักรยานยนต์ด้วย แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตราย

ทั้งนี้ ขอขอบคุณทั้งพลเมืองดี รปภ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้ช่วยกันไล่ติดตามจนสามารถจับกุมตัวได้อย่างรวดเร็ว แต่ได้เน้นย้ำให้ทุกพื้นที่ได้เข้มงวดกวดขันในการตรวจตราดูแลรักษาความปลอดภัยตามธนาคาร ร้านทอง และสถานที่สำคัญต่างๆ อย่างรัดกุมมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายฉวยโอกาสก่อเหตุซ้ำอีก






Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...