xs
xsm
sm
md
lg

รวบ 6 เขมรแสบดัดแปลงรถลอบขนไม้พะยูงจากฝั่งไทย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ศูนย์ข่าวศรีราชา - หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา สนธิกำลังร่วมตำรวจในพื้นที่รวบตัว 6 เขมรแสบ ดัดแปลงรถกระบะติดสติกเกอร์กรมตำรวจ และมหาดไทยกัมพูชา ลอบขนไม้พะยูงจากฝั่งไทยมูลค่ากว่า 3 ล้าน หวังข้ามไปขายนายทุนฝั่งกัมพูชา สารภาพทำมาแล้วหลายครั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ไทยเตรียมสอบขยายผลถึงตัวการใหญ่ในไทยต่อไป

พ.อ.ม.ล.ประวีร์ จักรพันธ์ ผู้บังคับการ หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา ได้รับแจ้งจากชุดปฏิบัติการข่าวที่ 3 กองกำลังบูรพา ว่าจะมีขบวนการลักลอบค้าไม้พะยูงลักลอบนำไม้พะยูงจากนอกพื้นที่มาส่งขายให้แก่นายทุนชาวกัมพูชา บริเวณชายแดนอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

จึงสั่งการให้ พ.ท.อภิราม รามณัฐ รองผู้บังคับการ หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 12 นำกำลังชุดเฉพาะกิจ ประสานความร่วมมือกับ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รองผู้กำกับการ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว นายอวยชัย กุลทิพย์มนตรี นายด่านศุลกากรอรัญประเทศ และ พ.ต.ท.วิชาญ จิตตยานันท์ สารวัตรปราบปราม สถานีตำรวจภูธรอรัญประเทศ นำกำลังร่วมลาดตะเวณ และตรวจค้นตามพื้นที่ต้องสงสัยใกล้ชายแดนอำเภออรัญประเทศ

และจากการตรวจสอบดังกล่าว ต่อมา ชุดลาดตะเวณได้ตรวจพบรถยนต์จากประเทศกัมพูชา 2 คัน ประกอบด้วย รถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน 2J-4503 พนมเปญ และรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ 4 สีดำ ทะเบียน 20-7033 พนมเปญ ที่วิ่งตามกันมาบนถนนสายบ้านคลองทับจันทร์-อรัญประเทศ

โดยวิ่งมาจากบ้านคลองทับจันทร์ มุ่งหน้าเข้าอำเภออรัญประเทศ แต่เมื่อรถทั้ง 2 คัน วิ่งมาถึงบริเวณสามแยกบ้านดงยาง ตำบลเมืองไผ่ ซึ่งมีด่านตรวจของหน่วยเฉพาะกิจ รถกระบะทั้ง 2 คัน ได้เลี้ยวซ้ายวิ่งไปตามถนนลูกรังสายบ้านดงยาง-บ้านยางเอน โดยไม่ยอมผ่านด่านฯ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไล่ติดตาม และสามารถสกัดจับได้ที่บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 3 บ้านเมืองไผ่ ตำบลเมืองไผ่

ทั้งนี้ รถกระบะโตโยต้าวีโก้ สีบรอนซ์ทอง ที่มีนายตุลา ซึม อายุ 29 ปี ชาวกัมพูชา เป็นผู้ขับ และมีนายสุนี จัน อายุ 20 ปี นายสมอาต ฮิม อายุ 27 ปี ชาวกัมพูขานั่งมาด้วย

ส่วนรถกระบะโตโยต้า วีโก้สีดำ ที่มีนายจีวร จีน อายุ 26 ปี ชาวกัมพูชาป็นผู้ขับ และมีนายวาสนา จีน อายุ 23 ปี และนายเกียรา เสือ อายุ 27 ปี นั่งมาด้วย โดยพบว่าชาวกัมพูชาทั้ง 6 คน มีบอเดอร์พาส (หนังสือเดินทางท้องถิ่น) ประทับตราเดินทางเข้าประเทศอย่างถูกต้อง

โดยเฉพาะรถกระบะโตโยต้า วีโก้สีดำ ยังมีสติกเกอร์ของกรมตำรวจกัมพูชา และกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาติดบริเวณหน้ารถด้วย

และจากการตรวจค้นภายในรถอย่างละเอียด พบว่า รถกระบะกัมพูชาทั้ง 2 คัน ได้ดัดแปลงด้วยการเจาะกระบะรถเป็นที่ซุกซ่อนไม้พะยูง โดยมีกระบะรองพื้นแม็กลายเนอร์สีดำปิดทับจนไม่สามารถมองเห็นว่ามีการเจาะใต้กระบะรถฯ

ซึ่งรถกระบะโตโยต้าวีโก้ สีบรอนซ์ ทองมีไม้พะยูงซุกซ่อนอยู่ภายในช่องลับใต้กระบะ จำนวน 7 แผ่น ประกอบด้วย ไม้พะยูงขนาดกว้าง 24 นิ้ว ยาว 2 เมตร หนา 4 นิ้ว จำนวน 2 แผ่น ขนาดกว้าง 12 นิ้ว ยาว 2 เมตร หนา 4 นิ้ว จำนวน 2 แผ่น และไม้พะยูงกว้าง 8 นิ้วยาว 2 เมตร หนา 1 นิ้ว อีก 3 แผ่นซุกซ่อนอยู่

ส่วนรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ มีไม้พะยูงซุกซ่อนอยู่ในช่องลับใต้กระบะ จำนวน 8 แผ่น ประกอบด้วย ไม้พะยูงขนาดกว้าง 20 นิ้ว ยาว 2 เมตร หนา 4 นิ้ว จำนวน 2 แผ่น ขนาดกว้าง 15 นิ้ว ยาว 2 เมตร หนา 4 นิ้ว จำนวน 2 แผ่น และขนาดกว้าง 8 นิ้ว ยาว 2 เมตร หนา 1 นิ้ว จำนวน 4 แผ่น

จึงควบคุมตัวชาวเขมรทั้ง 6 คน พร้อมไม้พะยูงของกลางมาสอบสวนที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12

จากการสอบสวนของ พ.ท.อภิราม รามณัฐ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจฯ ทราบว่า ชาวเขมรทั้ง 6 คน อยู่ในแก๊งค้าไม้พะยูง โดยใช้รถยนต์กระบะซึ่งตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า เป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจปอยเปต กัมพูชา ที่ให้แก๊งดังกล่าวยืมใช้เพื่อลักลอบขนไม้พะยูงจากฝั่งไทยกลับไปขายในกัมพูชา

ขณะที่ชาวกัมพูชาทั้งหมดสารภาพว่าทำมาแล้ว 3 ครั้ง โดยจะอาศัยความสัมพันธ์ของเจ้าหนาที่ชายแดนทั้งสองประเทศ ขับรถยนต์ของกัมพูชาที่มีสติกเกอร์กรมตำรวจกัมพูชา ข้ามมาจากฝั่งปอยเปต จากนั้นจะมีขบวนการค้าไม้พะยูงฝั่งไทยพาเข้าไปขนไม้พะยูงที่ลักลอบนำมาจากพื้นที่อื่นแล้วนำมาซุกซ่อนไว้ในป่าละเมาะท้ายหมู่บ้านคลองทับจันทร์ ซึ่งเมื่อขนไม้ขึ้นรถแล้ว รถทั้ง 2 คันจะวิ่งกลับข้ามฝั่งกัมพูชาบริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

โดยทำมาแล้วถึง 3 ครั้ง ส่วนราคาไม้พะยูงทั้งหมดหากส่งถึงประเทศกัมพูชา จะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท (ฝั่งกัมพูชารับซื้อไม้พยูงราคากิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท) ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ควบคุมตัวชาวกัมพูชาทั้ง 6 คน พร้อมรถกระบะดัดแปลง และไม้พะยูงของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรอรัญประเทศ ดำเนินคดี และสอบสวนเพื่อขยายผลให้ถึงขบวนการค้าไม้พะยูงฝั่งไทย ซึ่งคาดว่ามีคนไทยร่วมด้วยต่อไป
กำลังโหลดความคิดเห็น