พิษณุโลก - หนุ่มนักศึกษาติดยาก่อเหตุสลด หลังเมายาจนเบลอแล้วแย่งปืนลั่นไกสังหารตำรวจ เผย ด.ต.พบ นศ.ออกอาการเมายาหนัก จึงคุมตัวไว้พร้อมติดต่อผู้ปกครองมารับ แต่เจ้าตัวกลับแย่งปืนจากเอวตำรวจก่อนลั่นไก ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก ระบุ ยังระบุไม่ได้ว่าติดยาอะไร แต่คาดก่อนเกิดเหตุเล่นยาหนักจนคุมตัวเองไม่ได้ ประกาศเตรียมช่วยเหลือครอบครัวผู้ตายเต็มที่-เลื่อน 10 ขั้น
วันนี้ (17 ต.ค.) พล.ต.ต.ธรรมนูญ เพชรบุรีกุล ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กรณีที่ นายฐาปนวงศ์ บุญเมือง อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ 1 ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จ.กระบี่ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยพิษณุโลก ก่อเหตุแย่งอาวุธปืนจาก ด.ต.เริงเดช ปุ่นปาน ผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองพิษณุโลก ก่อนจะยิงใส่ ด.ต.เริงเดช กระสุนเข้าจุดสำคัญบริเวณหน้าท้อง 2 นัด จนเสียชีวิต ว่า ในเบื้องต้นได้ตั้งข้อหานายฐาปนวงศ์ ในข้อหาฆ่าเจ้าพนักงานระหว่างปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกันนี้ ได้ส่งตัว นายฐาปนวงศ์ ไปยังโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาสารเสพติด ซึ่งในขณะนี้ยังทราบว่า นายฐาปนวงศ์ เสพยาเสพติดชนิดใด แต่จากการสังเกตอาการแล้วเชื่อว่า นายฐาปนวงศ์ น่าจะติดยาเสพติด และก่อนเกิดเหตุน่าจะเสพยาเป็นจำนวนมาก จนทำให้ควบคุมตัวเองไม่ได้
สำหรับสาเหตุการเสียชีวิตของ ด.ต.เริงเดช จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.เริงเดช ได้พบตัว นายฐาปนวงศ์ ซึ่งมีอาการเบลอ พูดจาวกไปเวียนมาเหมือนคนติดยา จึงได้ทำการคุมตัวไว้ พร้อมทั้งโทรศัพท์ติดต่อกับ นายสมชาย บุญเมือง บิดาของ นายฐาปนวงศ์ เพื่อแจ้งอาการให้ทราบ โดย นายสมชาย ได้แจ้งให้ ด.ต.เริงเดช ควบคุมตัวนายฐาปนวงศ์เอาไว้ก่อน แต่ปรากฏว่า ระหว่างนั้น นายฐาปนวงศ์ ได้แย่งเอาปืนจากที่เอวของ ด.ต.เริงเดช ก่อนจะยิงใส่รวม 5 นัด กระสุนถูกหน้าท้อง ด.ต.เริงเดช 2 นัด เป็นเหตุให้เสียชีวิต ส่วน นายฐาปนวงศ์ ถูกพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ช่วยกันควบคุมตัวไว้ได้
พล.ต.ต.ธรรมนูญ กล่าวว่า ปกติจะกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่เสมอ ว่า ในการปฏิบัติงานต้องไม่ประมาท ซึ่งในกรณีนี้ผู้เสียชีวิตก็ไม่ได้ประมาท เพียงแต่อาจจะไม่ได้ทันระวังตัว เพราะไม่คิดว่าผู้ต้องหาที่มีอาการเบลออยู่จะเข้ามาแย่งปืนไป เพราะนิสัยส่วนตัวของ ด.ต.เริงเดช นั้น เป็นคนที่มีอัธยาศัยดี ทำหน้าที่ให้บริการประชาชนอย่างเต็มที่ ที่ผ่านมา ก็คอยช่วยแนะนำประชาชนที่มาติดต่องานโดยตลอด ถือเป็นความสูญเสียของ ภ.จว.พิษณุโลก ที่ต้องเสียตำรวจดีๆ ไป ทั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาจะพิจารณาให้สิทธิประโยชน์แก่ครอบครัวอย่างเต็มที่ เนื่องจากการเสียชีวิตของ ดต.เริงเดชเป็นการเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยจะมีการเลื่อนยศเต็มที่ 10 ชั้นยศ ถึงชั้น พ.ต.ท.
ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก กล่าวด้วยว่า ขอฝากเตือนพี่น้องประชาชนว่า หากเจอบุคคลที่มีอาการประสาทหลอน หรือมีอาการคล้ายคนเสพยาเกินขนาดจนเมามาย ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการควบคุมตัวและนำไปรับการรักษาต่อไป



