xs
xsm
sm
md
lg

ตร.โคราชรวบยกแก๊งปิดฉาก “คดีแบงก์ปลอม” เผยเป็นรายใหญ่สุด ปลอมสารพัด

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผบช.ภ. 3 นำทีม แถลงรวบยกแก๊งนายทุนและผู้ผลิตแบงก์ปลอม ได้ผู้ต้องหาอีก 3 รวม 6 ราย พร้อมของกลางอื้อ ปิดฉากคดีแก๊งแบงก์ปลอมรายใหญ่ ได้สำเร็จ วันนี้ (29 ม.ค.)
ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- ตร.โคราชรวบยกขบวนการ นายทุนและผู้ผลิตแบงก์ปลอม ได้ผู้ต้องหาอีก 3 รวม 6 ราย ปิดคดีแก๊งปลอมธนบัตรฯได้สำเร็จ พร้อมของกลางอีกร่วม 50 รายการ รับสารภาพพิมพ์ออกสู่ตลาดแล้ว 8 ล้านบาท เผยเป็นการจับกุมแก๊งแบงก์ปลอมรายใหญ่สุด พบปลอมเอกสารอื่นๆ อีกเพียบทั้ง ธนบัตรต่างประเทศ-บัตรเครดิต-หนังสือเดินทาง-เอกสารทางราชการ-สถาบันศึกษา และ เอกสารแรงงานต่างด้าว เชื่อสถานการณ์ระบาดธนบัตรปลอมเบาบางลงและหมดไปในที่สุด

วันนี้ (29 ม.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่หน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ฉัตรกนก เขียวแสงส่อง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) นครราชสีมา และ พ.ต.อ.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รอง ผบบ.ภ.จว.นครราชสีมา ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการปลอมแปลงธนบัตรรัฐบาลไทย ได้ผู้ต้องหาเพิ่ม 3 ราย

ประกอบด้วย นายอลงกรต เที่ยงคืน อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 ถ.ปทุมกรุงเทพ ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา ที่ จ.524/2551 ลงวันที่ 29 ธ.ค.2551, นางกัลยา ท่านมุข อายุ 34 ปี ภรรยานายอลงกรต อยู่บ้านเลขที่ 8/2 หมู่ 5 ต.หนองปลาไหล อ.วังทรายพูน จ.พิษณุโลก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมาที่ จ.2/2552 ลงวันที่ 7 ม.ค.2552 และ นายศรราม หรือ พงษ์เดช ติงวัฒนะ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 235 ซอยลาดพร้าว 115 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับจังหวัดนครราชสีมา ที่ จ.37/2552 ลงวันที่ 28 ม.ค.2552

พร้อมของกลางซึ่งเป็นเครื่องมือ วัสดุและอุปกรณ์ในการปลอมแปลงธนบัตรรัฐบาลไทย และรัฐบาลต่างประเทศ รวมถึงเอกสารทางราชการและเอกสารต่างๆ จำนวน 48 รายการ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์, เครื่องพรินเตอร์, เครื่องเคลือบบัตร, เครื่องพิมพ์บัตรพลาสติก, แผ่นโลหะตราประทับปลอม บัตรเครดิต VISA - หนังสือเดินทางต่างประเทศ-กรมที่ดิน-สถาบันศึกษา, บัตรพลาสติกด้านหนึ่งมีแถบแม่เหล็ก แผ่นแม่เหล็ก, แว่นขยาย, แผ่นฟอยล์สีบรอนซ์ทอง , ผงเคมีสำหรับแต่งสีหนังสือเดินทาง, แผ่นพลาสติกสำหรับปลอมหนังสือเดินทาง, แผ่นแม่เหล็กสำหรับปลอมเอกสาร, เอกสารประกอบชุดโอนการจดทะเบียนยานพาหนะ, หน่วยเก็บความจำ (Handy Drive) บรรจุข้อมูลการปลอมบัตรบุคคลที่ไม่ใช่ประชาชนไทย เป็นต้น

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการขยายผลจับกุมขบวนการปลอมแปลงธนบัตรรัฐบาลไทยเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และ ตำรวจภูธรภาค 3 หลังจากจับกุมผู้ร่วมขบวนการไปก่อนหน้านี้แล้วจำนวน 3 คน คือ นายวิทยา หรือ เจ๋ง บัวรอด ชาวลพบุรี, นายสนอง หรือไมค์ เงินจัด ชาวพิษณุโลก และนายดำรงชัย หรือเด มะยมหิน ชาวกำแพงเพชร เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2551 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการสอบสวนขยายผลจนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาซึ่งเป็นนายทุนและผู้ผลิตได้ทั้งหมดดังกล่าว

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมทราบว่า นายอลงกรต และนางกัลยา มีพฤติกรรมในการว่าจ้างให้ นายวิทยา หรือเจ๋ง, นายสนอง หรือไมค์ และนายดำรงชัย หรือ เด ซึ่งถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ร่วมกันผลิตหรือจัดทำธนบัตรรัฐบาลไทย (ปลอม) ฉบับราคาละ 1,000 บาท ในราคาว่าจ้าง 200,000 บาท โดยมีนายศรราม หรือพงษ์เดช เป็นนายทุน และเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผลและจับกุมผู้ต้องหาพร้อมนายทุนได้ทั้งหมดดังกล่าว โดยตั้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งธนบัตรรัฐบาลไทยปลอม ซึ่งรัฐบาลออกใช้หรือให้อำนาจ ให้ออกใช้อันตนได้มาโดยรู้ว่าเป็นของปลอม และร่วมกันทำปลอมขึ้นซึ่งเงินตรา (ธนบัตรรัฐบาลไทย) ซึ่งรัฐบาลออกใช้หรือให้อำนาจให้ออกใช้” จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มีเพียง 2 คน คือ นายอลงกรต และ นางกัลยา 2 สามีภรรยา ที่รับจ้างปลอมธนบัตรฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วน นายศรราม หรือ พงษ์เดช ยังให้การปฏิเสธและขอให้การในชั้นศาล

พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผบช.ภ.3 เปิดเผยว่า ถือเป็นความสามารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถติดตามจับกุมตัวนายทุนมาได้ และสามารถปิดคดีนี้ได้ ซึ่ง นายศรราม หรือ พงษ์เดช ติงวัฒนะ ผู้ต้องหาที่เป็นนายทุนนั้นเปิดกิจการเต็นท์ขายรถบังหน้า ซึ่งจากการสอบถามผู้ต้องหาทราบว่า พิมพ์ธนบัตรรัฐบาลไทยปลอมไปแล้วจำนวน 8,000 ฉบับ รวมเป็นมูลค่า 8 ล้านบาท และแก๊งนี้ยังปลอมแปลงธนบัตรรัฐบาลต่างประเทศด้วย เช่น กินี ประเทศแถบแอฟริกา พม่า และกัมพูชา รวมถึงปลอมบัตรเครดิต เอกสารทางราชการ เอกสารแรงงานต่างด้าว และหนังสือเดินทางต่างๆ ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ถือว่าเป็นการปิดฉากแก๊งปลอมแปลงธนบัตรฯ และเอกสารรายใหญ่ที่สุด

สำหรับสถานการณ์การระบาดของธนบัตรปลอมในพื้นที่ 8 จังหวัดอีสานตอนล่าง เขตรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3 จากการรายงานล่าสุดพบว่าสถานการณ์เริ่มดีขึ้น ไม่พบการระบาดของธนบัตรปลอมมากนัก เชื่อว่าเมื่อจับกุมแก๊งนี้ได้แล้วคาดว่าจะเบาบางลงและหมดไปในที่สุด เช่นเดียวกับสถานการณ์รวมทั่วประเทศ





กำลังโหลดความคิดเห็น