กระแส “T-Pop”ฮิตระเบิดขึ้นแท่นอันดับ 1 ในไทย ดัน“K-Pop”ตกชาร์ต!! แถมได้กระแสวายขยายฐาน ทั้ง Boys’ Love และ Girls’ Love จนได้ครอง “อันดับ 1 ในเอเชีย” แต่ยังชะล่าใจไม่ได้ เพราะตลาดใกล้ถึง“จุดอิ่มตัว”แล้วเหมือนกัน
** ไทยแลนด์มาแรง แซงเกาหลี **
เป็นไปได้ “T-Pop” กระแสแซง “K-Pop” ใน “ไทย” นี่เป็นข้อมูลจากแอปฯ ฟังเพลงระดับโลกอย่าง “Spotify” ที่บอกว่าในช่วง 3 ปีมานี้ กระแสของ K-Pop ในโซน “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้” กำลัง “ดรอป” ลง
โดยของไทยเองตั้งแต่ปี 2025-2026 ความนิยมของ K-Pop ดิ่งลงอย่างมากมาเป็นอันดับสุดท้าย สวนทางกับ “T-Pop” ของไทย ที่พุ่งกลายเป็น “อันดับ 1” ที่มีคนฟังมากที่สุด อันดับ 2 เป็น “Thai Hip-Hop”
จุดนี้หลายคนในโซเชียลฯ เข้ามาวิเคราะห์ว่า เรื่องแรกอาจเป็นเพราะ “การทรีตแฟนคลับ” ของศิลปินเกาหลี ที่ “เข้าถึงยาก” เพราะอยู่ไกล แฟนๆ ไม่ค่อยมีโอกาสใกล้ชิดกับศิลปินมากนัก
บวกกับเรื่องของ “ภาษา” และ “วัฒนธรรม” ที่มันต่างกัน ศิลปิน “T-Pop” ที่เป็นคนไทย อยู่ประเทศเดียวกัน ภาษา วัฒนธรรมเหมือนกัน ทำให้แฟนๆ เข้าถึงได้ง่ายกว่า
อีกอย่างคือกระแสวายในไทย ไม่ว่าจะ “Boys’ love (BL)” หรือ “Girls’ love (GL)” ที่กำลังบูมมากๆ ทำให้วงการ T-Pop ได้ฐานแฟนคลับเหล่านี้เข้ามาเสริม จนแซงหน้า K-Pop ได้ในที่สุด
สาเหตุพวกนี้ ทำให้ T-Pop ไทยเติบโตจริงๆ เปล่า? ทีมข่าวได้ลองต่อสายหา คนในวงการ ผู้ทำงานดูแลศิลปินให้กับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของไทย มาช่วยวิเคราะห์
อย่างแรก ต้องยอมรับว่า เรื่อง “ความใกล้ชิด” ระหว่าง “ศิลปิน” และ “แฟนคลับ” มีผลทำให้ผู้คนเลือกหันมาเสพ หันมาเป็นติ่ง T-Pop จริงๆ
“นึกภาพเราเป็นแฟน K-Pop หนึ่งวง สิ่งที่เราจะได้อย่างมากก็คือ ดูเขาในออนไลน์ ดูเขาใน YouTube ต้องรอลุ้นว่า 1 ปี หรือ 2 ปี จะมีแฟนมีตที่เขาจะบินมาไทย หรือมาคอนเสิร์ตทีนึง เราถึงจะได้เจอตัว นอกนั้นเราก็ได้แต่ซัพพอร์ตอยู่ไกลมากๆ”
แน่นอนว่า ต่างกับศิลปิน T-Pop ที่เป็นศิลปินในประเทศไทย บวกกับวัฒนธรรมบ้านเรา ที่เหล่า “งานอีเวนต์” ตามห้างฯ ดัง มักเชิญศิลปินไปออกแสดงบ่อยมากๆ
และยังไม่นับพวกงาน “Music Festival” ของไทย ที่จัดกันเยอะมากๆ ทำให้แฟนคลับได้เห็นศิลปินตลอดเวลา มันเลยเกิดความใกล้ชิดได้มากกว่า
แถมเมื่อเป็นคนไทย พูดภาษาไทย การตอบกลับหรือปฏิสัมพันธ์ กับแฟนคลับ มันเข้าใจกันง่าย มีการพูดคุยกับเหล่าแฟนๆ เสมอ ซึ่งหาได้อยากจากศิลปินต่างชาติ
“มันพูดภาษาเดียวกัน เข้าใจกันได้มากกว่า เขาจะรู้สึกว่า ดีจังเลยที่‘เหมือนเราไม่ได้รักเขาฝ่ายเดียว’ ศิลปินก็รักแฟนคลับมากๆ ด้วย ซึ่งถามว่าโมเมนต์นี้ จะเกิดกับศิลปินต่างประเทศยังไง นึกออกไหม”
ส่วนเรื่องแฟนๆ “Boys’ love” หรือ “Girls’ love” มาช่วยขยายฐานแฟนคลับของ T-Pop ได้ยังไง ผู้จัดการศิลปินรายเดิม อธิบายว่า เดิมใน K-Pop ก็มีวัฒนธรรม “คู่จิ้น” อยู่แล้ว
จึงไม่แปลกที่แฟนๆ Boys’ love, Girls’ love จะกลายมาเป็นติ่ง T-Pop บวกกับกระแสซีรีส์วายของไทยที่บูมมากๆ จนไปฮิตถึงต่างประเทศ
คนเหล่านั้น ก็กลับเข้ามาติดตามศิลปินไทย จนกลายเป็นการขยายฐานแฟนคลับ ให้กับวงการ T-Pop ไทยในทางนึงเหมือนกัน
แต่จริงๆ แล้ว สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นเพียงส่วนเสริมเท่านั้น เพราะเขามองว่า ที่ T-Pop เติบโตขึ้นมาก มาจาก 2 อย่างหลักๆ อันแรกคือ “วัฏจักร” ของ “วงการเพลง” ที่ K-Pop เข้ามาครองตลาดในไทยกว่า 20 ปี
ไม่แปลกที่กระแสมันจะแผ่วลง เพราะคนเริ่มเบื่อ และอยากหาอะไรใหม่ๆ ต่อมาคือ “อุตสาหกรรม T-Pop” ของเรา “จริงจัง” ขึ้น ที่พัฒนาจนคุณภาพของงาน ไม่ว่า เนื้อร้อง ทำนอง ท่าเต้น สู้ได้กับเกาหลี
“T-Pop เริ่มจริงจังกับการเทรนกับการฝึกฝน แล้วออกมาก็ไม่ได้ดูแย่ไปกว่ากันขนาดนั้น มันก็เลยรู้สึกว่าแบบ เฮ้ย...อันนี้ก็อร่อยเท่าๆ กันนี่ว่า แต่นี่อยู่ข้างบ้านเดินไปซื้อกินได้เลย
อีกอันต้องส่งมาจากต่างประเทศอะไรอย่างนี้ นึกออกปะ ฉันก็กินอันนี้ไหมอะ ในเมื่อรสชาติมันคล้ายๆ กัน พอๆ กัน”
** “ซีรีส์วายไทย” แชมป์ตลาดที่ “ใกล้อิ่มตัว” **
อีกหนึ่งอุตสาหกรรมเทิงไทย ที่เป็นกระแสตีฮอตคู่มาพร้อม อย่างซีรีส์ “Boys’ love”กับ “Girls’ love”ซึ่งหลายคนมองว่า ที่มันบูมได้ขนาดนี้ เพราะไทยเริ่มพยายามหันมา“เจาะ”กลุ่มตลาดคนดูเหล่านี้มากขึ้น
ลองมองในมุมผู้กำกับมากฝีมือ ผู้สร้างผลงานซีรีส์วายชื่อดังอย่าง “MY STAND-IN ตัวนาย ตัวแทน”ดูบ้าง “เป๊ปซี่” (บัญชร วรเศรษฐ์อารี)มองว่า ตลาดซีรีส์แนวนี้ของไทย อยู่ในเฟส “ติดตลาด”ไปแล้ว
ทั้งยังไม่ได้ดังแค่ในไทย แต่ไปไกลถึงฝั่งอเมริกา และยุโรปได้แล้วเหมือนกัน
“คือต้องบอกว่า ในตลาด BL ตอนนี้สำหรับประเทศไทย เราเรียกว่าติดตลาดไปแล้ว เราติดตลาดของ Global เสียด้วยซ้ำ
คือสำหรับ BL ไทยตอนนี้ มันติดตลาด Global แล้วล่ะ เราแทบจะเป็นประเทศที่ผลิตซีรีส์ BL น่าจะเยอะที่สุดต่อปีของโลก น่าจะเป็นที่ 1 อยู่ซะด้วยซ้ำ ”
โดย “ไทย”เอง ก็ถือว่าเป็น“ผู้ครองตลาด ”ของซีรีส์วายในโซน“เอเชีย” อย่างที่ข้อมูลของ “Economic Intelligence Center (EIC)” ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุสถิติของปี 2024 เอาไว้
{“เป๊ปซี่-บัญชร” ผู้กำกับซีรีส์วาย}
ย้ำว่าผลงานซีรีส์วายของไทย ได้รับความนิยมอย่างมาก ใน ”ตลาดซีรีส์วายเอเชีย” จนครองส่วนแบ่งทางการตลาดมากถึง “53%” มาเป็น “อันดับ 1” ชนะญี่ปุ่น เกาหลี และไต้หวัน
แต่ในอีกมุม ซีรีส์วายของไทยก็ไม่ได้เพิ่งมาบูม ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่มันดังมากว่า 10 ปีแล้ว แค่อาจดังในตลาด “เฉพาะกลุ่ม” ไม่ได้แมสในวงกว้างเหมือนทุกวันนี้
ซึ่งก็ถือว่าเป็นการยืนระยะที่นานพอสมควร ทำให้ตอนนี้ซีรีส์วายของไทยเอง ก็เริ่มเข้าสู่ “จุดอิ่มตัว” แล้วเหมือนกัน
ผลักให้คนเสพจริงๆ จะเห็นว่า ในทุกๆ ปีจะมีการผลิตซีรีส์หลายเรื่อง แต่มันก็จะมีแค่บางเรื่องเท่านั้น ที่ประสบความสำเร็จ
นี่เป็นเพราะ “การแข่งขัน” ที่ “สูงขึ้น” ไม่ใช่แค่จากผู้ผลิตในประเทศเท่านั้น ยังมีคู่แข่งจากต่างชาติ ที่ผันตัวจาก “คนดู” มาเป็น “คนผลิต” แล้วส่งซีรีส์กลับเข้ามาตีตลาดไทยด้วยเช่น “จีน”
ดังนั้น สิ่งที่จะทำให้ซีรีส์แนวนี้ไปรอดในอนาคต คือการสู้กันด้วย“คุณภาพ”ของงาน ไม่ว่าจะเป็นตัว “บท” “นักแสดง” รวมถึง “งานโปรดักชัน” เพื่อให้เรายังคงยืนระยะแบบนี้ต่อไปได้
“ฉะนั้น ตัวคุณภาพของตัวซีรีส์เองก็ต้องมีมากขึ้น ทั้งตัวบทเอง ตัวนักแสดงเอง มันไม่ได้ขายแค่เฉพาะคู่จิ้นแหละ มันต้องขายความสามารถของนักแสดง และโปรดักชันด้วย ณ ตอนนี้ที่มันเป็นการแข่งขันกัน”
สกู๊ป : ทีมข่าว MGR Live
ขอบคุณภาพ : Facebook “BLACKPINK”, @bangtan.official, “EXO”, “BUS because of you i shine”, “4EVE”, @SOUCh3Official, “บันเทิง Society” | IG @pepzilism
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **


