xs
xsm
sm
md
lg

มทร.ธัญบุรี เปิด “Non Degree” เพิ่มทักษะแรงงาน-สูงวัยทำงานได้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 2/63 ว่า มีผู้ว่างงาน 7.5 แสนคน คิดเป็นอัตราว่างงาน 1.95% เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากช่วงปกติ และเป็นอัตราสูงสุดตั้งแต่ไตรมาส 2/ 62 สาเหตุส่วนใหญ่มาจากผลจากสถานที่ทำงานปิดกิจการในช่วงสถานการณ์โควิด-19 หรือหมดสัญญาจ้าง

ทั้งนี้ ส่งผลให้จำนวนผู้ว่างงานสะสมในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านกว่าคน เป็นผู้ว่างงานที่อยู่ในระบบประกันสังคมประมาณ 400,000 คน ส่วนที่เหลืออีกราว 1.7 ล้านคน แม้จะว่างงาน แต่ยังมีสถานะของการจ้างงานอยู่ เพียงแต่ไม่ได้รับเงินจากนายจ้าง

เนื่องจากธุรกิจได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ต้องหยุดกิจการหรือปิดตัวชั่วคราว ซึ่งเมื่อสถานการณ์กลับมาคลี่คลายได้ปกติแล้ว ในกลุ่มนี้ก็จะมีสถานะการจ้างงานกลับเข้ามาตามเดิม

ขณะที่การจ้างงานปรับตัวลดลงโดยผู้มีงานทำมีจำนวน 37.1 ล้านคน ลดลง -1.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นการลดลงทั้งผู้มีงานทำในภาคเกษตรและนอกภาคเกษตร โดยสาขาที่มีการจ้างงานลดลงมาก ได้แก่ สาขาก่อสร้าง, สาขาการผลิต, สาขาโรงแรม/ภัตตาคาร ขณะที่สาขาขายส่ง/ขายปลีก ลดลงเล็กน้อย

เนื่องจากยังสามารถเปิดกิจการได้ในบางส่วน โดยเป็นห่วงแรงงานในกลุ่มอาชีพอิสระอีก 16 ล้านคน เนื่องจากกลุ่มนี้มีความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้เร็วโอกาสเสี่ยงของผู้ว่างงานในอาชีพอิสระก็จะลดลง


ขณะที่ สถานการณ์หนี้ครัวเรือนไตรมาส 1/63 ว่ามีมูลค่า 13.48 ล้านล้านบาท ขยายตัว 3.9% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ชะลอตัวลงจากไตรมาส 4/62 อยู่ที่ระดับ 5.1%

โดยสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีอยู่ที่ 80.1% สูงสุดในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่ไตรมาส 2/59 ทั้งนี้ มองว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือต่อจีดีพีไตรมาส 2 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามระดับการหดตัวของเศรษฐกิจที่จะรุนแรงมากขึ้น

ดังนั้น มหาวิทยาลัยต้องวิเคราะห์ว่าหลักสูตรไหนต้องปรับปรุง หรือต้องสร้างหลักสูตรใหม่ๆ รองรับอุตสาหกรรมหลังโควิด-19 เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อการปรับตัวทางธุรกิจ อุตสาหกรรม ดังนั้น หลักสูตรในการผลิตนักศึกษาต้องให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

[ผศ.ดร.สมหมาย อธิการบดี ม.เทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี]
โดยสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีอยู่ที่ 80.1% สูงสุดในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่ไตรมาส 2/59 ทั้งนี้ มองว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือต่อจีดีพีไตรมาส 2 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามระดับการหดตัวของเศรษฐกิจที่จะรุนแรงมากขึ้น

ดังนั้น มหาวิทยาลัยต้องวิเคราะห์ว่าหลักสูตรไหนต้องปรับปรุง หรือต้องสร้างหลักสูตรใหม่ๆ รองรับอุตสาหกรรมหลังโควิด-19 เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อการปรับตัวทางธุรกิจ อุตสาหกรรม ดังนั้น หลักสูตรในการผลิตนักศึกษาต้องให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่าตอนนี้สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน คือ ทุกคณะของมหาวิทยาลัยต้องเปิดหลักสูตร Non Degree เพื่อเป็นการช่วยเพิ่มความรู้ให้แก่คนวัยทำงาน และผู้สูงอายุ ต้องเปิดกว้างให้ทุกคนได้มาเพิ่มทักษะให้แก่ตัวเอง โดยเฉพาะศิษย์เก่า มทร.ธัญบุรี ได้มาใช้บริการอย่างเต็มที่

ขณะนี้มีการดำเนินการและเปิดให้เข้าเรียนแล้วในบางคณะ รวมถึงจัดทำธนาคารหน่วยกิต ให้ผู้ที่สนใจมาเรียนเพิ่มเติมทักษะ องค์ความรู้ใหม่ๆ ได้เก็บสะสมหน่วยกิต และเมื่อเก็บสะสมครบก็จะได้รับปริญญา หรือประกาศนียบัตรจากมหาวิทยาลัย เป็นการพัฒนาคนทุกช่วงวัยและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต


ปัจจุบัน มทร.ธัญบุรี จัดการเรียนการสอนหลักสูตรปริญญาตรี 86 สาขา ปริญญาโท ประมาณ20 สาขา และปริญญาเอก ซึ่งทุกหลักสูตรมีความร่วมมือกับสถานประกอบการ สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมไทย ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) โดยนักศึกษาทุกคนต้องไปฝึกสหกิจศึกษาในสถานประกอบการ 1 ภาคเรียน หรือ 4 เดือน

ผศ.ดร.สมหมาย กล่าวต่อไปว่า ช่วงแรกที่เกิดโควิด-19 หลายอุตสาหกรรม บริษัทต้องปิดตัวลงมีความกังวลว่าเด็กจะไม่ได้ร่วมสหกิจศึกษา แต่กลายเป็นว่าขณะนี้เด็กประมาณ 80% สามารถไปฝึกสหกิจศึกษาในบริษัทที่ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยประมาณ 1,500 กว่าบริษัทได้

ทั้งนี้ การส่งเด็กไปสหกิจศึกษา ทำให้มหาวิทยาลัย และเด็กรู้ว่าบริษัทต้องการคนแบบไหน จะได้ปรับตัว รู้ว่าควรผลิตบัณฑิตอย่างไรให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

ทักษะที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการ คือทักษะด้านการสื่อสาร ภาษาที่ 2 นอกเหนือจากภาษาไทย ทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์อาชีพ และทักษะด้านไอที ซึ่งในส่วนของมทร.ธัญบุรี มีกระบวนการเพิ่มเติมทักษะเหล่านี้ให้แก่นักศึกษานอกเหนือจากทักษะความรู้ตามวิชาชีพของเขา เพราะในโลกอนาคต ทุกอาชีพต้องใช้ทักษะเหล่านี้"


"ขณะเดียวกันอาชีพที่คาดว่าเรียนแล้วไม่ตกงาน เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน ได้แก่ อาชีพด้านเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ หรือคณะที่เกี่ยวกับไอที ปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงการขนส่ง โลจิสติกส์ต่างๆ

ฉะนั้น นักศึกษาที่กำลังเข้าสู่มหาวิทยาลัยควรจะเลือกเรียนในคณะที่ตอบโจทย์กับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม รวมถึงคนในวัยทำงาน ผู้สูงอายุ ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มเติมทักษะให้แก่ตัวเองอย่างสม่ำเสมอ” ผศ.ดร.สมหมายกล่าว

นอกจากนี้ ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดการศึกษาอย่างมาก เพราะเป็นการเรียนออนไลน์ 100% โดยที่ผ่านมานักศึกษา คณาจารย์ปรับตัวได้ดี มีปัญหาบางส่วนของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 เนื่องจากพวกเขาอยากมามหาวิทยาลัย และบางส่วนไม่คุ้นชินกับการเรียนออนไลน์ แต่พอใช้ไปได้ระยะหนึ่งทุกคนก็พร้อมเรียนรู้

ต่อมาเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลงทางมหาวิทยาลัยได้มีการจัดเตรียมคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ตให้แก่นักศึกษาที่มาอยู่หอพักได้ใช้ มีการจัดเตรียมสถานที่ต่างๆ เพื่อรองรับการเปิดภาคเรียนในวันที่ 13 ก.ย.นี้ ซึ่งจะเป็นการเปิดเรียนปกติในสถานศึกษา 100 %

แต่รูปแบบการเรียนจะใช้ผสมผสานระหว่างในชั้นเรียนและออนไลน์ กว่า 500 บทเรียนในรูปแบบการเรียนออนไลน์ จะทำให้เกิดการสร้างนิสัยการคิดวิเคราะห์ การสังเคราะห์ข้อมูล การค้นหาข้อมูลต่างๆ เพราะรูปแบบการสอนจะมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยน วิเคราะห์บทเรียนร่วมกันของนักศึกษา และนำมาสู่การสร้างชิ้นงาน ไม่ใช่เป็นการสอนบรรยายแก่นักศึกษา


ทั้งนี้ ได้ปรับระบบการบริหารจัดการเป็นออนไลน์ทั้งหมด ตั้งแต่การลงทะเบียนเรียนจนถึงการเรียนการสอน พร้อมทั้งได้ทำประกันชีวิตโรคโควิด-19 ให้แก่คณาจารย์ 983 คน บุคลากรฝ่ายสนับสนุน 1,028 คน รวมแล้วประมาณ 2,000 กว่าคน และนักศึกษา 26,000 กว่าคน เป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 มหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อเตรียมการรองรับเหตุการณ์โรคระบาด รวมถึงร่วมมือกับรพ.ธัญบุรี อ.ธัญบุรี เตรียมการสถานที่ โดยมีคณาจารย์ นักศึกษาได้ลงพื้นที่ไปปรับปรุงอาคาร เพื่อเป็นที่พักของผู้ที่ต้องกักกัน 14 วัน ได้จัดทำระบบสำหรับคัดกรอง เจลแอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัยป้องกันสารคัดหลั่งและแบคทีเรีย

ผลิตมอบให้แก่หน่วยงานต่างๆ อาทิ โรงพยาบาล หอพัก หน่วยงานต่างๆ ที่สำคัญได้มีการสนับสนุนงบวิจัยเกี่ยวกับการช่วยเหลือโควิด-19 เปิดให้อาจารย์ทุกคณะได้คิดนวัตกรรมการป้องกันโรคต่างๆ อาทิ การศึกษาเกี่ยวกับไบโอพลาสติกมาจัดทำเป็นแผ่นกรองพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

โควิด-19 อาจไม่ได้เป็นอุปสรรคเสียทีเดียว แต่ยังเป็นโอกาสในการทำให้ทุกคนปรับตัว แม้หลายคนจะได้รับผลกระทบโดยเฉพาะบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาอาจจะมีจำนวนว่างงานมากขึ้น


ทั้งนี้ ได้มีการช่วยเหลือนักศึกษาหลากหลายแนวทาง อาทิ จ้างงานผู้ว่างงานเพื่อลงพื้นที่ช่วยยกระดับชุมชน จำนวน 377 อัตรา ระยะเวลา 3 เดือน ๆ ละ 9,000 บาท โดยได้รับงบประมาณจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รวมถึงโครงการ 1 มหาวิทยาลัย 1 ตำบล ที่ได้เข้าไปช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์ สร้างงานสร้างอาชีพในชุมชน

โดย มทร.ทั้ง 9 แห่งได้รับการอนุมัติแห่งละ 80 โครงการ ทำให้เกิดการจ้างงานคนในชุมชน รวมถึงยังได้กำหนดให้โครงการวิจัยต่างๆ ของมหาวิทยาลัย การจ้างผู้ช่วยวิจัยกำหนดให้จ้างบัณฑิตของมหาวิทยาลัย อัตราค่าจ้างสูงถึง 15,000 บาท โดยขึ้นอยู่กับขนาดและงบประมาณของงานวิจัย และทุกคณะจัดทำหลักสูตร Re Skill และ Up Skill ให้นักศึกษาที่ยังไม่มีงานทำ เพิ่มพูนความรู้ให้กับทุกคน


กำลังโหลดความคิดเห็น...