xs
xsm
sm
md
lg

“ฮีโร่ รปภ.” หัวใจแกร่งฝ่าเหตุกราดยิง!! ไม่ละทิ้ง-พาหนี-ปกป้อง-ปลอบโยน [มีคลิป]

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ฮีโร่ไม่จำเป็นต้องมีพลังวิเศษ! เปิดใจ “ตัวแทน รปภ.Terminal 21 โคราช” ดูแลลูกค้าสุดหัวใจแม้ไม่มีอาวุธป้องกันตัว อาศัยความชำนาญเส้นทางพาหลายร้อยชีวิตหนีออกมาได้ ไม่ยอมกลับบ้านจนกว่าลูกค้าทุกคนจะปลอดภัย “ไม่เกี่ยวว่าจะเป็นอาชีพอะไร ขอแค่สามารถทำอะไรให้สังคมได้บ้าง”


ปกป้องด้วยหัวใจ แม้ไร้อาวุธ!

“ระหว่างที่กำลังทยอยนำลูกค้าออกมา บางทีก็มีเสียงปืนดังขึ้น พอเสียงปืนดังขึ้นผมปิดประตูเลย ไม่ให้ลูกค้าออกมา แต่ตัวผมออกมาดูว่าข้างนอกมีใครมั้ย พอเสียงปืนสงบแล้วก็มีพี่ที่เป็นตำรวจ 2 คนมานำทาง เขาจะคุ้มกันให้ แล้วก็ให้ผมไปหาที่จุดปลอดภัย ตรงไหนมันหนีได้ ก็เลยได้ออกมา”

“แม็กซ์” (ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อ-นามสกุลจริง) หนึ่งในทีมพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของห้าง Terminal 21 โคราช เปิดใจกับทีมข่าว MGR Live ถึงวินาทีชีวิตในเหตุการณ์สะเทือนขวัญชาวไทยทั้งประเทศ ที่ จ.ส.อ. อายุ 32 ปีรายหนึ่ง ก่อเหตุขโมยอาวุธปืนสงคราม มากราดยิงผู้คน ณ ห้างสรรพสินค้าดังกล่าว เมื่อช่วงวันหยุดที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่และประชาชนคนบริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายสิบราย ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรมในเวลาต่อมา



ภายหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวจบลง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหลายภาคส่วนต่างก็ได้รับเสียงชื่นชมจากวีรกรรมครั้งนี้อย่างท่วมท้น แต่ฮีโรในเหตุการณ์นี้ ไม่ได้มีเพียงแค่เจ้าหน้าที่เท่านั้น เพราะโลกโซเชียลฯ มีการแชร์เรื่องราวสุดกล้าหาญ ของทีมรักษาความปลอดภัย Terminal 21 โคราช ที่ไม่ละทิ้งลูกค้า แถมเข้าช่วยเหลือทุกคนที่พบเจอไปส่งยังที่ปลอดภัยอย่างกล้าหาญ โดยที่พวกเขาไม่มีเสื้อเกราะ หรืออาวุธป้องกันตัวแม้แต่ชิ้นเดียว

รปภ. หนุ่มผู้นี้ ย้อนเล่าเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุว่า “ตอนที่ผมรู้เรื่องประมาณ 5-6 โมง ทีแรกก็ตกใจอยู่ ผมก็เพิ่งกินข้าวออกมาด้วย ยังไม่รู้เรื่องอะไร พอได้ยินเสียงปืนเสียงอะไรดังขึ้นผมก็แนะนำให้ลูกค้าเข้าไปอยู่ข้างในก่อน ผมก็วิ่งหาลูกค้าตั้งแต่ตอนนั้นมา



ผมลงไปอพยพน้องที่อยู่ฟันเปกก้า (สวนสนุกชั้น 4) ก่อน ให้เขาอยู่เงียบๆ ในห้อง รอคำสั่งผู้ใหญ่สั่งมาว่าจะอพยพตอนไหน แล้วก็พาลงมาชั้น 4 เข้าประตูหนีไฟ ตอนนั้นเจ้าหน้าที่เข้าปะทะกันพอดี ยังไม่ได้พาลงมา เลยพาหนีขึ้นไปที่ชั้น 6 ดาดฟ้า แล้วก็รอคำสั่งจากผู้ใหญ่อีกทีนึง ว่าเหตุการณ์ข้างล่างเป็นยังไง พอมีคำสั่งขึ้นมาแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจเขาก็มาคุ้มกัน ผมก็พาเด็กๆ ลงประตูหนีไฟมา

คนร้ายอยู่ชั้นใต้ดิน จอดรถหน้าประตูชั้น LG เขาก็เดินมาในฟู้ดแลนด์เลย ข้างล่างเขาปะทะกันดังมาก ไม่กล้าเสี่ยง เพราะว่าชั้น 5 จะมีแค่โซน A ไงครับ โซน A ก็คือโซนเดียวกันกับที่ฟู้ดแลนด์อยู่ชั้นใต้ดิน ตรงนั้นเขาบอกว่าเป็นพื้นที่อันตรายก็เลยให้อยู่ในประตูหนีไฟไปก่อน เราใช้แค่เราชำนาญเส้นทางเฉยๆ ครับ จุดไหนปลอดภัยที่สุดเราก็พาไปจุดนั้นเลย ไม่มีอาวุธสักชิ้นเลย”



ระหว่างที่เหตุการณ์ตึงเครียด เขาและผู้รักษาความปลอดภัยคนอื่นๆ ที่อยู่ด้วยประมาณ 5 คน นอกจากจะต้องระวังเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อแล้ว ยังต้องสร้างขวัญกำลังใจให้ลูกค้าที่อยู่ด้วยตรงนั้นร่วม 200 ชีวิต โดยอาศัยประสบการณ์การฝึกอพยพที่ร่วมฝึกกับทางห้างอยู่เสมอ

“น่าจะ 200 คนได้ ทั้งฮาเบอร์แลนด์ ทั้ง SF ก็มากันหมดเลย ลูกค้า SF ก็เยอะมากตอนนั้น เขาก็ถามว่าเหตุการณ์ข้างนอกเป็นยังไงบ้าง ก็พยายามคุยให้เขาสบายใจที่สุด ก็บอกว่าตอนนี้เรา ทีมงานของตำรวจข้างล่างควบคุมคนร้ายไว้อยู่ ให้เขาอยู่จุดเดียว ก็คือตีวงให้คนร้ายอยู่แค่จุดๆ นั้น

ผมก็แนะนำลูกค้าให้เขาสบายใจว่าไม่มีขึ้นมาข้างบนแน่นอนครับ อยู่ตรงนี้ปลอดภัยที่สุดแล้ว ก็คุยไป มีลูกค้าเขาทำหน้าเซ็งบ้าง เขาน่าจะเหนื่อยมากกว่า ทำหน้าเซ็งๆ จะกลับบ้าน ผมก็พยายามขอโทษเขานะว่าเหตุการณ์มันไม่อยากให้เกิดเหมือนกัน ไม่เคยเจอแบบนี้เลย แต่ว่าฝึกอพยพทำบ่อยอยู่ ทางห้างก็มีให้เราฝึกบ่อยอยู่ ก็เลยรู้เรื่องอยู่บ้าง”

ลูกค้าไม่หมด เราไม่กลับ!

“เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ก็มาช่วยเป็นการ์ด เขาก็ถาม “เรารู้เส้นทางมั้ย ถ้าจะไปฝั่งนี้ๆ ต้องไปตรงไหน” ผมก็พาไป ลูกค้าออกหมดแล้วแต่ก็ยังมีเป็นจุดย่อยๆ ติดในประตูหนีไฟตรงนู้นตรงนี้ เราเอาฮาเบอร์แลนด์ลงหมดปุ๊บ ทางร้านค้าโทร.แจ้งว่าตรงนี้ยังมีอีกนะ ประมาณ 30-40 คน ตรงนี้มีอีกประมาณนี้ๆ เราก็ไปอพยพลงมาให้หมดครับ”

แม้จะรู้เส้นทางหลบหนีที่ปลอดภัยและมีโอกาสออกจากที่เกิดเหตุกลับไปหาครอบครัวอันเป็นที่รัก ได้พร้อมกับลูกค้าคนอื่นๆ แต่เหล่าผู้รักษาความปลอดภัยที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ทุกคนกลับเลือกที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถ ด้วยการกลับมาตรวจเช็กผู้ที่อยู่ภายในหลายต่อหลายครั้ง ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังเป็นระยะ เพื่อให้แน่ใจว่า ทุกคนออกไปอย่างปลอดภัย



“มันก็มีช่วงนึงที่ต้องเร่ง อยู่ดีๆ (เสียงปืน) มันก็ดังสนั่นขึ้นมาเลย ผมกลับเข้ามาอีกครับ เพราะว่าชุดนั้นไม่ใช่ชุดสุดท้าย ฮาเบอร์แลนด์เสร็จ ผมก็มาชั้น 4 เคลียร์เสร็จผมก็ลงมาชั้น 3 พอชั้น 3 เสร็จก็ยังไม่หมดอีกนะครับ เหมือนมีติดอยู่ตรงโน้นตรงนี้บ้าง ก็ไปช่วย

ชั้น 4 มีลูกค้าเยอะมากๆ ตอนนั้นมีงานกินเลี้ยงในฮอลล์ด้วย ติดอยู่ประมาณเกือบ 200 ได้ครับ ลูกค้าที่อยู่ในฮอลล์เอาลงแลมป์ลานจอดมาเลย (รปภ.) ถ้าทั้งห้างประมาณ 60 คนได้ ผมไม่แน่ใจ เขาก็ไปช่วยส่วนอื่น แต่ว่าส่วนที่เราช่วยมาก็มีชั้น 3 - 4 - 5 ครับ วิ่งหาเพิ่ม จะเคลียร์ให้ลูกค้าหมดเลยในพื้นที่ ไม่ให้เหลือเลย ก็นานพอสมควรอยู่นะครับผมว่า ผมก็วิ่งหาลูกค้าตลอด ไม่ได้ดูนาฬิกาเลย รู้สึกว่าผมออกจากตัวห้างประมาณเที่ยงคืน ตีหนึ่ง”



นอกจาก รปภ.แม็กซ์ และทีมงานคนอื่นๆ ที่ทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถแล้ว อย่างที่หลายคนทราบกันดี “อำนาจ บุญเกื้อ” พนักงานรักษาความปลอดภัยของห้าง Terminal 21 โคราช คือหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาก็ได้ทำหน้าที่เป็นครั้งสุดท้าย ด้วยการเดินตรวจตราดูแลลูกค้าอย่างกล้าหาญ

พร้อมกันนี้ แม็กซ์ยังกล่าวถึงอาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัย ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า มีบางคนที่มีอคติและมองว่าอาชีพนี้ต่ำต้อย แต่หลายต่อหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า รปภ. คือฮีโร่ไม่ต่างจากอาชีพอื่นๆ เลย


“อำนาจ บุญเกื้อ” รปภ.ผู้กล้า 1 ในผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงที่โคราช

“ผมก็ไม่ทราบรายละเอียด (การเสียชีวิต) เหมือนกัน เพราะเขาอยู่ข้างล่าง ผมอยู่ข้างบนสุดเลย แต่รู้จักครับ สนิทกันอยู่ระดับหนึ่ง โอ้โห...พี่แกนิสัยดีมาก พูดอย่างนี้เลย ดีมากๆ เขาเป็นคนด่าคนไม่เป็น เขาเจอผมเขาก็ทัก น้องอย่างงู้นอย่างงี้ตลอด ผมก็ทักเขาตลอด แหย่กันเล่นตลอด

มันไม่เกี่ยวครับว่าจะเป็นอาชีพอะไร ขอแค่มันสามารถทำอะไรให้สังคมได้บ้าง อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมก็สามารถพูดได้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาช่วยได้มากๆ กับสังคม



สุดท้าย เขาใช้โอกาสนี้ยังฝากคำขอบคุณไปยังสมาชิกโลกโซเชียลฯ ที่ชื่นชมการทำงานของทีม รปภ. แห่ง Terminal 21 โคราช และฝากถึงประชาชนเรื่องการป้องกันตัวเองในเหตุด่วนเหตุร้าย ที่ควรห่วงความปลอดภัยของตนเองมากกว่าการถ่ายรูป

“ก็ขอบคุณครับ ขอบคุณ ไม่มีอะไรจะพูดเหมือนกัน เพราะวันนั้นก็เต็มที่ ผมก็ไม่เหนื่อยเลยนะครับวันนั้น มันหายเหนื่อย มันเป็นห่วงลูกค้ามากกว่า ก็ต้องทำทุกวิถีทางให้ลูกค้าปลอดภัยทุกคนครับ

ผมว่าทุกวันนี้เขาห่วงถ่ายรูปกันเยอะเกินไป เสียงปืนดังขึ้นอย่างงี้ก็วิ่งฮือไปถ่ายรูปกัน มันอันตรายเกินไป ถ้าได้เห็นหรือได้ยินเสียงเหตุการณ์อะไร ผมว่าควรจะหลบอยู่ในที่ปลอดภัยมากกว่าการออกไปถ่ายรูปครับ”







ข่าวโดย : ทีมข่าว MGR Live




** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **



กำลังโหลดความคิดเห็น...