xs
xsm
sm
md
lg

เปิดนาทีชีวิต ผู้หญิงคนเดียว ช่วยเด็กกว่า 30 ชีวิต รอดปลอดภัย #กราดยิงโคราช [มีคลิป]

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ใครจะรู้บ้างว่า ขณะเกิดเหตุก่อการร้าย #กราดยิงโคราช สะเทือนขวัญผู้คนไปทั่วโลก ภายในชั้น 5 ซึ่งมี “เมืองแห่งสวนสนุก” นั้น ยังคงอัดแน่นไปด้วย “เด็กน้อยกว่า 30 ชีวิต” ที่ซ่อนตัวอยู่หลายชีวิต และมีเพียงผู้หญิงคนนี้เพียงคนเดียว ที่เป็นตัวแปรสำคัญ ทำให้ชีวิตเล็กๆ เหล่านั้น อยู่รอดปลอดภัยจนถึงวินาทีนี้




ย้อนวินาทีเด็กกว่า 30 ชีวิต กำลังตกอยู่ในอันตราย!!


“เด็กทราบมีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ห้างฯค่ะ บางคนอาจจะยังค่อนข้างจะเล็ก แต่บางคนก็จะเป็นเด็กโตหน่อย ก็จะตื่นเต้น เพราะเขาอาจจะยังไม่รู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเลวร้ายแค่ไหน เด็กๆ บางคนค่อนข้างจะเหนื่อยล้ากับการเล่นด้วย

พอมาเจอเหตุการณ์แบบนี้แล้ว มาอยู่ในจำนวนคนมากๆ มี (อาการ) กระจองงอแงบ้าง ส่วนใหญ่เด็กก็จะงอแงตามภาษา คือ หิวขนม หิวน้ำ หิวข้าว อยากเข้าห้องน้ำ พอดีเราไปหลบอยู่ในห้องเก็บของ จะมีน้ำ มีเครื่องดื่ม มีอาหาร ให้ลูกค้าอยู่แล้ว”

เธอคนนี้เล่าย้อนวินาทีแห่งชีวิต ในตอนที่ผู้ร้าย หรือจ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ทหารสังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา จนโดนวิสามัญ

“นุ้ย-วนิดา” รองผู้จัดการสาขาฮาร์เบอร์แลนด์ ห้างสรรพสินค้า Terminal 21 เมืองโคราช เปิดใจกับทีมข่าว MGR Live ถึงสถานการณ์นาทีเอาชีวิตรอดจากเหตุคนร้ายกราดยิงคนในห้างฯ Terminal 21 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจำนวน 30 ศพ เจ็บอีก 57 คน


ท่ามกลางคนที่กำลังพุ่งเป้าไปที่ชั้นใต้ดินของห้างฯ จะมีใครรู้บ้างว่า ชั้น 5 มีเธอคนนี้ที่กำลังปกป้องเด็กๆ กว่า 30 ชีวิต ที่ถูกกักเอาไว้ เพราะว่าก่อนหน้านี้ เล่นอยู่ในสนามเด็กเล่นบนห้างฯ

[นุ้ย-วนิดา]

โดยเธอเป็นผู้ประสานงาน พาเด็กๆ ผู้ปกครอง รวมถึงพนักงานกว่า 100 ชีวิต ออกจากบริเวณดังกล่าว เธอเล่าย้อนเหตุการณ์ให้ฟังด้วยน้ำเสียงที่ยังคงระทึกกับเหตุการณ์อยู่ ว่า ประมาณ 6 โมง พนักงานได้แจ้งมาว่ามีเหตุยิงกันหน้าห้างฯ และมีคนขอเข้ามาหลบข้างในฮาร์เบอร์แลนด์ ซึ่งหลังจากนั้น เธอเองก็ไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์จะบานปลาย จนทำให้ติดอยู่ภายในห้างฯ 5 ชม.


“ตอนแรกคือไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น พื้นที่ทำงานอยู่ในโซนด้านใน มีน้องด้านหน้าที่ทำหน้าที่เช็กอิน เขาวอมาแจ้งว่า ลูกค้าข้างหน้าแจ้งว่าหน้าห้างฯมีเหตุยิงกัน นุ้ยเลยออกมาด้านหน้า ลูกค้าบางคนที่ไม่ใช่ลูกค้าของเรา เป็นลูกค้าที่เอาน้องมาส่งไว้บ้าง เขาเลยบอกว่าเขาเข้าไปหลบข้างในก่อนได้มั้ย เลยบอกว่าให้เข้าไปหลบข้างในก่อน เพราะว่าเราไม่คิดว่าเหตุการณ์มันจะบานปลาย เราก็เลยเปิดประตูให้เขาเข้ามาในโซนของเราก่อน



กลับกลายเป็นว่า หลังจากเราให้เขาเข้ามาแล้ว มันได้ยินเสียงปืนดังขึ้นมาหลายนัดมาก แล้วคนในห้างฯก็ต่างกรีดร้องกันเสียงดัง รวมถึงคนที่อยู่ฮาร์เบอร์แลนด์ด้วย พนักงานทุกคนก็เลยพยายามปิด 2 ประตู เพื่อจะไม่ให้คนข้างนอกเข้ามาได้ เราก็พยายามต้อนคนที่อยู่หน้าฮาร์เบอร์แลนด์เข้ามาข้างในก่อน แล้วก็ให้ไปหลบในห้อง



คือช่วงแรกๆ ก็จะวิ่งสะเปะสะปะกันนิดนึง เข้าห้องน้ำบ้าง ไปที่ห้องรับรองลูกค้าบ้าง แล้วนุ้ยเห็นว่าห้องน้ำมันก็ไม่น่าจะปลอดภัย เพราะอยู่โซนด้านหน้า และห้องรับรองลูกค้ามันเป็นห้องกระจก ก็เลยให้น้องๆ (พนักงาน) ต้อนลูกค้าเข้าไปในห้องที่มันปิดล็อก พื้นที่มองไม่เห็นจากด้านนอก

วันเสาร์ที่ผ่านมา จำนวนที่มีก็ไม่ได้เยอะมาก เด็กประมาณ 30-40 คน ผู้ปกครองรวมๆ กันแล้วน่าจะประมาณ 100 คนได้ และมีพนักงานของฮาร์เบอร์แลนด์ประมาณ 43 คน ที่มาวันนั้น ก็เยอะเหมือนกัน เราแบ่งให้ผู้ปกครองกับน้องๆ แบ่งไปอยู่ในส่วนของห้อง 4 ห้อง จะมีบางส่วนที่เล่นเลเซอร์บนชั้น 2 เขาก็อยู่ในห้องเลเซอร์เลย เราปิดล็อก เพราะมันเป็นประตูอัตโนมัติ บางส่วนอยู่ห้องสต๊อก อีกเซตหนึ่งก็คือเป็นห้องที่เก็บเครื่องดื่ม ขนม ที่เราไว้ในฮาร์เบอร์แลนด์ และบางส่วนหลบอยู่ในห้องพยาบาล หลบอยู่ในห้องสต๊อกขายของที่เป็นถุงเท้า

พออยู่ไปนานๆ เข้า เราก็มีได้ยินเสียงปืนบ้าง เด็กๆ ก็เริ่มงอแง เพราะมันเริ่มใช้เวลาค่อนข้างนาน เรามีขนม น้ำ ก็ให้เขาทาน”



แน่นอนว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สร้างความหวาดกลัวให้กับสังคมเป็นวงกว้าง เพราะผู้ก่อเหตุเป็นถึงทหาร จึงสร้างความหดหู่ใจอย่างหนัก

ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่ามันจะร้ายแรง รู้สึกตกใจ เพราะว่าได้รับแจ้งว่ามีคนยิงกันหน้าห้างฯ มีคนเสียชีวิต คนร้ายหนีไปแล้ว แล้วเราก็ไม่คิดว่าคนร้ายจะหนีเข้ามาในห้างฯ

เราได้ยินเสียงปืน ยิ่งทำให้เรารู้สึกตกใจ แต่ว่ามันตกใจแป๊บนึง แต่เราก็ต้องตั้งสติ เพราะว่าเราต้องดูแลลูกค้า ลูกน้องด้วยหลายคน ถ้าเราเตลิดไป เราก็คงจะนึกวิธีไม่ออกว่าจะทำยังไงได้บ้าง ตั้งสติและก็พยายาม move ลูกค้าให้เร็วที่สุด ให้เข้าไปอยู่ในห้องที่ปลอดภัยที่สุด”




ออกจากพื้นที่เสี่ยงได้ เพราะผู้นำมีสติ



เมื่อถามว่า เคยประสบเหตุการณ์รุนแรงแบบครั้งนี้มั้ย รวมถึงวินาทีนั้นจัดการและรับมือจนออกมาจากตัวห้างฯได้ยังไง หญิงแกร่งรายนี้ได้เล่าย้อนให้ฟังว่า ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ตอนนั้นตนและผู้บริหารได้คุยและประสานงาน ผ่านไลน์กรุ๊ป “ฉุกเฉิน” เพื่อที่จะได้รับข้อมูลทางเดียว และถูกต้อง



“ประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง ก็มีทางเจ้าหน้าที่ของ Terminal 21 ที่เป็นรปภ. มาเคาะตามห้องตามโซนของฮาร์เบอร์แลนด์ เพื่อที่จะลำเลียงคนออก

จุดที่เราลงไปทางบันไดเลื่อนชั้น 4 และออกไปทางบันได้หนีไฟชั้น 4 ก่อน ซึ่งระหว่างช่วงที่เรา move กัน ลงไปที่ชั้น 4 ก็ยังมีเสียงปืนดังอยู่หลายระลอกเลย เราก็ต้องหยุดที่ชั้น 4 ก่อนสักพักหนึ่ง แล้วทางเจ้าหน้าที่ก็ move เราไปที่ชั้น 6 อีกรอบหนึ่ง ที่มันเป็นโซนออฟฟิศของวิศวกรรมของอาคาร เพื่อที่จะให้เราอยู่ที่จุดปลอดภัย

เราก็อยู่ตรงนั้นสักพักหนึ่งใหญ่ๆ เลย ทาง รปภ. เจ้าหน้าที่เขาก็ได้รับวอจากศูนย์บัญชาการด้านล่าง จากทหาร ตำรวจ ว่าพร้อมที่จะ move แล้วนะ พร้อมที่จะ move แล้ว เขาก็พาลงมาจากชั้น 6 โดยการลงมาจากทางบันไดหนีไฟ ลงมาที่ชั้นล่าง คือเราก็อยู่ดูแลทุกคน ลูกค้าและน้องๆ ที่เป็นพนักงานจนทุกคนออก และนุ้ยก็ออกคนสุดท้าย”


อย่างไรก็ดี วินาทีที่ตัดสินใจออกจากห้างฯ ความเป็นความตายมีเท่าๆ กัน เพราะตอนที่เจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจ มารับออกไป ยังคงได้ยินเสียงปีนสนั่นอาคาร ซึ่งเธอเองเป็นคนสุดท้ายในทีมที่ออกมาจากห้างฯ โดยให้เด็กๆ และพนักงานออกมาก่อน

“นุ้ยเข้าไปอยู่ในนั้นตั้งแต่ 6 โมงเย็น เราออกมาจากตรงนั้นประมาณ 5 ทุ่ม ในช่วงระหว่างตอนนั้นทางผู้บริหารก็ติดต่อทางตำรวจ ทหาร แล้วอัปเดตให้เรา

คือแจ้งทางตำรวจและทหารทราบว่า ตอนนี้ที่ฮาร์เบอร์แลนด์ มีพนักงานอยู่กี่ท่านติดอยู่ มีลูกค้ากับเด็กๆ กี่ท่านติดอยู่ คือทางตำรวจ ทหาร รู้ตำแหน่งเราว่า เราอยู่โซนไหน บริเวณไหน ทางผู้บริหารก็เลยแจ้งว่า ให้เรารอทางนู้นประสาน เพื่อที่ move ทุกคนออกจากพื้นที่

นอกจากนี้ เธอยังเน้นย้ำให้ฟังว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในยุคนี้ คือการรับมืออย่างมีสติ รับข่าวที่ถูกต้อง ซึ่งเพื่อความไม่สับสน เธอเป็นหนึ่งในที่ถือว่ารับหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ เลือกที่จะเสพข่าวข้างนอกน้อยมาก เพราะไม่รู้ว่ามีข้อมูลเท็จจริงแค่ไหน รวมทั้งทิ้งท้ายวิธีการรับมือเมื่อเจอเหตุการณ์ระทึกชีวิตในอนาคต


“รู้ใจโล่งใจ ที่พาทุกคนออกมาได้อย่างปลอดภัย ครั้งต่อไปทางฮาร์เบอร์แลนด์คงหามาตรการที่มันปลอดภัยเพิ่มขึ้น เพื่อที่จะดูแลลูกค้าให้ดีมากกว่านี้

เหมือนหามาตรการป้องกันให้ดีมากกว่าก่อนหน้านี้ เราไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ แต่ครั้งนี้เรามีประสบการณ์ เราคิดว่า เราน่าจะมีมาตรการที่เพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยให้ลูกค้ามากขึ้น และอาจจะเทรนพนักงานให้เพิ่มขึ้นด้วยในหลักสูตรอื่นๆ ที่อาจจะมีปัญหาที่เกิดขึ้นในอนาคตที่เราไม่ทราบ


ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ คิดว่าอย่างแรกเราต้องมีสติ อย่าตื่นตระหนก ถ้าเราตระหนกแล้วตกใจ มันเตลิด แล้วทำให้เราคิดไม่ออกเลย เพราะว่ามีหลายคนที่อยู่ด้านในที่มีอาการแบบนี้ ตกใจ ตัวซีด ทำอะไรไม่ถูก หน้าซีด แม้แต่จะเดินก้าวยังไม่ออกเลย ถ้าเหมือนเราตั้งสติให้ได้ และคิดให้เร็วว่าเราจะแก้ปัญหายังไง นุ้ยคิดว่าทางออกมันจะออกมาเรื่อยๆ เอง

และประสานงานติดต่อกับคนภายนอก คนที่จะรีบฟังข้อมูลจากจุดเดียว ไม่เอาข้อมูลสะเปะสะปะเข้ามา เพราะเราไม่รู้ว่าข้อมูลที่เราได้รับมา อันไหนที่มันเชื่อถือได้ และเราควรที่จะหาแหล่งข่าวที่เชื่อถือข้อมูลได้จริงๆ เพื่อเอามาแก้ไขปัญหาภายใน รวมถึงแจ้งลูกค้าทราบด้วย ถ้าเกิดเราเจอสถานการณ์แบบนี้ เราควรที่จะอัปเดตสถานการณ์ให้ลูกค้าทุกคนทราบด้วย ไม่ควรที่เก็บข้อมูลไว้คนเดียว เพราะมันจะทำให้ลูกค้าตกใจ เป็นคนคอยประสานงานทุกอย่าง”







ข่าวโดยทีมข่าว MGR Live



** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **


กำลังโหลดความคิดเห็น...