xs
xsm
sm
md
lg

นักรีวิวเงินล้าน!! กูรูทีวีหาตัวจับยาก มาตรฐานสากล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“กูรูทีวี” เหล่าคนติดหนึบเทคโนโลยีขนานนามให้เขาอย่างนั้น ชายหนุ่มผู้สร้างมาตรฐานระดับสากลให้ตลาด “นักรีวิวจอภาพ” ใครที่กำลังรู้สึกติดๆ ขัดๆ กับจอรับสัญญาณถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโรใต้หลังคาบ้านของตัวเองอยู่ในตอนนี้ แนะนำว่าให้จดจำชื่อนี้เอาไว้ให้ดี “เบรฟ-วีรเกียรติ จิรัฐการุณธ์” ผู้ก่อตั้งแหล่งความรู้คู่หูคนรักทีวี เจ้าของร้านขายเทคโนโลยีจอภาพภายใต้ชื่อว่า “LCDTVTHAILAND”


 

กำเนิด “กูรู” จากคำถามเดียว!!

“จริงๆ แล้ว ผมเรียกตัวเองว่าเป็น ‘นักรีวิวทีวี-นักรีวิวจอภาพ’ ครับ ส่วนคำว่า ‘กูรูทีวี’ อันนั้นเป็นสิ่งที่คนเขาตั้งให้” เบรฟ-วีรเกียรติ จิรัฐการุณธ์ ชายหนุ่มวัย 30 เจ้าของตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท LCDTVTHAILAND จำกัด อธิบายคำจำกัดความของตัวเอง ส่งมาให้พร้อมแววตามุ่งมั่น
 
แล้วคิดว่าเราเหมาะสมกับคำว่า “กูรู” มากน้อยแค่ไหน? เจ้าของเว็บไซต์ www.lcdtvthailand.com นิ่งคิดแวบหนึ่งก่อนยิงหมัดตรงตอบกลับมาว่า... “เอาแบบไม่ยกยอปอปั้นตัวเองเลยนะครับ ผมถือว่าผมและทีมงานเป็นเบอร์ต้นๆ ของประเทศไทยแล้วนะ อันนี้เราไม่ได้สถาปนาตัวเอง แต่มันเป็นสิ่งที่คนในวงการนี้ ทั้งแบรนด์ ร้านดีลเลอร์ พนักงานขาย และแฟนๆ เว็บ เขามอบคำจำกัดความมาให้ เพราะความรู้ที่เราพยายามมอบให้พวกเขาครับ

 
ทีมของเรา มีความได้เปรียบกูรูที่อื่นๆ อยู่ตรงที่เราเป็นเว็บไซต์กูรูเฉพาะทางจริงๆ เลยทำให้ได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ต่างๆ ให้รีวิวทีวีในเว็บไซต์เป็นจำนวนมาก รีวิวกันสัปดาห์ต่อสัปดาห์เลย เดือนนึงตกประมาณ 2-3 ตัวได้ ซึ่งถือว่าถี่มากนะ (ยิ้ม) ปัจจุบันเว็บไซต์เราก็มียอดคนเข้าชมอยู่ที่ 3 แสนคนต่อเดือน และมีจำนวนผู้ติดตามแฟนเพจกว่า 3 แสนคนแล้วครับ
 
ไม่ได้คุยโวด้วยน้ำเสียงโอ้อวด หรือพูดลอยๆ โดยปราศจากหลักฐาน แต่การรีวิวของเบรฟยึดตามมาตรฐานสากลระดับโลกจริงๆ “Imaging Science Foundation (ISF)” คือชื่อสถาบันที่เขาอุตส่าห์ลงทุนหลักแสนไปร่ำเรียนมา ในหลักสูตรการปรับภาพจอแสดงผล ทั้งทีวีและโปรเจกเตอร์ที่ใช้ฉายในโรงภาพยนตร์ระดับโลก เพื่อนำมาใช้เป็นกฎเหล็กวัด “คุณภาพจอ” ตามกฎที่นักรีวิวต้องมี!

“มาตรฐานที่ว่า ไม่ได้วัดจากคำว่า 'สวยที่สุด' นะครับ เพราะแบบนั้นมันเป็นการวัดจากความชอบส่วนตัวที่เรียกว่า ‘Preference’ บางคนอาจจะบอกว่า สีสดแปลว่าทีวีตัวนั้นสีสวย ในขณะที่อีกคนอาจจะไม่ชอบก็ได้ แต่เราวัดจากคำว่า 'ถูกต้องที่สุด' โดยใช้มาตรฐานอ้างอิง หรือที่เรียกว่า ‘Reference’ ครับ ซึ่งต้องใช้ทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์จากอุปกรณ์ชุดทดสอบ 'ค่าแสงสีที่ถูกต้องตามมาตรฐาน' ระดับ Professional เลย



[มอบถ้วยรางวัลสำหรับทีวีที่ดีที่สุดทุกปลายปี ผลรางวัลแต่ละครั้งมีผู้คลิกอ่านทะลุแสน!!]
ด้วยมาตรฐานตามแบบฉบับเดียวกันนี้เอง ที่สร้างให้เกิดรางวัลสำคัญในวงการหน้าจอไซส์ใหญ่ รางวัลที่ใช้ชื่อว่า ‘LCDTVTHAILAND Awards’ จัดอันดับ “ทีวีตัวท็อป” คุณภาพคับจอในทุกปลายปี ซึ่งเป็นรางวัลที่ได้รับการยอมรับในวงกว้างจากทุกแบรนด์ทีวีที่ขายอยู่ในไทย หลายแบรนด์ที่ได้อันดับสุดยอดจากการตัดสินนี้ไปครอง ถึงกับต้องขอถ้วยรางวัลไปปั๊มเพิ่ม เพื่อนำไปการันตีตามชอปต่างๆ อีกหลายสาขาทั่วประเทศ!!

และไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ มาตรฐานการรีวิวจอภาพที่ได้รับการยอมรับในตลาดทีวีทุกวันนี้ แท้จริงแล้ว มีจุดกำเนิดมาจากคำถามเล็กๆ เพียงคำถามเดียวเท่านั้น ที่ทำให้ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์อย่างเบรฟก่อเกิดประกายไฟในหัวและเกิดแรงบันดาลในใจของเขา นั่นคือคำถามพื้นๆ จากโลกไซเบอร์ที่ถามทิ้งเอาไว้บนกระทู้ไอทีที่ว่า “ระหว่าง LCD TV กับ Plasma TV อะไรดีกว่ากัน?”

“เห็นคนมาถามคำถามนี้บ่อยมาก จนมันกลายมาเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตผมจากคำถามนี้แหละ (ยิ้ม) คือตอนนั้นผมเห็นว่าคนที่มาตอบส่วนใหญ่ก็จะเลือกข้างไปเลยว่าอะไรดีกว่า แล้วก็เอาเหตุผลมาแข่งกัน แต่ผมยังไม่เห็นว่าจะมีเว็บกลางเว็บไหน ที่มาให้ความรู้เรื่องนี้อย่างจริงจัง ก็เลยเกิดไอเดีย คิดที่จะทำเว็บให้ความรู้และรีวิวเรื่องทีวีขึ้นมา

จริงๆ แล้ว ตอนนั้นสนใจเทคโนโลยีหลายอย่าง แต่เรื่องทีวีก็มาเป็นอันดับต้นๆ พอๆ กับเรื่องมือถือเลยครับ แต่เว็บรีวิวมือถือมันมีเพียบแล้วตอนนั้น ถ้าเราจะเข้าไปทำ มันแทบไม่มีโอกาสที่จะเป็นเบอร์หนึ่งเลย ส่วนเว็บทีวี ผมเห็นแล้วว่าถึงทางนี้จะทำยากกว่า เพราะดูต้องลงทุนมากกว่า แต่เพราะความยากของมันนี่แหละ ที่ทำให้คิดได้ว่าถ้าเราทำสำเร็จ เราก็จะผงาดขึ้นมาได้ทันที ก็เลยตัดสินใจลองทำ!!


ตอนนั้นมีตังค์เก็บอยู่ 1 แสน เจียดตังค์ก้อนใหญ่ก้อนแรก 60,000 บาทไปจ้างโปรแกรมเมอร์มาช่วยเขียนเว็บให้ แล้วก็เริ่มแปลข่าวจากเว็บต่างประเทศ มีสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งช่วยกันอีก 2 คน แต่ทำไปๆ ก็ยังขายโฆษณาไม่ได้อยู่ดี เพราะเว็บเรายังไม่มีรีวิวเป็นของตัวเอง ผมเลยลองโทร.ไปขอทีวีจากทางแบรนด์ชั้นนำต่างๆเขามาลองรีวิวดู แต่ตอนนั้นเขายังไม่ให้ยืม เพราะคิดว่าเราเป็นเว็บโนเนม กลัวมาหลอกเอาทีวีเขาไปฟรีๆ (ยิ้ม) แม้แต่จะนัดเข้าไปแนะนำตัวว่าเว็บเราคืออะไร ฝ่ายการตลาดเขายังปิดกั้นเลย

เหลือเงินอยู่ 2-3 หมื่นกว่าบาท ก็เลยเอาไปซื้อกล้องเลยตัวนึง Canon 500D แบบเบสิกสุด ซื้อผ่อน 0 เปอร์เซ็นต์ 10 เดือนด้วย (หัวเราะ) เลนส์ที่ใช้ก็เป็นเลนส์คิทแถมมากับกล้อง เสร็จก็เอากล้องตัวนี้แหละไปบุกงานอีเวนต์เปิดตัวทีวีของเขา ไปถ่ายภาพบรรยากาศต่างๆ ในงานแล้วกลับมาเขียนเป็นรีวิว จังหวะผู้บริหารมากล่าวเปิดงาน ให้นักข่าวถ่ายรูปหมู่เสร็จ ผมก็ไปดักรอขอคุยกับเขาเลย ขอแลก Contact กัน แล้วก็ส่งรีวิวผลงานทางอีเมลให้เขาดูว่า เรารีวิวงานออกมาแล้วสวยงามแบบนี้ๆ นะ เพื่อให้เขาไว้ใจเราและยอมปล่อยทีวีให้เรายืมมารีวิว

ผมก็ใช้กลยุทธ์แบบนี้กับทุกแบรนด์เลยครับ จนในที่สุดก็ได้ทีวีมารีวิว จนกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เว็บเราเป็นที่รู้จักมากขึ้นครับ คนที่เข้าเว็บก็เพิ่มเข้ามาเป็น 1 หมื่นกว่าคนต่อวัน, 3 แสนคนต่อเดือน จนถึงตอนนี้ ทีวีทุกแบรนด์ที่มีขายทีวีในไทย ลงโฆษณากับทางเว็บ LCDTVTHAILAND ของเราหมดแล้ว

[รางวัลมาตรฐานสากลที่แบรนด์ทีวีชั้นนำยอมรับในวงกว้าง]


ทุกวันนี้ ผมก็ยังเขียนรีวิวเองอยู่เหมือนเดิมครับ เพราะผมเองเป็นคนรักการนำเสนอ แต่ก็มีทีมช่วยกันด้วย ผมใช้นามปากกาว่า ‘โรมัน’ (ยิ้ม) ที่ใช้ชื่อนี้เพราะมันคือชื่อของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ แต่สุดท้ายก็ล่มสลาย มันเลยเป็นเครื่องเตือนใจเราว่า เผื่อวันนึงเราผงาดแล้ว ชื่อเราก็จะเตือนให้รู้เสมอว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันมีขึ้นมีลง คิดดูว่าขนาดอาณาจักรใหญ่ๆ ยังล่มสลายได้เลย ถ้าวันใดวันนึง เว็บเราหรือตัวเรา ขึ้นมาผงาดได้ เราก็จะต้องไม่ประมาทในการดำเนินชีวิตในเรื่องต่างๆ ง่ายๆ คืออย่าได้เหลิงเป็นอันขาด!!


 

แตกไลน์ความสำเร็จ ซ่อมฝัน “ร้านขายทีวี”

[ร้านในฝันของเบรฟ ตั้งอยู่บน ซ.พัฒนาการ 53]
“ถามว่าการรีวิวมันสำคัญยังไง? ลองคิดดูว่าถ้ามีทีวีอยู่รุ่นนึงที่ดีมากๆ เลย คุณภาพของภาพก็ดี ดีไซน์ก็สวย แต่มันก็ถูกตั้งเอาไว้เฉยๆ ไม่มีใครช่วยรีวิวให้ความรู้ คนเขาก็ไม่กล้าจะซื้อไปใช้กันหรอกครับ แต่เท่าที่ผ่านมา หลังจากที่ผมรีวิวรุ่นไหนไปปุ๊บ บอกข้อดีข้อเสีย แนะนำการใช้งานเสร็จสรรพ ยอดขายทีวีตัวนั้นจะพุ่งกระฉูดทันที อันนี้เรื่องจริง”

เจ้าของนามปากกา “โรมัน” บอกเล่าความจริงบนเส้นทางฝัน ผ่านแววตาที่ฉายไปด้วยความมุ่งมั่นและภาคภูมิใจอย่างชัดเจน

“ตั้งแต่ฟีดแบ็กจากตัวดีลเลอร์ หรือแม้กระทั่งพนักงานขายหน้าร้าน เขาบอกเลยว่ามันคือกระแสที่มาจากเว็บเรา ซึ่งหมายความว่าเว็บเรามีอิทธิพลและติดตลาดอย่างเป็นรูปธรรมแล้วจริงๆ ครับ คิดดูว่าลูกค้าบางคน เปิดโทรศัพท์ในหน้าเว็บผม แล้วเอามาชี้กับพนักงานเลยว่าจะเอารุ่นนี้นะ หรือแม้แต่พนักงานขาย เขาก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าทีวีรุ่นที่ผมรีวิวนั่นแหละขายดี อันนี้คือฟีดแบ็กหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนมากๆ แล้วครับ

พูดได้อย่างเต็มปากว่า ผลจากการฝ่าฟันสร้างความเชี่ยวชาญบนเส้นทางสายเทคโนโลยี เขาและทีมได้ทำมันสำเร็จอย่างที่ตั้งเป้าเอาไว้เรียบร้อย “จำนวนคนเข้าเว็บกว่าสามแสนคนต่อเดือนซึ่งเป็นจำนวนที่มากสุดในบรรดาสื่อแขนงเดียวกัน ยอดโฆษณาที่มาเข้าเว็บของเราโตขึ้นเรื่อยๆ จนถือว่าเป็นรายได้หลักที่ทำให้เว็บอยู่ได้ด้วยตัวเอง แต่ที่วัดผลได้ชัดเจนที่สุดคือรีวิวของเราที่ได้การตอบรับอย่างสูง

แต่ถึงอย่างนั้น นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงนายนี้ก็ไม่ยอมปล่อยให้ “ซีรีส์ความสำเร็จ” ของเขาอวสานลงง่ายๆ ล่าสุด เจ้าตัวได้แตกไลน์แบรนด์ของตัวเองออกไป จากเดิมเป็นที่รู้จักในนาม “LCDTVTHAILAND” ผู้โด่งดังในฐานะนักรีวิวจอภาพประจำเว็บไซต์ www.lcdtvthailand.com ถึงตอนนี้ เขาพร้อมสร้างความประหลาดใจเพิ่มอีกบนเว็บไซต์ใหม่ www.hometheaterthailand.com ซึ่งขอต่อยอดจาก “ผู้เชี่ยวชาญด้านภาพ” ไปสู่ “ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียง” โดยทีมรีวิวหูทองอีกทีมหนึ่ง เพื่อเสริมทัพเอาใจคนรักเทคโนโลยีให้มีความสุขได้แบบครบวงจร

[แบรนด์ลูก www.hometheaterthailand.com ต่อยอด “ผู้เชี่ยวชาญด้านภาพ” สู่ “ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียง”]

ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น! เบรฟยังมีไอเดียบริการแบบ “ครบวงจร” จากพี่น้องตระกูลเดียวกันนี้อีกหนึ่งอย่าง คือการแตกไลน์ไปเล่นสนุกกับ “สายสัญญาณเชื่อมต่อเครื่องเล่น-ทีวี” หรือที่เรียกว่า “HDMI” ซึ่งเป็นการปิ๊งไอเดียธุรกิจที่เรียกได้ว่า เกิดจากความบังเอิญลงล็อกจนน่าอิจฉา ซึ่งถูกผลิตออกมาภายใต้ชื่อแบรนด์ “LCD HDMI”

“ตอนแรก ผมกะทำสาย HDMI เอาไว้ใช้ทดสอบทีวีกันเองภายในทีม เพราะต้องการสายที่มีความเป็นกลางและเสถียรที่สุด ต่างกับสายแถมปกติที่เขาจะพยายามผลิตแบบลดต้นทุนให้มากที่สุด ใช้ทองแดงเกรดที่ต่ำที่สุด แต่สายของเรา ทองแดงที่ใช้จะเป็นทองแดงบริสุทธิ์ ปราศจากฟองอากาศ ทำให้พื้นผิวมันเรียบมาก สัญญาณวิ่งแล้วเหมือนอยู่ในลานไอซ์สเก็ต ยิ่งรุ่นที่ดีที่สุดของเราที่ทำมาจาก “เงิน” เวลาสัญญาณวิ่งผ่านสาย ยิ่งวิ่งฉิวอย่างกับเอาภาพไปเล่นบนลานไอซ์สเก็ตติดเทอร์โบเลยล่ะครับ (ยิ้ม)

[แตกไลน์ความสำเร็จ ขยายไปผลิตสาย LCD HDMI คุณภาพสูง]
ที่มันบังเอิญมากก็คือ หลังจากเราถ่ายรูปทีวีเพื่อทำรีวิวลงเว็บ แฟนๆ เผอิญเห็นสาย HDMI ที่เราใช้เทสต์ติดลงไปในภาพด้วย เลยเข้ามาถามว่าขอซื้อได้ไหม ตอนแรกจะไม่ขายด้วยนะ เพราะเราทำมาไม่กี่ร้อยเส้นเองครับ แต่เห็นแฟนๆ เรียกร้องก็เลยขายให้ ขายเสร็จ ปรากฏว่ามันขายดีเป็นเทน้ำเทท่า จนคุณวรีวรรณ์ เศรษฐสวรรค์ ผู้บริหารของห้างฯ โฮมโปร เห็นกระแสสายของเรามาแรง เลยติดต่อขอให้ไปเป็นพาร์ทเนอร์ จนได้ขายขึ้นห้างฯ คิดดูว่าวางขายในงานโฮมโปรเอ็กซ์โปครั้งแรกก็ได้ยอดขายหลักแสน ต้องบอกว่าเป็นโชคดีของเรามากจริงๆ ที่ได้รับโอกาสตรงนี้ครับ”

แล้วจะรออะไร? ในเมื่อมีต้นทุนพร้อมอยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว... คำตอบของหนุ่มนักลุยในสำหรับคำถามนี้จึงคือ การเดินหน้าสานฝันเก่าที่เคยล่มสลายลงไปต่อ ความฝันในการตั้ง “ร้านขายทีวี” ที่เคยล้มไปตั้งแต่ครั้งแรกที่เคยทดลองทำผ่านโลกออนไลน์สมัยที่เป็นบัณฑิตเอแบค จบจากคณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด ออกมาใหม่ๆ

“คติประจำใจที่ผมชอบมากและจะเอามาใช้กับการมองเรื่องธุรกิจเสมอก็คือประโยคที่ว่า ‘The distance between your dreams and reality is called ACTION’ ซึ่งหมายความว่า สิ่งที่จะทำให้ ‘ความฝัน’ นั้นกลายเป็น ‘ความจริง’ ก็คือการ ‘ลงมือทำ’!!

คือก่อนหน้านี้ ผมมีความฝันเรื่องการทำเว็บขายทีวี และเคยลงมือทำมันแล้ว แต่มันไม่สำเร็จ เพราะถึงจะลงมือทำแล้วก็ตาม แต่มันอาจจะผิดทาง เพราะฉะนั้น ถ้าใครยังทำความฝันของตัวเองไม่สำเร็จ ก็ให้ลองกลับไปคิดดูว่า คุณมี Action แล้ว แต่คุณได้ลอง Repeat Action ในทางที่ใช่แล้วหรือยัง?

จากวันแรกที่ทำเว็บขายทีวีแล้วล้มไปเมื่อปี 52 มาถึงวันนี้ ผ่านไป 6-7 ปี ผมมาตั้งร้านขายทีวีแบบมีหน้าร้านอีกที ผมว่าผมเก๋าขึ้นมากละนะ (ยิ้ม) ก็คิดว่าเราแข็งแกร่งในวงการนี้แล้ว ความรู้เราก็มีแล้ว ก็เลยอยากสานฝันให้มันเป็นจริงขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

“LCDTVTHAILAND” หน้าร้านในฝัน ซึ่งตั้งอยู่ในซอยพัฒนาการ 53 ยังคงคอนเซ็ปต์ชื่อแบรนด์แม่แบรนด์แรกเอาไว้ ด้วยความมั่นใจว่าจะยิ่งตอกย้ำจุดแข็งของแบรนด์ให้ยิ่งแกร่งเข้าไปอีก!!

“พอมีหน้าร้าน LCDTVTHAILAND แล้ว ถ้าติดขัดปัญหาตรงไหนเรื่องรีวิวแนะนำ เราสามารถเปิดเช็คทีวีของที่ร้านและให้คำตอบได้เดี๋ยวนั้นเลย ซึ่งจะต่างจากสื่ออื่นทั้งไทยและเทศ ที่การจะเทสต์ทีวีได้ครั้งนึง เขาต้องรอทางแบรนด์ส่งมาให้ ผมเลยมองว่า การมีหน้าร้านยิ่งจะช่วยส่งเสริมความเป็นกลางในการรีวิวของเราครับ คือถ้าคนอ่านไม่เชื่อ สงสัยว่าทำไมถึงบอกว่าทีวีตัวนั้นดีกว่าตัวนี้ ทั้งที่รีวิวต่างประเทศเขารีวิวแย้งกับของผม ผมก็จะแนะนำให้เขามาพิสูจน์ที่ร้านเราได้เลยครับ ไม่ต้องมาซื้อนะ แต่มาดูได้เลย ทางหน้าร้านเราตอนนี้ก็เลยเป็นเหมือน ‘ห้องรับแขก’ สำหรับแฟนๆ เว็บไปด้วยในตัว


[เลือกซื้อทีวีจาก "กูรู" ต้องมาดูที่นี่!!]
จุดเด่นของร้านผมคือเรื่องของ ‘คน’ ครับ ทีมผมมีทั้ง Product Knowledge และ Recommendation Skill คือมีทักษะการแนะนำสินค้าที่สูงกว่าพนักงานขายทั่วไป เนื่องจากทีมงานผมมีความรู้เยอะ จึงสามารถถ่ายทอดความรู้เหล่านี้ให้พนักงานขายที่ร้านได้ มาซื้อทีวีกับเราเลยเหมือนซื้อทีวีกับกูรูเลย (ยิ้ม) รวมถึงเรื่องการติดตั้ง เราก็มีหลักการแขวนผนังที่ไม่ใช่สักแต่ว่าแขวน แต่ทางร้านผมจะมีทฤษฎีอ้างอิงด้วยว่า เราสามารถแขวนให้พอดีกับระดับสายตา ที่เรียกว่าจุด ‘Sweet Spot’ เหมาะสมที่สุดสำหรับการดู ดูแล้วไม่ปวดตา-ไม่ปวดคอ

[ติดตั้งอย่างใส่ใจ เพื่อไลฟ์สไตล์การดูทีวีที่ดีที่สุด]
การแนะนำขายทีวีให้กับลูกค้าของเราก็แตกต่างออกไป ถ้าเป็นร้านทั่วไปอาจจะเรียกว่า ‘เชียร์ขายของ’ แต่ร้านเรามันคือ ‘การแนะนำทีวีให้เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด’ และสอนใช้งานให้ด้วย โดยเฉพาะลูกค้าที่อยากเล่นสมาร์ททีวีเป็น เรื่องการตั้งค่าภาพทีวี ทีมงานเราก็ดูแลให้ครับ ให้มีความใกล้เคียงกับค่ามาตรฐานที่สุด อย่างน้อยดูสบายตาและแสงสีถูกต้องแล้วครับ นี่คือสิ่งที่พนักงานของผมมีเหนือพนักงานขายทั่วไปอย่างแน่นอน

ยอดขายคือตัวชี้วัดความสำเร็จที่ดีที่สุด ด้วยระยะเวลาเพียงแค่ 1 ปี กว่าๆ ของการเปิดร้าน LCDTVTHAILAND กลับสามารถผลักให้ยอดขายทีวีแบรนด์หลักทะยานขึ้นมาเป็น “กลุ่มหัวแถว” ของดีลเลอร์ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลได้เรียบร้อยแล้ว!!


 

น้ำตาลูกผู้ชาย... สตาร์ทอัพไม่ง่ายเลย

ไม่อยากเป็นลูกน้องใคร... ความคิดนี้มักจะผุดขึ้นมาในหัวของเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังเดินเตะฝุ่นหางานอยู่ จึงทำให้หลายๆ รายหันหน้าเข้าหาเส้นทางธุรกิจส่วนตัว ส่งให้คำว่า “Startup” ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนที่รวมตัวกันสร้างนวัตกรรมอะไรใหม่ๆ ให้แก่สังคม ค่อยๆ บูมมากขึ้นเรื่อยๆ ในบ้านเรา

แต่ถ้าให้วัดจากสายตาเจ้าของธุรกิจตั้งแต่วัยหนุ่มอย่างเบรฟแล้ว ถึงแม้ปลายทางทุกวันนี้ เขาจะไม่ได้เป็นลูกน้องใครก็ตาม แต่การได้ลองอยู่ในระบบเพื่อเรียนรู้ทุกกระบวนการทำงาน ก็ถือเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าที่ควรคว้าเอาไว้ แม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆ เพียง 1 เดือนในบริษัทญี่ปุ่น และอีก 1 ปีครึ่งในบริษัทเกาหลี

“ผมเป็นคนตั้งปณิธานไว้เลยครับว่า จะทำงานประจำเพราะอยากหาประสบการณ์ ตอนนั้นไม่มองเรื่องเงินเดือนเลยด้วยซ้ำ เพราะสุดท้าย เรารู้ปลายทางเราอยู่แล้วว่า เราต้องออกมาทำของตัวเองสักวัน ฉะนั้น เลยเลือกที่จะอยู่กับบริษัทที่ให้เราได้เรียนรู้มากที่สุด แบบไม่มีกรอบขัดขวางการเรียนรู้ของเรา

ที่เข้าไปทำงานในบริษัทญี่ปุ่นได้ไม่นานแล้วขอออกมา ไม่ใช่ว่าระบบของเขาไม่ดีนะครับ แต่ผมคิดว่ามันดีเกินไปด้วยซ้ำ มันดีจนเหมือนเราเป็นได้แค่ฟันเฟืองเล็กๆ ตัวนึง ประมาณว่าไม่มีเราก็ไม่เป็นไร เพราะเขาเคารพเรื่อง Seniority กันมาก ซึ่งหมายความว่าคุณจะยังไม่มีสิทธิได้ขึ้นตำแหน่งหรือได้รับการโปรโมต จนกว่าจะทำครบตรงนั้น 3 ปีแล้ว ไม่ว่าคุณจะฝีมือดีขนาดไหนก็ตาม

แต่กับบริษัทเกาหลี ตอนนั้นเขาเพิ่งมาตั้งในไทยได้ไม่นาน ระบบหลายๆ อย่างยังไม่มี เจ้านายก็เลยเปิดโอกาสให้คิดเองทำเอง สร้างระบบต่างๆ ของเราขึ้นมาเอง ผมทำอยู่ 2 อย่าง คือการดูแลเรื่อง Training พนักงานขาย ผมก็สร้างระบบขึ้นมาเองหมดเลย แล้วก็สร้างระบบการตลาดขึ้นมาเองด้วย ทั้ง Above the line marketing และ Below the line marketing ให้สินค้า ทำให้เราได้ทดลองทุกอย่างด้วยตัวเอง และเขาก็ประเมินผลงานจากฝีมือจริงๆ มันเลยทำให้ผมใช้เวลาแค่ 8-9 เดือน โปรโมตจากสตาฟขึ้นมาเป็นตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการได้ เพราะผลงานหลายๆ อย่างของเรามันถูกพิสูจน์ออกมาแล้ว”

ย้อนกลับไปในช่วงเวลานั้น ระหว่างที่เส้นกราฟของงานประจำค่อยๆ พุ่งขึ้นๆ เรื่อยๆ ชายหนุ่มไฟแรง ผู้มีความฝันจะสร้างเว็บไซต์ด้านเทคโนโลยีของตัวเองขึ้นมา ก็ค่อยๆ ทำมันคู่ขนานกันไปอย่างสม่ำเสมอ และแล้วจากเส้นทางที่เคยราบรื่นก็กลับขรุขระ จากนั้นโชคชะตาก็กลับเล่นตลกครั้งใหญ่กับเขา กว่าจะผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ได้ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และบรรทัดต่อจากนี้ คือเรื่องเล่าเคล้าน้ำตาจากอดีตของลูกผู้ชายใจสู้คนหนึ่ง


[ล้มแล้วล้มเล่า กว่าจะเก๋าติดตลาดในชื่อ www.lcdtvthailand.com อย่างทุกวันนี้]
“ช่วงเริ่มทำเว็บใหม่ๆ ผมทำงานประจำไปด้วย คือทำงานประจำ 8 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น หลังจากนั้น กินข้าว 2 ทุ่ม เสร็จเริ่มทำเว็บ อัปเดตสเปกข้อมูลต่างๆ ถึงประมาณตี 2 ตี 3 แล้วก็นอน ตื่นไปทำงาน 6 โมงเช้า ทำวนอยู่แบบนี้ เพื่อจะสร้าง content ทั้งหมดในเว็บ เพราะเว็บผมมีการรวมเอาสเปกข้อมูลของทีวีทุกรุ่นในไทย มาเปรียบเทียบชนกันทั้งหมดด้วย ซึ่งมันต้องใช้เวลาในการคีย์ข้อมูลเยอะมาก

ยิ่งช่วง 3 เดือนแรกยิ่งเหนื่อยมาก หนำซ้ำพอเว็บเริ่มมีชื่อเสียงก็โดนแฮกเว็บอีกต่างหาก ข้อมูลทุกอย่างที่นั่งทำมาหลายเดือนหายเกลี้ยง ตอนนั้นท้อมาก ทีมงานที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้งก็เริ่มถอนตัว เพราะรู้สึกว่าหลายๆ อย่างมันหนักไปแล้ว ไม่มีรายได้ด้วย โฆษณาก็ไม่เข้า เหลือเพื่อนอีกคนที่ทำท่าว่าจะไปเหมือนกัน แต่เราก็รั้งๆ เอาไว้ ตอนนั้นขอทีวีเขามารีวิวก็ยังไม่มีใครให้ แถมแฟนก็ทิ้งเพราะทำงานจนไม่มีเวลาให้ ต้องมานั่งคีย์ข้อมูลใหม่ในเว็บทั้งน้ำตา น้ำตาลูกผู้ชายมันไหลออกมาจริงๆ (ยิ้มปลงๆ)

ฟังแล้วอาจจะดูว่าไม่ได้หนักหนาอะไรเท่าไหร่ เรื่องการโดนแฮกเว็บ แต่สำหรับคนที่ไม่ได้เก่งเรื่องประดิดประดอยอะไรบนเว็บไซต์ มันถือว่าร้ายแรงมาก ตอนนอน น้ำตามันก็ไหลออกมาเอง โชคร้ายกว่านั้น ตาเกิดอักเสบเพราะติดเชื้อขั้นรุนแรงมาก จนลามไปทั้งสองตา ต้องนอนปิดตาอยู่ที่บ้าน ทั้งงานประจำ ทั้งงานในฝัน ทำไม่ได้เลยสักอย่าง ต้องเป็นแบบนั้นอยู่ 3 อาทิตย์ เป็นช่วงที่ทรมานมากที่สุดในชีวิตแล้ว


แต่เราก็ผ่านมันมาได้ เพราะคิดกับตัวเองได้ว่า ผมมีความฝันที่อยากจะทำมันนะ แต่ความเป็นจริงตอนนี้ก็คือ ผมได้แต่นอนหมดแรงกับตัวเอง แล้วมันจะไปสำเร็จได้ยังไง สิ่งที่จะต้องทำก็คือการลุกขึ้นไปทำมัน มันถึงจะสำเร็จ พอคิดได้แบบนี้ผมก็ฮึดขึ้นใหม่ รีบเยียวยาตัวเองให้หาย แล้วก็รีบลงมือแก้ไข สร้างข้อมูลทุกอย่างขึ้นมาใหม่ คนอื่นเขาก็ทำได้แค่ปลอบเรา ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของเราแล้ว ที่ต้องสร้างฝันด้วยตัวเอง

ใครก็ตามที่กำลังทำความฝันของตัวเองแล้วกำลังท้ออยู่ ขอให้ท่องไว้ว่า 'Never Give Up!!' ผมเชื่อว่า Startup หลายๆ รายมีไอเดียดีๆ นะ แต่ด้วยยุคสมัยนี้ อาจจะทำให้ความอดทนของคนมีไม่ค่อยมากนัก เพราะทุกอย่างมันสำเร็จรูปมาให้เราหมดแล้ว เพราะฉะนั้น มันสมองที่ดี ต้องมาพร้อมกับจิตใจที่เข้มแข็งด้วย ความล้มเหลวไม่ใช่จุดจบของชีวิต แต่ให้คิดซะว่าล้ม 1 ครั้ง มันเป็นเพียงอีก 1 ก้าวของความสำเร็จ มันไม่มีใครหรอกที่จะประสบความสำเร็จได้ โดยที่ไม่เคยล้ม ไม่เคยทำผิดพลาดอะไรเลย



50 นิ้วจัดไป! เพื่อบอลยูโร!!

“ปัจจัยอันดับแรกที่มีผลต่อการตัดสินใจในการซื้อของลูกค้า คือเรื่องไซส์ทีวีครับ ยิ่งเวลาดูฟุตบอลเนี่ย ดูจอเล็กๆ มันไม่มันเท่าทีวีจอใหญ่ ดูผ่านมือถือ เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่านักเตะที่วิ่งอยู่คือใคร ยิ่งมือถือที่ความละเอียดต่ำนี่ แทบจะดูไม่รู้เรื่องเลย มันไม่ได้อรรถรส

อีกอย่าง การดูทีวีมันทำให้เราได้ดูพร้อมกันหลายได้ด้วยครับ ทำให้เกิดอรรถรสทั้งตัว Content ที่กำลังฉายอยู่ ทั้งบรรยากาศที่ห้อมล้อมไปด้วยเพื่อนฝูงที่มารับชมด้วยกัน เลยเป็นโอกาสที่เหมาะที่ทำให้หลายคนตัดสินใจเปลี่ยนเป็นจอ 50 กับ 55 นิ้วกันเยอะในช่วงนี้ ยิ่งตอนนี้มีอีเวนต์ฟุตบอลยูโรมาแบบนี้ ยิ่งจะช่วยดันตลาดทีวีให้ขายดียิ่งขึ้น ช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค.นี้ น่าจะโตเพิ่มขึ้นไปอีกสัก 10 เปอร์เซ็นต์

หลายคนก็เลือกตัวที่มีออปชัน ‘สมาร์ททีวี’ เสริมเข้าไปด้วย เพราะเดี๋ยวนี้คนดูอะไรๆ จากออนไลน์กันหมดแล้ว ดูคลิปมือถือเป็นหลักเลยด้วยซ้ำ แล้วถ้าจะเอาคอมพิวเตอร์มาต่อสายสัญญาณเพื่อดูผ่านจอทีวี เปิดเว็บไซต์ขึ้นมา มันเสียเวลามาก แต่ทุกวันนี้ สมาร์ททีวีมันมีแอปฯ YouTube อยู่ในนั้น เราก็สามารถกดดูได้เลย

และถ้าต่อไปคนรู้เพิ่มขึ้นว่า สมาร์ททีวีมันสามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือแล้วโยน Content ขึ้นไปเล่นได้เลย พฤติกรรมการดูทีวีบนทีวีจอใหญ่ก็จะยิ่งกลับมามากขึ้น แต่จะกลับมาในรูปแบบ On demand นะครับ ไม่ได้กลับมาแบบให้คนดูกดดูตามตารางออกอากาศรายการอีกต่อไปแล้ว”



นี่แหละมาตรฐาน นักรีวิวเงินล้าน!!

[ห้องเทสต์ "ระบบจอภาพ" แบบมืดสนิท และระบบเสียง "โฮมเธียร์เตอร์" เพื่อรีวิว]
“ทุกรีวิว ผมอาจจะไม่ได้เขียนเองครบทุกตัว แต่เรื่องการเทสต์ทีวีในทุกรีวิว มันจะต้องผ่านตาผมหมด พอมีทีวีตัวหนึ่งเข้ามา เราก็จะมาจับตั้งแล้วช่วยกันวิเคราะห์เลยประมาณ 4-5 คน และห้องที่เทสต์เราก็มีการเทสต์แบบละเอียด ผมถึงกับซื้อบ้านเอาไว้เป็น Home Office เพื่อใช้เทสต์ทีวีโดยเฉพาะเลยนะครับ แถมแบ่งออกเป็น 2 ห้องให้เทสต์ตามสภาพการใช้งานจริงของประเทศไทย

ห้องแรกคือห้องนั่งเล่น ติดม่านปกติให้เหมือนบ้านคนทั่วไปมากที่สุด ซึ่งคนไทยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ใช้งานแบบนี้ ส่วนอีกห้องคือห้องโฮมเธียเตอร์ ทำเป็นห้องโรงหนังเฉพาะเลยครับ บุผนังให้เป็นห้องพิเศษ ทำไฟให้มืด กันแสงแดดส่องเข้ามาได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพื่อให้เห็นว่าทีวีแบบไหนเหมาะแก่การดูหนังในห้องมืดที่สุด

มันจะทำให้เราได้คำตอบว่า ทีวีบางรุ่นก็เหมือน ‘แบทแมน’ เก่งในที่มืด ตอนกลางคืนค่อยออกมาปราบเหล่าร้าย ส่วน ‘ซูเปอร์แมน’ ส่วนใหญ่จะเก่งกลางวัน เหมือนทีวี Plasma บางรุ่นที่เป็น ‘แบทแมน’ เขาจะเก่งเฉพาะกลางคืน เหมาะสำหรับเอาไว้ดูหนังในห้องที่คุมแสงได้ แต่พอเอาไปตั้งไว้ในห้องนั่งเล่นที่มีแสงแดดประเทศไทยแรงๆ สาดเข้ามา ทีวีตัวเดียวกันนี่แทบมองไม่เห็นภาพเลยนะครับ เพราะความสว่างสู้แสงดวงอาทิตย์ไม่ไหว

ในขณะที่ LED หรือ LCD จะเป็นเหมือน ‘ซูเปอร์แมน’ เก่งในที่สว่าง ตั้งไว้ในห้องนั่งเล่นนี่ภาพดูสว่างสดใสเชียว แต่พอมาตั้งในห้องมืด กลับมีแสงรั่วออกมา เพราะต้องใช้หลอด LED ในการเปล่งแสง ทำให้สีดำมันไม่เป็นสีดำสนิท แต่จะกลายเป็นสีเทาๆ หน่อยเพราะมีแสงขาวๆ ลอดออกมา

[มี "ห้องนั่งเล่น" ไว้ใช้เทสต์ ตามแสงแดดประเทศไทย และสภาพการใช้งานของคนไทยให้ได้มากที่สุด]

ด้วยการเทสต์ที่ละเอียดของเราแบบนี้นี่แหละครับ ที่ทำให้ผมกล้าบอกได้เลยว่า มาตรฐานของเราสอดคล้องกับลักษณะการใช้งานของคนไทยมากที่สุด ในแง่ปฎิบัติอาจเหนือกว่าสื่อต่างประเทศหลายๆ สำนักที่ทำรีวิวทีวีเหมือนกันด้วยซ้ำ เพราะรีวิวต่างประเทศส่วนใหญ่ เขาเทสต์ทีวีแต่ในห้องโฮมเธียเตอร์มืดๆหรือห้องรับแขกที่เจอเพียงแค่แสงแดดเบาๆทึมๆ อย่างเช่นในประเทศอังกฤษและสก็อตแลนด์ แต่เขาไม่เคยเจอแสงแดดแรงฤทธิ์แบบบ้านเรา (ยิ้ม)


[บรรยายให้ฟังฟรีเกี่ยวกับเรื่องทีวี มีแฟนๆ ตามติดไปฟังล้นห้อง]
ถ้าใครอยากรู้รายละเอียดอะไรแบบนี้ เรามีจัดงานสัมมนาให้ความรู้เรื่องภาพและเสียงให้กับแฟนเว็บเป็นประจำด้วยครับ หลายๆ ครั้งเราก็เอาทีวีตัวท็อปจากหลายๆ แบรนด์มาจัดแบทเทิลกัน เรียงหน้าประชันคุณภาพกันแบบถึงพริกถึงขิงเลย เปิดโอกาสให้แฟนๆ ร่วมพิสูจน์คุณภาพของแต่ละรุ่นด้วยตาตัวเอง ที่สำคัญ ผมอยากให้มันคือการยกระดับมาตรฐานการรีวิวด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นกลางด้วยครับ คนรักเทคโนโลยีจะได้เอาไปประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อ แล้วก็ใช้งานกันแบบเต็มประสิทธิภาพ




สัมภาษณ์โดย ผู้จัดการ Live
เรื่อง: อิสสริยา อาชวานันทกุล
ภาพ: พงษ์ฤทธิ์ฑา ขวัญเนตร
ข้อมูลเพิ่มเติม: แฟนเพจ "LCDTVTHAILAND" และ www.lcdtvthailand.com




มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram

"MGR Online Live" และ "@manager_live" กันได้ที่นี่!!


และสามารถส่งข่าวสารมาได้ที่: manageronlinelive@gmail.com
หรือ Fax 0-2629-4754



กำลังโหลดความคิดเห็น...