xs
xsm
sm
md
lg

ล้วงลึก! “เน็ตไอดอล” ขุดคุ้ยตัวตน “คนดังในสื่อใหม่”!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

[เน็ตไอดอลทั้ง 4 ผู้ร่วมถกปรากฏการณ์ลึกถึงแก่น... เฮียศร ปากน้ำ, นุ๊ก Pannada, บี้ เดอะสกา และ “เวย์ Nemo”]
จะไปยากอะไร! แค่หยิบสมาร์ทโฟนของคุณขึ้นมา กดถ่ายรูป-อัดคลิป-อัปโหลดลงบนโลกออนไลน์ แค่นี้คุณก็มีสิทธิเป็น “เน็ตไอดอล” ได้แล้ว!! นี่คือคำแนะนำของ “บี้ เดอะสกา” เน็ตไอดอลสายฮาที่มีคนติดตามอยู่กว่า 2 ล้าน และอีกหลากหลายแง่มุมจากคนวงใน ผู้โด่งดังบนโลกออนไลน์ตัวจริง ไม่ว่าจะเป็น “เฮียศร ปากน้ำ”, “น้องนุ๊ก Pannada”, “น้องเวย์ Nemo” และการเจาะปรากฏการณ์สังคมจากผู้คร่ำหวอด ทั้งฝั่งนักวิชาการและสื่อมวลชน ที่จะทำให้รู้ลึกไปถึงแก่นว่า เราจะรับมือกันอย่างไรกับ “คนดังในสื่อใหม่” ที่แปลก-แหวกแนวเหล่านี้!!




เน็ตไอดอลขยายไลน์ รับเละ โตแข่งสื่อหลัก!!

[“บี้ เดอะสกา” เน็ตไอดอลผู้มีคนติดตามอยู่ 2 ล้านกว่าราย!!]
ผมมองตัวเองว่าในอีก 5 ปี ผมจะเป็น Workpoint และอีก 10 ปี ผมจะโตไปเป็น Grammy แต่เป็นความเคลื่อนไหวบนสื่อออนไลน์นะครับ ไม่ใช่ทีวี ผมจะกลายมาเป็นโปรดิวเซอร์ที่ดูคอนเทนต์ในหลายๆ ช่อง ผมเชื่อว่ายุคต่อจากนี้คือยุคเติบโตของคอนเทนต์ออนไลน์ด้วยซ้ำ ผมอยู่ในสื่อของ youtube มานานมาก ผมทำวิดีโอมา 7 ปีกว่าแล้ว แต่เพิ่งเห็นว่ากราฟของมันเพิ่งมาโตจริงๆ ก็เมื่อช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้เอง... ผมไม่ได้เก่งหรอกนะครับ แต่ผมอยู่กับมันมานาน และผมโฟกัสแค่นั้นเอง”
 
นี่คือจุดยืนของ บี้ เดอะสกา หรือ กฤษณ์ บุญญะรัง เน็ตไอดอลผู้มีคนติดตามอยู่ 2 ล้าน 3 แสนคน ใน youtube channel ชื่อ “Bie The Ska” ผู้สร้างคลิปล้อเลียนจะสะเทือนต่อมฮากระจายว่อนโลกออนไลน์ ซึ่งได้ประกาศเอาไว้ ผ่านเวทีเสวนา “เน็ตไอดอล วัฒนธรรมป๊อป ตัวตนในสื่อใหม่” จัดโดยมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเขาไม่ใช่เน็ตไอดอลธรรมดาๆ แต่จริงจังถึงขนาดเปิด บริษัท เดอะสกา ฟิล์ม จำกัด เป็นของตัวเอง เพื่อรองรับการทำโปรดักชัน ขยายฐานจากการเป็นแค่เน็ตไอดอล ให้กว้างไปสู่การเป็นตัวแทนโปรโมตสินค้า ด้วยวิธีคิดไอเดียทำคลิปไวรัลส่งให้ลูกค้าแบบเสร็จสรรพ แถมพ่วงช่องทางเผยแพร่บนโลกออนไลน์ที่มีอยู่ในมือแถมให้ด้วยอีกต่างหาก ส่วนรายได้นอกเหนือจากนั้น ก็คือการเป็นพาร์ตเนอร์กับทาง youtube รับเงินจากค่าโฆษณาที่แทรกขึ้นมา ก่อนคลิปใน channel ของเขาจะเล่น


[4 คนดังบนสื่อใหม่ ร่วมถกผ่านเวทีเสวนา “เน็ตไอดอล วัฒนธรรมป๊อป ตัวตนในสื่อใหม่”]
“คอนเทนต์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดของผม น่าจะแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนครับ คือประเภทแรกคือ “เพลง” คำว่าประสบความสำเร็จที่ผมหมายถึง ผมวัดจากจำนวนการเข้าถึงของแฟนๆ เรื่องคอมเมนต์ แล้วก็เรื่องยอดวิว เพลงที่คนดูเยอะที่สุดตอนนี้อยู่ที่ 40 ล้านวิว สิ่งที่มันเกิดขึ้นต่อจากนั้นก็คือคนเอาเพลงผมไปใช้ เอาไปคัฟเวอร์ เอาไปรีมิกซ์ หรือเอาไปใช้เต้นโชว์ตามงานต่างๆ อย่างเพลง “รูปไม่หล่อมีสิทธิไหมครับ” กับ “รักตุ๊ด”


อีกประเภทนึงคือ “รายการคู่มือมนุษย์” ที่ผมทำ คือการหยิบเอามุกในชีวิตประจำวันมาพูดถึง เช่น คู่มือมนุษย์ วิธีจัดการเมื่อแฟนติดเกม เราจะทำยังไงได้บ้าง ก็หาวิธีแก้ให้เขาและนำเสนอออกมาเป็นคลิป หลายๆ คนที่อยากมีตัวตนบนโลกออนไลน์ อยากมีคอมเมนต์เจ๋งๆ เพื่อให้คนมากดไลค์ เขาก็จะพยายามเข้ามามีส่วนร่วมกับเรา ทำให้เราได้การเข้าถึงจากแฟนๆ เพิ่มขึ้นไปด้วย

ถ้าให้มองในอนาคต ถามว่าผมจะยังอยู่ตรงนี้นานไหม ผมมองว่าตัวผมก็จะยังคงอยู่ในวงการออนไลน์ต่อไปแบบนี้เรื่อยๆ แต่จะอยู่แบบไหน ผมไม่ได้ยึดติดเลยครับว่า ผมต้องอยู่ในแพลตฟอร์มไหน จะ youtube, facebook หรือ social cam ฯลฯ อย่าง social cam แต่ก่อนมีคนติดตามเยอะมาก แต่ละวันเป็นล้านๆ แต่วันนึงก็หยุดอัปเดตแล้วก็ตายลงไป เน็ตไอดอลที่อยู่ในสายนั้นก็วิ่งเข้ามาในเฟซบุ๊ก นั่นหมายความว่ามันไม่จำเป็นหรอกว่าต้องอยู่ในแพลตฟอร์มไหน ตัวผมเองก็พยายามอยู่ให้กว้างที่สุด ใน Line TV ผมก็อยู่ คือถ้ามีสื่อไหนตายไป ผมก็ยังอยู่อันอื่นได้เหมือนเดิม


[ผู้โด่งดังในฐานะเน็ตไอดอล ภายใต้ฉายา “เฮียศร ปากน้ำ”]
จะเป็นเน็ตไอดอลได้ต้องมีจุดขาย! เน็ตไอดอลทุกคนที่มาร่วมเสวนาในครั้งนี้ พูดเป็นเสียงเดียวกัน “ที่ตั้งฉายาตัวเองว่า 'เฮียศร' เพราะผมอยากให้ภาพเราออกมาดูไทยๆ การแต่งตัวก็จะแต่งแบบยุคโก๋หลังวัง และที่เรียกตัวเองว่าเฮีย ก็เพราะอยากจะเป็นเฮียของหนูๆ เราก็จะเรียกแฟนคลับของเราว่า 'หนูของเฮีย' คือให้ทุกคนเป็นหนูหมด แฟนคลับบางคนอายุ 60 บอกขอเป็นหนูของเฮียด้วยนะคะ (ยิ้ม)”

สรสิช ถาวรผล ผู้โด่งดังในฐานะเน็ตไอดอลภายใต้ฉายา เฮียศร ปากน้ำ พูดถึงจุดยุทธศาสตร์ที่ทำให้ชื่อของเขาติดตลาดในกลุ่มสาวๆ มาจนถึงทุกวันนี้ “ที่คนเริ่มติดตาม เพราะได้ไปออกรายการ “Take Me Out Thailand” ครับ คลิปแรก ผมทำคลิปพูดเกี่ยวกับคนไม่ดีในสังคม ให้แง่คิดไป แต่นำเสนอไปในนามของเฮียที่เป็นห่วงหนูๆ เช่น คลิปผู้หญิงโดนทำร้าย คนก็แชร์ต่อไปเรื่อยๆ บวกกับสไตล์ของเราที่เป็นคนเสี่ยวๆ ฮาๆ อยู่แล้ว ผู้หญิงก็เลยตามเยอะครับ”


[“เวย์ Nemo” นางแบบตัวเล็กจาก Maxim ผู้โด่งดังจากรายการ Take Me Out Thailand]
เช่นเดียวกับ เวย์ Nemo หรือ เวย์-ภัคณัฏฐ์ ธรรมะ ที่โด่งดังจากการได้รายการ “Take Me Out Thailand” จุดกระแสให้เช่นเดียวกัน หรือแม้แต่ นุ๊ก Pannada หรือ นุ๊ก-ปุณณดา ปิติวรกรกุล เน็ตไอดอลสาวอีกหนึ่งคนที่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เรื่องการหาจุดขายให้คนติดตามตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ ทุกวันนี้ทั้งสองสาวก็เน้นลงภาพถ่ายแฟชั่นและกิจกรรมออกกำลังกายของตัวเองเพื่อเอาใจ follower เป็นหลัก

“ส่วนใหญ่คนจะตามเราจากงานถ่ายแบบมากกว่า สังเกตได้จากเวลาโพสต์ภาพผลงาน จะได้ยอดไลค์จากคนเยอะมากกว่าปกติ บวกกับก่อนหน้านี้ที่เวย์เคยอ้วนมาก่อน หนัก 56 ขึ้นไป แล้วเวย์มาผอม คนก็เริ่มติดตามการลดน้ำหนักของเราว่าทำยังไงให้ลดได้ 10 กก.ภายใน 3 เดือน โดยที่ไม่กินยาลดความอ้วนเลย แค่ออกกำลังกายและควบคุมเรื่องอาหาร ก็เลยทำให้มีกลุ่มผู้หญิงและแม่บ้านมาติดตามเรา เพราะเราก็เป็นคนชอบทำอาหารและชอบกินอยู่แล้วด้วย เลยกลายมาเป็นจุดเด่นของเราค่ะ


[“นุ๊ก Pannada” เน็ตไอดอลสาวด้านการออกกำลังกาย]
“ทุกวันนี้ เราใช้โซเชียลฯ กันมากขึ้น เรามีชื่อเสียงได้จากตรงนี้ แต่นุ๊กก็ไม่อยากไปยึดติดอะไรมากเกินไปค่ะ เพราะตัวเราที่อยู่ตรงนี้ก็มีระยะเวลาที่จะอยู่ได้แค่ช่วงนึงเหมือนกัน พอโตขึ้น-แก่ขึ้น คนก็ต้องติดตามน้อยลงอยู่แล้ว ระหว่างนี้ เราก็ต้องพยายามหาช่องทางของตัวเองให้ได้มากที่สุด พยายามใช้เวลาตรงนี้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด ใช้ connection ให้ดีที่สุด ถ้าจะสร้างธุรกิจอะไรขึ้นมา ก็ควรจะสร้างในเวลานี้ หลังจากนี้ถ้าอะไรๆ จะเปลี่ยนไป เราก็จะได้ยังอยู่ได้ จะได้ไม่ยึดติดกับโลกโซเชียลฯ อะไรมาก




“LIVE” สดๆ!! เครื่องมืออันตรายของพลเมืองเน็ต
แต่ต้องรู้เท่าทันไว้อย่างนึงนะว่า เราอาจจะวัดความดังของคนจากยอดไลค์ไม่ได้ทั้งหมด เพราะทุกวันนี้มันมีวิธีปั่นไลค์สารพัด มีวิธีซื้อ มีวิธีแลกไลค์ หรือบางคน มีวิธีสร้างตัวเองด้วยการทำเรื่องแปลกๆ ให้เป็นข่าว เช่น ถ้ามีนักศึกษาคนนึงหน้าตาสวยๆ ให้ไปยืนขายกล้วยแขก แค่นี้คนก็แชร์กัน กลายเป็นกระแส เป็นเน็ตไอดอลได้แล้วเพียงข้ามคืน ผมยังบอกน้องๆ นักข่าวในที่ทำงานเลย เพราะมีนักข่าวสวยๆ อยู่หลายคนเหมือนกัน บอกว่าให้ลองไปขายก๋วยเตี๋ยว แล้วถ่ายรูป-ถ่ายคลิปลงโซเชียลฯ แล้วบอกว่าเป็นนักข่าวดู แป๊บเดียวมีคนแชร์ มีคนมาสัมภาษณ์ ก็กลายเป็นเน็ตไอดอลได้แล้ว”


[“วัฒนชัย ยะนินทร” บรรณาธิการข่าวเซ็กชัน Live หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน 360 องศา]
วัฒนชัย ยะนินทร บรรณาธิการข่าวเซ็กชัน Live หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน 360 องศา ช่วยเสนออีกมิติหนึ่งของ “คนดังบนโลกออนไลน์” ฝากเอาไว้ให้คิดว่าชื่อเสียงของคนสายนี้ได้มาง่ายดายขนาดไหน

“ทุกวันนี้ คำว่าเน็ตไอดอลเปลี่ยนไปมากครับ คิดดูว่ามีคนส่งคลิปมาให้ผมดู เป็นผู้หญิงคนนึงขายสบู่ถูตัว เปลือยกายโชว์ถ่ายคลิป แล้วบอกคนเรียกเขาว่าเป็นเน็ตไอดอล บางคนก็เรียก 'แอดไอดอล' เปลือยกายขายโฆษณาให้คนแชร์ หลายๆ คนอาจจะตั้งคำถามกับสื่อว่า ทำไมเราต้องให้พื้นที่กับคนแบบนี้ หรืออย่างข่าวการยิงตัวตายผ่านโปรแกรม live ของ 'เน วัดดาว' ก็เพราะมันเป็นปรากฏการณ์ที่สื่อมวลชนจำเป็นต้องนำเสนอ ส่วนจะนำเสนอให้สะท้อนสังคมยังไง ก็คงต้องลองติดตามอ่านกันดู


[“รศ.ดร.กุลทิพย์ ศาสตระรุจิ” รองวิชาการฝ่ายวิชาการ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิต พัฒนบริหารศาสตร์]
บอกเลยว่าสังคมออนไลน์ทุกวันนี้ควบคุมยาก โดยเฉพาะโปรแกรม LIVE บนเฟซบุ๊กที่เน็ตไอดอลหลายๆ คนหยิบมาใช้โปรโมตตัวเองอย่างแพร่หลายทุกวันนี้ แต่ถึงจะตรวจสอบยากแค่ไหน รศ.ดร.กุลทิพย์ ศาสตระรุจิ รองวิชาการฝ่ายวิชาการ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิต พัฒนบริหารศาสตร์ ก็ยังมองว่าคงไม่ยากเกินไป ถ้าได้ความร่วมมือจากกลุ่มคนเหล่านี้...

“ทุกวันนี้ ทุกคนเป็นสื่อได้ มันเลยทำให้เป็นปรากฏการณ์ที่น่าเป็นห่วง เพราะแม้กระทั่งสื่อทีวีทุกวันนี้ กสทช.ก็ยังไม่สามารถควบคุมได้หมดเลย หรือแม้แต่การกำกับดูแลกันเองระหว่างสื่อก็ยังลำบาก เนื่องจากสื่ออยู่กับทุน แต่ถ้าพูดถึงการตรวจสอบจากกระทรวง ICT อาจจะยังมีหวังอยู่ เพราะเขาสามารถเอาผิดจาก address บนโลกออนไลน์ได้ และที่สำคัญคือ พลังของ 'P-Power' ผู้บริโภคอย่างพวกเราทุกคน เราต้องสร้างบรรยากาศเชิงบวกให้คนยอมรับว่า สังคมเราทุกวันนี้ มันไม่ใช่สังคมออฟไลน์อีกต่อไป มันคือสังคมออฟไลน์และออนไลน์ที่ควบคู่ไปด้วยกัน

ปรากฏการณ์เน็ตไอดอล อาจารย์มองว่ามีทั้งเชิงบวกและเชิงลบ... อย่าลืมว่าสังคมไทย ไม่ใช่สังคม Reading Society แต่เป็นสังคมที่ชอบติดตาม สนใจดรามา และชอบให้มีคนย่อยข้อมูลให้ฟัง หน้าที่ของเราทุกคนก็คือ เราจะช่วยกันหาเน็ตไอดอลดีๆ ให้เป็นตัวอย่างแก่สังคมได้ยังไง

อย่างน้อยๆ สื่อกระแสหลักทุกวันนี้ก็ยังช่วยแสดงบทบาท คัดกรองให้ได้บางส่วนว่าอะไรควรหรือไม่ควรนำเสนอแก่สังคม ในขณะเดียวกัน เน็ตไอดอลที่ถูกแรงกดดันจากสังคมและแฟนคลับของเขาเอง เขาก็ต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลง ท้ายที่สุด มันก็อยู่ที่การมีส่วนร่วม การเข้าถึงข้อมูล และฟีดแบ็กของผู้รับสารในทุกกลุ่มเป้าหมาย”



[“ผศ.ดร.ภูเบศร์ สมุทรจักร” ผู้คร่ำหวอดด้านการวิเคราะห์ปรากฏการณ์โซเชียลฯ]
“วิจารณญาณ” เท่านั้น คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราทุกคนผ่านพ้นปรากฏการณ์บนโลกออนไลน์เหล่านี้ไปได้ ผศ.ดร.ภูเบศร์ สมุทรจักร รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เสนอแนะเอาไว้อย่างนั้น

“ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ก็คือ... พอสื่อหันมาสนใจกลุ่มคนเหล่านี้ที่มีคนตามเป็นแสนๆ ล้านๆ คน กลายเป็นว่าสื่อหลายสำนักไม่กล้าตัดสินว่าอะไรดี อะไรเลว เพราะประเด็นที่เกิดขึ้นจากคนกลุ่มนี้ มันอยู่ในความสนใจของคน บางคนมองว่าคนที่มีคนติดตาม มันอาจจะหมายถึงความดีงามก็ได้...

กลายเป็นว่าสังคมสมัยนี้ตัดสินไม่ได้เหมือน 40-50 ปีที่แล้วแล้วว่า แบบนี้ดีหรือไม่ดี ทำให้มองเห็นว่ามันยังมีเส้นทางสีเทาอีกมากมาย แต่สิ่งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องเน็ตไอดอลก็คือ คนดูต้องมีวิจารณญาณเป็นของตัวเอง ปรากฏการณ์ในครั้งนี้ มันช่วยฉายภาพสะท้อนให้เห็นว่า สังคมเราทุกวันนี้เป็นยังไงและเปลี่ยนไปแค่ไหนแล้ว

ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 21 จนถึงทุกวันนี้ สิ่งที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในโลกมากที่สุด มากกว่าการค้นพบนวัตกรรมไหนๆ คือ 'โทรศัพท์มือถือและโซเชียลมีเดีย' อันนี้เป็นที่ยอมรับตามหลักสากลเลย คือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสื่อในมือคนธรรมดา เทียบกับเมื่อก่อน สื่อจะอยู่ในมือของคนที่มีอำนาจเท่านั้น ถ้าไม่มีกองทัพ ไม่มีอำนาจทางการเงิน ไม่มีอำนาจทางการเมือง ฯลฯ สื่อไม่มีวันตามประเด็นหรอก 
 
แต่ทุกวันนี้ สื่ออยู่ในมือของทุกคนแล้ว ต่อให้อยู่บ้านไร่ปลายดอยที่ไหน แต่ขอให้มีไอเดียดีๆ โพสต์อะไรขึ้นมาสักอย่างหนึ่ง คุณก็สามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้สังคมได้แล้ว นี่แหละคือการเปลี่ยนแปลงของยุคแห่ง เน็ตไอดอลกับโซเชียลมีเดีย ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้


และจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ถ้าเจ้าของตำแหน่ง “เน็ตไอดอล” ที่หลายๆ คนมอบให้ รู้จักมองให้รอบด้านและคิดถึงผลจากการกระทำของตัวเองเสมอๆ เช่นเดียวกับที่ “เฮียศร ปากน้ำ” พยายามโพสต์ชวนแฟนๆ ของเขาไปร่วมทำบุญด้วยกันอยู่เสมอๆ

“เห็นอย่างนี้ จริงๆ ผมบวชมา 2 ปี เดินธุดงค์มานานนะครับ (ยิ้ม) ผมทำงานเพื่อสังคมตลอด ผมทำทั้งทางสภากาชาดฯ ทั้งสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เลย ผมก็จะพยายามดึงเยาวชนหรือแฟนคลับที่ตามผมอยู่ มาช่วยกันทำบุญ ทอดผ้าป่า ทำการกุศลกันตลอด เพราะหลายๆ ที่ยังต้องการแรงคนและขาดทุนทรัพย์อีกเยอะมาก แค่ได้บอกต่อคนที่ติดตามเราแบบนี้ ผมก็ดีใจแล้วครับ”

หรือแม้แต่ “บี้ เดอะสกา” ที่มีกรอบความคิดก่อนโพสต์ เอาไว้เตือนตัวเองในทุกครั้งว่า เราจะชอบใจไหม ถ้ามีคนทำตามสิ่งที่นำเสนอออกไปบนโลกออนไลน์?

โดยเฉพาะโปรแกรม Live ถ่ายทอดสดบนเฟซบุ๊กนี่ ผมว่าอันตรายมาก อย่างการที่ 'เน วัดดาว' ออกมายิงตัวตาย ก็ไม่มีใครห้ามได้เลยว่าคอนเทนต์นี้ห้ามเผยแพร่ออกมา เพราะมันคือการถ่ายทอดสด เขาสามารถทำอะไรก็ได้ หรือใครจะถ่ายคลิปมีอะไรกันสดๆ ให้คนดูก็ได้ เฟซบุ๊กไม่สามารถเข้าไปบล็อกอะไรตอนนั้นได้ เพราะการบล็อกต้องอาศัยจำนวนคน report ที่มากเพียงพอ และต้องอาศัยระยะเวลาการตรวจสอบ ซึ่งมันก็ไม่ทันกับคลิปที่เขาเผยแพร่ออกมาแล้ว


[เน็ตไอดอล...ของหนูๆ เด็กๆ ปลื้มจนต้องตามมาฟังงานเสวนา]
ที่หนักกว่านั้นคือมันไม่ได้จบอยู่แค่ในเฟซบุ๊ก Live อย่างเดียวแล้วด้วย คิดดูว่าถ้ามีคนดูดคลิปไปอัปลง youtube ต่อ คนก็จะยิ่งแชร์กันไปยาวแบบไม่จบไม่สิ้น อันนี้แหละคือความน่ากลัวของการ Live จากคนที่มีคนติดตามเยอะๆ หรือแม้แต่คนที่ขายครีม ขายสบู่แก้ผ้าถ่ายคลิป พอเกิดประเด็น สื่อหลักไปทำข่าว ก็กลายเป็นตกหลุมพราง ไปโปรโมตให้เขาอีก เพราะคนที่ทำคลิปพวกนี้ เขาอยากให้มันดังในโซเชียลฯ อยู่แล้ว เขาตั้งใจทำคลิปไวรัลเพื่อประหยัดตังค์... เทคนิกไวรัลให้คนสนใจ ให้คนแชร์ต่อ มีอยู่ไม่กี่อย่างหรอกครับ ถ้าไม่เน้นเซ็กซี่ ก็เน้นคอนเทนต์ที่มีความรุนแรง ให้คนรู้สึกสะเทือนใจไปด้วย

อย่างผม ทุกครั้งที่จะส่งคอนเทนต์อะไรออกไป ผมจะมองไปที่คนติดตามของผมตลอดเลยครับ เพราะคนตามผมอยู่มีหลากหลายกลุ่มมาก มีเด็กด้วย อีกอย่าง พ่อแม่ผมเองก็เป็นแฟนคลับผมด้วย (ยิ้ม) มันทำให้ผมแคร์ตรงนี้มาก ถ้าผมทำอะไรนอกลู่นอกทางนิดนึง เขาจะโทร.มาแล้ว อันนี้ทำอะไรน่ะ (หัวเราะ) ผมเคยเอาระเบิดปลอมมาเล่นในคลิป พ่อแม่ก็จะมาสะกิดผมทันที ทุกครั้งที่จะนำเสนออะไรออกไป เลยทำให้ต้องคิดมากขึ้น แต่เรื่องแบบนี้ก็อยู่ที่จิตสำนึกของแต่ละคนด้วยครับ เราต้องรู้ตัวว่าการที่เรามีคนติดตามเยอะ มันทำให้เรากลายเป็นสื่อคนนึงแล้ว เพราะฉะนั้น เราต้องมีจรรยาบรรณอยู่ในจิตใจของเราเอง









ข่าวโดย ผู้จัดการ Live




มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram

"MGR Online Live" และ "@manager_live" กันได้ที่นี่!!


และสามารถส่งข่าวสารมาได้ที่: manageronlinelive@gmail.com
หรือ Fax 0-2629-4754



กำลังโหลดความคิดเห็น...